'ไพบูลย์'นำคณะหารือความร่วมมือป้องกันอาชญากรรม

'ไพบูลย์'นำคณะหารือความร่วมมือป้องกันอาชญากรรม

"พล.อ.ไพบูลย์" นำคณะหารือความร่วมมือป้องกันอาชญากรรม ผลเจรจาชื่นมื่น ไทย-รัสเซีย ตกลงประสานงานใกล้ชิด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 19 พ.ค. ท่ีผ่านมา เวลา 08.30 น. (ตามเวลาท้องถิ่น). ณ Heritage General Building สหพันธรัฐรัสเซีย พล.อ. ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทย เข้าพบและหารือข้อราชการด้านยาเสพติดกับคณะผู้แทนรัสเซีย นำโดย H.E. Mr. Igor ZUBOV รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกิจการภายใน/มหาดไทย และดูแลด้านกิจการต่างประเทศ โดยมี นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม นายพสิษฐ์ อัศววัฒนาพร ผู้อำนวยการสำนักงานกิจการยุติธรรม นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย รองเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ( ป.ป.ส. ) น.ส.รัชนีกร สรศิริ ที่ปรึกษาสำนักงาน ป.ป.ส. เข้าร่วมหารือแลกเปลี่ยนข้อมูลและความคิดเห็นซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนการประสานงานและเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างกัน ด้านการควบคุมปัญหายาเสพติดอาชญากรรมและกระบวนการยุติธรรม

โดยรัสเซียได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับความเชื่อมโยงกันของปัญหาอาชญากรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัญหาการลักลอบค้ายาเสพติด การลี้ภัยและการอพยพมนุษย์อย่างผิดกฏหมาย ทั้งนี้ รัสเซียกำลังอยู่ระหว่างการจัดวางโครงสร้างราชการใหม่ โดยงานยาเสพติดและการอพยพจะรวมอยู่ด้วยกันภายใต้กรมที่จะตั้งขึ้นใหม่ คาดว่าจะแล้วเสร็จในปีนี้ ภายใต้กระทรวงมหาดไทย

สำหรับความร่วมมือด้านยาเสพติดกับประเทศไทยนั้น. รัสเซียได้ส่งผู้แทนและเจ้าหน้าที่ประสานงานด้านยาเสพติดอย่างใกล้ชิดนำไปสู่ความสำเร็จในการปฏิบัติการคดีสำคัญ

ด้านพล.อ.ไพบูลย์ยืน ยันว่า ถึงแม้ว่าปัจจุบันประเทศไทยกับรัสเซียยังไม่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน และการโอนตัวนักโทษระหว่างกัน ขอยืนยันยินดีสนับสนุนความร่วมมือทางอาญาและทางกระบวนการยุติธรรมระหว่างกันให้ดำเนินกันได้อย่างเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพตามช่องทางความมือที่มีอยู่ในปัจจุบัน สำหรับความร่วมมือภายใต้บันทึกความเข้าใจระหว่างกันด้านยาเสพติดที่ลงนามไปแล้ว และร่างแผนปฏิบัติการสำหรับความร่วมมือด้านยาเสพติดที่พิจารณาร่วมกันและจะลงนามในอนาคตนั้น ทั้ง 2 ฝ่ายเห็นพ้องในหลักการการให้ความเคารพต่อกฏหมาย และวิธีปฏิบัติระหว่างประเทศ และอธิปไตยเหนือดินแดนตน โดยเกี่ยวกับปฏิบัติการปราบปรามและการบังคับใช้กฏหมายนั้น เห็นพ้องกันว่า หากคดี เกิดขึ้นในประเทศใด ก็เป็นเจ้าหน้าที่ของประเทศนั้นที่จะปฏิบัติการ โดยคู่ภาคีให้ความร่วมมือได้ในด้านการสนับสนุนการข่าวเชิงลึก

นอกจากนี้ ไทยและรัสเซียยังได้แลกเปลี่ยนความกังวลร่วมกันต่อปัญหาพื้นที่ผลิตยาเสพติด เฮโรอีนและสารสังเคราะห์ที่สำคัญของโลกที่ทั้งไทยและรัสเซียได้รับผลกระทบโดยตรงจากสภาพภูมิศาสตร์ โดยพื้นที่ที่มีนัยสำคัญต่อไทยอย่างมาก คือ สามเหลี่ยมทองคำ และต่อรัสเซียอย่างมาก คืออัฟกานิสถานและพระจันทร์เสี้ยวทองคำ ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายเล็งเห็นความจำเป็นและประโยชน์ของความร่วมมือระหว่างกันในการจัดการกับปัญหายาเสพติดและกลุ่มอาชญากรซึ่งน่าจะมีความเกี่ยวข้องกัน และทำกิจกรรมที่ผิดกฏหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด อาทิ การฟอกเงิน การค้าอาวุธ และมนุษย์ และการก่อการร้าย เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ฝ่ายรัสเซียเห็นว่าปัญหายาเสพติดในสามเหลี่ยมทองคำเป็นปัญหาทางเศรษฐกิจ ความยากจนและเพื่อผลกำไรแต่เพียงอย่างเดียว สำหรับรัสเซีย ปัญหายาเสพติดในอัฟกานิสถานมีความท้าทายอย่างมาก เนื่องจากเชื่อมโยงกับปัญหาการเมืองและความมั่นคงของรัสเซีย

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายรัสเซียร้องขอให้ฝ่ายไทยสนับสนุน ดังนี้. 1 ให้ออกคะแนนเสียงผู้แทนรัสเซีย ในองค์กรตำรวจสากล INTERPOL ซึ่งกำลังสมัครเข้าชิงตำแหน่ง รองประธาน INTERPOL ในฐานะผู้แทนของโซนยุโรป และ 2 สนับสนุนบทบาทของรัสเซียใน ASEANAPOL องค์กรตำรวจอาเซียน ในฐานะประเทศคู่เจรจา ทั้งนี้ รมว.ยุติธรรมกล่าวยินดีพิจารณาสนับสนุนใน 2เรื่องดังกล่าว. รวมทั้งส่งเสริมและผลักดันการทำงานผ่านรูปแบบคณะทำงานร่วมเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม ไทย-รัสเซีย ซึ่งจะทำให้มีความร่วมมือระหว่างกันที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ในช่วงท้ายของการหารือ ฝ่ายรัสเซีย เชิญรมว.ยุติธรรมและคณะ เยือนรัสเซียเพื่อร่วมงานแสดงเทคโนโลยีเกี่ยวกับกิจการตำรวจ ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนตุลาคม 59 ณ กรุงมอสโคว ด้วย