วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ชี้เยือนรัสเซียก้าวหน้า ย้ำซื้อยุทโธปกรณ์-แลกเปลี่ยนสินค้า

นายกฯชี้เยือนรัสเซียก้าวหน้า ระบุเรื่องซื้อยุทโธปกรณ์ เป็นการแลกเปลี่ยนความสนใจสินค้า ย้ำเป็นสิ่งจำเป็น เราไม่ได้ผลิตเอง

เมื่อวันที่ 21 พ.ค. เวลา 05.30น. ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ให้สัมภาษณ์หลังเดินทางกลับจากการเยือนสหพันธรัฐรัสเซีย ว่า การเยือนครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จมีความก้าวหน้า ทั้งการทบทวนความสัมพันธ์ระหว่างกัน ซึ่งเราต้องเร่งรัดการพัฒนาร่วมกันทุกๆด้านเพื่อให้ภูมิภาคอาเซียนและยูเรเซียมีความเชื่อมโยงกันมากกว่าเดิม ทั้งนี้ปัญหาคือเราต้องทำให้ผู้ประกอบการคุ้นชินกับการลงทุนในประเทศไกลๆ

ส่วนความร่วมมือด้านความมั่นคงและการจัดซื้อยุทโธปกรณ์จากรัสเซีย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนบอกแล้วไม่ได้เอาเงินใส่กระเป๋าไปซื้อ แต่ไปพูดจาว่ามีสินค้าอะไรที่มีความสนใจระหว่างกัน เขาคงไม่มาสนใจยุทโธปกรณ์ของเราเพราะไม่ได้สร้างเอง แต่เราต้องสนใจเพราะเขาเป็นคนสร้าง และมีความจำเป็นในการใช้ลำเลียงกำลังทหาร อพยพประชาชน ใช้ดับไฟป่า แต่ปัญหาคือเรามีเงินซื้อหรือเปล่า มีมากก็ซื้อได้ มีน้อยก็ทยอยซื้อ โดยต้องตั้งคณะกรรมการศึกษาร่วมกัน ในส่วนของเราต้องเป็นคณะกรรมการจัดหายุทโธปกรณ์ในกรอบที่คุ้มค่า

“ผมเห็นที่ทุกคนสนใจไม่ใช่เนื้อหาหลัก สนแต่เรื่องกระพี้ของมัน ซื้อไม่ซื้อ พอซื้อปั๊ป ก็มาจ้องเรื่องทุจริต ไม่เคยสร้างสรรค์ว่าประเทศไทยจำเป็นต้องมีเฮลิคอปเตอร์หรือไม่ หรือไม่ต้องมีก็ได้ เอาสิ มันต้องซื้อเขาทุกอย่างเพราะเราไม่ผลิตเอง ถ้าผลิตได้ก็ไม่ซื้อหรอก แต่เพราะมันจำเป็น ข้อสำคัญคือไม่ใช่ซื้อเพื่อให้เกิดการทุจริต หากมีก็สอบมา ซึ่งเป็นการซื้อระหว่างรัฐต่อรัฐ จะทุจริตได้ยังไงก็ไม่รู้เหมือนกัน” นายกฯ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามถึงการเข้าร่วมเป็นสมาชิกสหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย(อีอียู)ของไทย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ยังศึกษาในเรื่องเงื่อนไขอยู่ โดยยังไม่ได้ข้อสรุป ส่วนจะเข้าร่วมได้ในรัฐบาลนี้หรือไม่นั้น ก็กำลังพิจารณาอยู่ถึงผลดีผลเสีย ไม่ใช่ไปแล้วเซ็นต์ส่งเดช ซึ่งการเข้าร่วมนั้นง่ายกว่า ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปชิฟิก (TPP) เพราะไม่มีข้อผูกมัดอะไร และตนได้คุยกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์แล้ว คงจะสามารถดำเนินการได้โดยเร็ว เพราะเราต้องเพิ่มมูลค่าการค้าขายระหว่างกัน ก็ต้องมีการทำสัญญาร่วมกัน ซึ่งดูแล้วไม่ขัดข้องกับใคร และมีบางประเทศในอาเซียนร่วมลงนามไปแล้วด้วย โดยอย่าไปกลัวว่าลงนามไปแล้วจะเสียเปรียบ ถ้าเสียเปรียบรัฐบาลนี้ไม่ลงอยู่แล้ว แต่ถ้าไม่เสียเปรียบต้องลง เพราะไม่ลงจะค้าขายเขาไม่ได้ แล้วจะเอารายได้จากที่ไหน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า สำหรับการลงนามนั้นมีหลายอย่างไม่ใช่ลงนามแล้วจะซื้อเลย แต่เป็นการลงนามกว้างๆในทุกกรอบ เช่น ความสนใจในยุทโธปกรณ์ความมั่นคง ความร่วมมือด้านการทหาร จากนั้นก็ตั้งคณะกรรมการศึกษาร่วมกันจัดทำทีโออาร์ และจัดหางบประมาณ ส่วนอีกด้านคือกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ต้องขายของ ไม่ใช่อย่างที่คิดว่าอะไรก็ง่ายไปหมดซื้อนี่ซื้อโน่น ถ้าจะแค่ซื้อก็ไม่ต้องไปหรอก ซึ่งการเข้ากลุ่มสมาชิกนั้นไม่มีการบังคับ แต่เป็นทางเลือกทางด้านเศรษฐกิจ