วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กล่อมมาราธอนมือยิง 2 ดร. สุดท้ายเป่าขมับดับ

กล่อมมาราธอนมือยิง 2 ดร.ราชภัฏพระนคร สุดท้ายเป่าขมับดับ ด้านตำรวจยืนยันทำดีที่สุดแล้ว

เมื่อเวลา 18.44 น. วันที่ 19 พฤษภาคม ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ญาติ เพื่อน และคนสนิท ช่วยกันเกลี้ยกล่อมให้ ดร.วันชัย ดนัยตโมนุท อายุ 60 ปี นานมากกว่า 6 ชั่วโมง จากนั้น ดร.วันชัย ได้นั่งคุกเข่าห่างจากรถยนต์ส่วนตัวไปทางด้านหลังฝั่งซ้ายของรถประมาณ 5 เมตร ก่อนใช้อาวุธปืนจ่อยิงขมับขวาทะลุซ้าย จำนวน 1 นัด อยู่ในสภาพนอนหงายจมกองเลือดสมองกระจัดกระจายเกลื่อนเต็มพื้น เจ้าหน้าที่ต้องเร่งช่วยกันปฐมพยาบาลเบื้องต้น จากนั้นรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล เพื่อเข้ารับการรักษาอาการอย่างเร่งด่วน

ต่อมาเมื่อเวลา 19.30 น. ที่หน้าห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลเปาโล เมโมเรียล พหลโยธิน นายนิรุต จันทร์งาม อายุ 38 ปี อาสามูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กล่าวว่า ภายหลังจากที่ตนได้ยินเสียงปืน จำนวน 1 นัด ก็ได้รับคำสั่งจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจให้นำกำลังพร้อมรถกู้ชีพขั้นพื้นฐานเข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บทันที เมื่อถึงตัวผู้บาดเจ็บตนพร้อมหน่วยแพทย์ก็ช่วยกันปฐมพยาบาลเบื้องต้นโดยใช้ผ้าก๊อซพันที่บริเวณศีรษะ ก่อนตรวจวัดชีพจรโดยพบว่าชีพจรของ ดร.วันชัย ในจุดเกิดเหตุนั้นได้หยุดเต้นตั้งแต่ตอนแรกแล้ว จากนั้นก็รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลดังกล่าวโดยใช้เวลาเพียง 5 นาทีเท่านั้น ซึ่งขณะนี้ทางแพทย์อยู่ระหว่างการยื้อชีวิต

พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. กล่าวว่า ตำรวจก็ได้พยายามเจรจากว่า 6 ชั่วโมง โดยสาเหตุที่ไม่ได้ตัดสินใจเข้าชาร์จเนื่องจากไม่มีตัวประกันหรือบุคคลที่สาม ที่ได้ภัยคุกคามจากปืนที่ถืออยู่ หากชาร์จกระสุนอาจจะพลาดไปถูกบุคคลอื่นที่อยู่แวดล้อมได้ ตำรวจจึงตัดสินใจเจรจา นำญาติที่ ดร.วันชัยเชื่อถือมาพูดคุย มาช่วยเกลี้ยกล่อม ซึ่ง ดร.วันชัยเริ่มมีท่าทีดีตามลำดับ มีพูดโต้ตอบ พูดคุย จนตำรวจรู้าึกว่าสถานการณ์เริ่มดีขึ้น ทั้งนี้สิ่งที่ ดร.วันชัย กลัวคือจะต้องติดคุก จะถูกดำเนินคดี หรือถูกประหารชีวิต เป็นสิ่งที่เขาพูดตลอดเลย โดยทางตำรวจก็พยายามพูดว่า ดร.วันชัย เป็นคนดี เป็นคนมีความรู้ ให้ใช้ความรู้ไปใช้ในการสอน ในส่วนของคดีเป็นเรื่องของอนาคต ค่อยว่ากัน แต่ ดร.วันชัย ก็คิดไว้อยู่แล้วกับการตัดสินใจทำเช่นนี้ เนื่องจากมีการเขียนหนังสือสั่งลาให้กับญาติพี่น้อง ซึ่งทางพนักงานสอบสวนมีหลักฐานตรงนี้แล้ว

พล.ต.ท.ฐิติราช กล่าวอีกว่า ตำรวจยืนยันพยายามยื้อ พยายามพูดให้วางอาวุธ ซึ่ง ดร.วันชัยก็ทำตาม แต่แล้วก็สลับกับหยิบปืนขึ้นมาหลายครั้งเช่นกัน ซึ่งจากการสังเกตดูแล้วพบว่า บางครั้ง ดร.วันชัย ก็มีอาการสับสนบางครั้งก็ผ่อนคลาย จนสุดท้ายเขาอาจจะเหนื่อย จนคิดอะไรไม่ออก เลยตัดสินใจทำแบบนั้นลงไป โดยก่อนหน้านั้นตำรวจได้พยายามถามว่า ต้องการสิ่งมดหรือๆไม่ แต่ ดร.วันชัย ส่ายหน้าบอกไม่เอา พร้อมทั้งขอโทษที่ทำให้ทุกคนเสียเวลาโดยตลอดระยะเวลา ดร.วันชัย ระบายว่าตนมีศักดิ์ศรี จะทำแบบนี้กับเขาไม่ได้

“ก่อนเกิดเหตุดังกล่าวนั้น ตำรวจก็พยายามพูดให้ ดร.วันชัย ผ่อนคลาย ตำรวจไม่มีเจตนาคุกคามหรือดำเนินคดีกับ ดร.วันชัย แต่หากถูกข่มเหงรังแกดร.วันชัย ก็สามารถต่อสู้คดีได้ ทั้งนี้ญาติพี่น้องก็พูดให้ ดร.วันชัยรู้สึกว่ารัก ดร.วันชัย ไม่อยากให้เป็นแบบนี้ ซึ่งตำรวจต้องขอขอบคุณญาติพี่น้องที่เสียเวลามาช่วยตำรวจเจรจาในครั้งนี้ อย่างไรก็ตามยืนยันว่าขั้นตอนการดำเนินการทั้งหมดเป็นขั้นตอนมาตราฐานสากล เริ่มตั้งแต่ การเจรจา ต่อรอง อย่างไรก็ดีต้องขอขอบคุณสื่อมวลชนที่ไม่เข้ามาภายในตั้งแต่ช่วงบ่ายที่มีการเจรจา เนื่องจากหากมีคนเข้ามาจำนวนมาก ดร.วันชัย อาจจะรู้สึกถูกกดดัน ถูกคุกคามและไม่สบายใจได้ โดยขั้นตอนหลังจากนี้ก็เป็นจะเป็นส่วนของการดำเนินการตามงานสอบสวนตามคดี ทั้งนี้ผมยังไม่สามารถระบุได้ว่า ดร.วันชัย เสียชีวิตหรือไม่ เพราะหลังจากเกิดเหตุก็นำส่งโรงพยาบาลทันที เเต่หากพิจารณาจากการถือปืนในทางกายภาพและจุดที่ยิงแล้ว ก็คาดว่าน่าจะเสียชีวิตทันที”ผบช.ก. ระบุ

ด้าน ดร.ณรงค์ศักดิ์ บุณยะมาริก เพื่อคนสนิทของ ดร.วันชัย กล่าวว่า ในการไกล่เกลี่ยครั้งนี้เจ้าหน้าที่ทำสุดความสามารถแล้ว ซึ่งจากการคาดเดาสถานการณ์ในขณะนั้น ดร.วันชัย มีหลายครั้งที่เกิดความลังเล ซึ่งได้เปิดดูอีเมล โดยมีใจความเชิงระบายรู้สึกอัดอั้นที่ต้องทนรับในสิ่งที่ไม่เป็นธรรม เก็บกด และในช่วงท้ายของข้อความระบุว่า หากทำภารกิจเสร็จสิ้นตนขอลาตาย ในขณะที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามฟัง และทำความเข้าใจโดย ดร.วันชัย ได้พูดเพียงว่าตัวเองไม่ได้รับความเป็นธรรม ไม่สามารถทนได้ ก่อนที่เวลาต่อมา ดร.วันชัย ก็ได้ตัดใจยิงตังเองเสียชีวิตดังกล่าว

ต่อมาเวลา 20.00 น. วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน พร้อมแพทย์นิตเวชโรงพยาบาลตำรวจ ได้เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุ ก่อนเข้าไปเก็บรวบรวมพยานหลักฐานภายในจุดเกิดเหตุ

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับคดีดังกล่าวนั้น เกิดจากตำรวจกองปราบประสานกับตำรสจ สน.บางเขน และตำรวจ สส.บก.น.2 แกะรอยทางอีเมลของ เอ ซึ่งเป็น น้องสาวเฮียเฮง โดย ดร.วันชัยได้ส่งอีเมลฉบับหนึ่ง ซึ่งมีข้อความลักษณะระบายความในใจเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น และหลังจากแกะรอย ตำรวจพบว่าดร.วันชัย ได้เดินทางมาเปิดห้องพักที่โรงแรมสุภาพ หมายเลขห้อง 7B ช่วงเวลาประมาณ 12.00น.วันนี้(19 พ.ค.) ตำรวจจึงนำกำลังติดตามมากระทั่งพบดร.วันชัย ก่อนมีการเจรจาเกลี้ยกล่อมนาน 6 ชั่วโมงแต่ไม่เป็นผล สุดท้าย ดร.วันชัย ก็ใช้ปืนยิงตัวตาย