วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'นายกฯ'ปัดเยือน 'รัสเซีย' หวังเปลี่ยนขั้วความสัมพันธ์

“นายกรัฐมนตรี” ปัดเยือน “รัสเซีย” เพราะไทยกำลังเปลี่ยนขั้วความสัมพันธ์ ระบุปมซื้ออาวุธ-เฮลิคอปเตอร์เป็นเสี้ยวเดียวของการเดินทาง

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ“คืนความสุขให้คนในชาติ" ถึงการเดินทางเยือนประเทศรัสเซีย และการเข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน-รัสเซีย ว่า ตนอยากให้มองอย่างนี้ไม่ใช่ว่ามามองว่าประเทศไทยจะเปลี่ยนแนวทางของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไป หรือเปลี่ยนกลุ่มต่างๆ เราอยู่ในกลุ่มทุกกลุ่ม เพราะว่าเรามีการค้าการลงทุน ระหว่างกัน กับทุกประเทศในโลก เพียงแต่ต้องมาจัดระเบียบของเราให้ดีเรียกว่าทางเลือกแห่งการเมือง การเมืองมีผลทางด้านเศรษฐกิจไง เราไม่ใช่เป็นการแบ่งพวก แบ่งฝ่าย เปลี่ยนฝ่าอะไร ไม่ใช่ เราไม่มีฝ่ายใครทั้งสิ้น เพราะว่าเราเป็นประเทศไทย ประเทศเล็กๆ เราแบ่งฝ่ายก็เดือดร้อน มีผลกระทบกับพันธะสัญญาต่างๆ ที่มีอยู่ กับทุกประเทศในโลกหลายอันวันนี้ก็มีหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ยูเรเซีย ใช่ไหม ทางด้านรัสเซีย มี PPP (ฟังไม่ชัด) ทั้งสองกลุ่มพยายามจะอยากให้เราเข้าไป มี อาเซ็บ เข้าไปอีกใช่ไหม แล้วยังมีความสัมพันธ์อื่นๆ อีกเยอะแยะ ของ UN FTA ทั้งหมดนี่ทำยังไง นโยบายผมหรือ จะต้องไม่ขัดแย้งกัน ไม่ใช่ได้อันนี้แล้วเสียอันนี้ ถ้าอันไหนเสียต้องคุยกัน ว่าถ้าจะให้เราเข้าไปแล้วจะช่วยเราได้ยังไงตรงนั้นไม่งันจะเป็นการใช้เศรษฐกิจ มาเดินเรืองการเมือง เรื่องการแบ่งกลุ่มแบ่งอะไร

