"ดาว์พงษ์" ชื่นชมอาชีวะมีนวัตกรรมที่ช่วยเด็กติดในรถ เล็งต่อยอดไปสู่ธุรกิจเอสเอ็มอี มากกว่าแค่นำมาโชว์
พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังประชุมกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้นำเสนอมาตรการรองรับการเปิดภาคเรียนใหม่ อาทิ การดูแลอาคารสถานที่ การป้องกันตนเองเมื่อเกิดภัยพิบัติ เป็นต้น ทั้งนี้ ที่ประชุมได้ขอให้ สพฐ.ไปจัดทำคู่มือที่เป็นมาตรการสำคัญในทุกโรงเรียนด้วย ซึ่งคู่มือดังกล่าวจะต้องมีความชัดเจนในการปฎิบัติช่วยเหลือนักเรียนเมื่อเกิดเหตุการณ์ต่างๆขึ้น โดยเฉพาะเรื่องภัยพิบัติต้องมีการจำแนกว่าโรงเรียนในพื้นที่ใดจะต้องเผชิญกับภัยพิบัติในรูปแบบไหนบ้าง อาทิ โรงเรียนที่อยู่ทางภาคใต้ ใกล้ทะเลอาจะต้องเจอเหตุการณ์สึนามิ โรงเรียนที่อยู่ภาคเหนือต้องเจอกับเหตุการณ์แผ่นดินไหว โรงเรียนพื้นที่ภาคกลาง อาจจะเจอปัญหาน้ำท่วม เป็นต้น
พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าวต่อว่า สำหรับมาตรการการป้องกันไม่ให้ลืมเด็กไว้ในรถโรงเรียนนั้น อยากขอความร่วมมือครูประจำชั้นช่วยกันตรวจสอบข้อมูลของเด็กที่ดูแลในแต่ละวัน โดยทุกเช้าต้องทราบว่าเด็กมาเรียนครบทุกคนหรือไม่ กรณีเด็กไม่มาเรียนต้องรีบประสานไปผู้ปกครองเพื่อสอบถามว่าไม่มาเรียนด้วยสาเหตุใด ส่วนประเด็นรถรับส่งนักเรียนที่เป็นของโรงเรียนตนไม่ห่วงเพราะมีจะครูประจำรถคอยดูแลอยู่แล้ว แต่เป็นห่วงรถรับส่งของเอกชนมากกว่า ซึ่งอยากให้โรงเรียนออกมาตรการที่เข้มงวดกับรถรับส่งนักเรียนเอกชนเหล่านี้ อาทิ กำหนดมาตรการรถรับส่งนักเรียนของเอกชนต้องมีคนดูแลเด็กประจำรถ เป็นต้น
พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้นำเสนอนวัตกรรมที่ช่วยเหลือเด็กที่ติดอยู่ในรถโรงเรียน ซึ่งตนรู้สึกภูมิใจทุกครั้งที่ได้เห็นผลงานของเด็กไทยแต่ก็ดีใจได้แค่ครึ่ง เดียว เพราะอยากให้ผลงานของเด็กไทยเหล่านี้สามารถนำไปเป็นผลิตภัณฑ์ที่สร้างมูลค่า ได้จริง เพราะเด็กไทยมีความสามารถที่จะสร้างนวัตกรรมดีๆให้แก่ประเทศชาติจึงไม่ต้อง การให้ผลงานหยุดแค่การโชว์ตามที่ต่างๆเท่านั้น เพราะตนฝันอยากเห็นนักเรียนเป็นเถ้าแก่น้อย โดยหลังจากนี้ ศธ.จะส่งเสริมผลงานสิ่งประดิษฐ์ของนักเรียนอย่างจริงจัง หรืออาจหารือกับสถานประกอบการและโครงการประชารัฐให้ช่วยเข้ามาสนับสนุนด้วย รวมถึงแนวทางทีจะส่งเสริมให้เด็กเป็นเจ้าของกิจการขนาดเล็กด้วยตนเอง