"ผมก็ได้พูดกับรัสเซียเขาแล้ว เขาก็บอกเป็นทางเลือกของยู เขาก็บอกเป็นทางเลือกเหมือนกัน ของทุกประเทศ เขาไม่ต้องการมีบทบาทกับใครทั้งสิ้น เขาเป็นมหาอำนาจของเขาอยู่แล้ว ฉะนั้นวันนี้ที่เรามารัสเซีย อย่ามามองว่าผมจะเปลี่ยนข้าง หรือผมจะมาซื้ออาวุธ ผมอารมณ์เสียตอนก่อนมา มาถามผมว่าผมมาครั้งนี้จะซื้อฮ.(เฮลิคอปเตอร์)กี่ลำ มันเป็นเสี้ยวเดียวของการที่มาครั้งนี้ เพราะมันเป็นกิจกรรมหลายกิจกรรมอันแรก ทำไมถึงมาเซ้นต์ปีเตอร์เบอร์ก เพราะเมืองนี้เป็นเมืองที่เป็นจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับรัสเซียเมื่อ 119 ปีมาแล้ว ปีหน้าจะครบ 120 ปี ทำไมถึงเกิดที่นี่เพราะว่ารัชกาลที่ 5 ของเราเสด็จมาที่เมืองนี้ มาสร้างความสัมพันธไมตรีกับพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 แล้วก็จากนั้นมาก็ส่งพระราชโอรสมาศึกษาเล่าเรียนใช่มั้ย พระองค์เจ้าจักรพงศ์ภูวนาถ แล้วอีกหลายพระองค์ที่มา และในช่วงนั้นทำให้ประเทศไทยสามารถหลุดพ้นจากการเป็นอาณานิคมอะไรต่างๆ มาได้ ถือว่าเป็นสิ่งที่สถาบันทำไว้นะ แล้วก็วันนี้เป็นโอกาสที่ ปีหน้านะ เดือนกรกฎาคม พ.ศ.2560 จะครบรอบ 120 ปี รัฐบาลจึงมาสร้างความสัมพันธ์วันนี้ปีนี้เพื่อเตรียมการเฉลิมฉลองร่วมกันในปีหน้า นี่อันที่หนึ่งอันที่สอง ก็จากการที่พบปะกับท่านนายกรัฐมนตรีเมดเวเดฟนี่นะ พบมา 3 ครั้งแล้วมั้ง แล้วยังได้มีการพูดคุยในการประชุมอีกหลายที แล้วเคยมีการเยือนที่ประเทศไทยมาด้วย พูดกันหลายเรื่อง ฉะนั้นสิ่งที่เราพูดกันแล้วนี่มันจะต้องเร่งนำมาขับเคลื่อนใช่มั้ย ว่าศักยภาพของเราเป็นยังไง ของรัสเซียเป็นยังไง รัสเซียมีจุดแข็งเรื่องอะไรบ้างเขาแข็งเรื่องอะไร อุตสาหกรรมหนัก วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม การศึกษา อวกาศ การบิน อะไรก็แล้วแต่ วิจัยพัฒนา เหล่านี้ เรากำลังต้องการอยู่ต้องการทุกประเทศแหละครับ ถ้าประเทศไหนช่วยเหลือเรา เราก็เอาทั้งหมดน่ะแหละ เพราะเราต้องเตรียมความพร้อมประเทศไทยไปสู่เทคโนโลยี กลายเป็นประเทศที่ใช้เทคโนโลยี ใช้ความรู้ วิทยาการสมัยใหม่ และก็สอดคล้องกับคำว่า ไทยแลนด์ 4.0 " พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า วันนี้ก็มาก็ได้ประโยชน์ที่ ตนจะคุยกับเขา การค้าการลงทุนเราก็ กับรัสเซียเหรอ มันก็น้อยอยู่ ที่ผ่านมาถือว่าน้อย มีเฉพาะการท่องเที่ยวที่มาก ก็ยังลดลงเหมือนกัน จากค่าเงินรูเบิร์นไงเพราะฉะนั้น วันนี้เราก็ไม่สนใจ เราก็มาตั้งเป้าหมายกับท่านนายกรัฐมนตรีว่า เออ ทำยังไงเราจะเพิ่มขึ้นเป็น 5 เท่า ภายใน 5 ปี ผมก็บอกว่าเร็วกว่า 5 ปีก็ได้ จะมากกว่า 5 เท่าก็ได้ ผมขอสองปีแรกเนี่ย ถึง 2560 ให้ได้ก่อนมั้ย ท่านก็รับปาก ว่าต้องหาอะไรให้ได้ก่อนเพื่อจะทำวันนี้เอาคณะรัฐมนตรีไทยมา 7 ท่าน ถือว่ามากที่สุดแล้ว ในการเยือนต่างประเทศ ทุกคนก็สงสัยว่าทำไมต้องมา เอาใจเขาหรือเปล่า ก็มันมีหลายเรื่องไง จะได้จบไปซะทีเดียว แล้วผมเป็นคนนำมา ก่อนผมมา ก็รองนายกฯ มา 2 ท่านคนก็สงสัยอีก ทำไมเอารองนายฯ มา 2 คน แหมช่างสงสัยก้นจริงๆ นะ ก็งานมันเยอะ ทำให้มันเร็ว ผมก็ต้องส่งคนมาเยอะ ใช่มั้ย แล้วคราวนี้ผมมาเอง เห็นมั้ยเซ็นเอ็มโอยูไปสิบกว่าฉบับ 14 ฉบับมั้ง ทั้งของภาครัฐภาคเอกชนด้วย มันก็เป็นประโยชน์กับใครล่ะ กับผมเหรอ ไม่ใช่กับประเทศทั้งสิ้น และเราก็ไม่ได้เป็น เค้าเรียกอะไรล่ะ แบ่งภาค มันไม่ใช่ทำยังไงเราจะขับเคลื่อนไปด้วยกัน ไม่ว่าจะใครกัน ก็เป็นการเชื่อมเศรษฐกิจยูเรเซียใช่มั้ย ทางด้านเขา 5 ประเทศ ของเราคืออาเซียน

“ความประทับใจในการพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีเมดเวเดฟ ส่วนตัวท่านเป็นคนน่ารัก คือ ท่านเป็นผู้นำที่ทันสมัย มีอารมณ์ศิลปิน ชอบถ่ายภาพ เคยเอาภาพมาแสดงที่เมืองไทยด้วย ไปในรัฐบาลไหนก็ตาม ท่านชอบถ่ายภาพ มีภาพสวยๆ หลายภาพมาแสดงที่เมืองไทย ถ่ายรูปประเทศไทยไว้เยอะแยะ เป็นเล่มๆ เลย นี่ท่านก็แจก ให้หนังสือ สมุดรวมภาพถ่ายของท่านมา เดี๋ยวผมจะไปดูผมกับนายกรัฐมนตรีเมดเวเดฟ เหมือนกับเค้าที่เรียกว่า มันตรงกันมั้ง เคมีมันตรงกันคือ ทำเพื่อประเทศ ทำเพื่อกลุ่ม ทำเพื่อประชาคม และประชาชนต้องเป็นศูนย์กลาง เป็นคนได้ประโยชน์ ประเทศชาติมีการพัฒนา การพัฒนาประเทศที่เราไม่ได้ ผมก็บอกแต่เพียงว่า ไม่ใช่เฉพาะรัสเซียกับไทยนะ เพราะฉะนั้นถ้าเอาไทยมาอยู่ทางอาเซียนเนี่ยก็เป็นไทยบวกอาเซียน ของเค้าก็เป็นรัสเซียกับยูเรเซียถ้าเราทั้งทั้งหมดเนี่ยมันก็กลายเป็นมากขึ้น เป็นพหุภาคีเนี่ยสองข้าง ปริมาณคนเท่าไหร่ล่ะ ตลาดเท่าไหร่ล่ะ การผลิตสินค้าอีกเท่าไหร่ เพราะฉะนั้นมันต้องมาเชื่อม จะไกลยังไงก็ตาม มันถึงแล้ว วันนี้ ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว