"รองปลัด กต." หารือ"สมาชิกสภาอียู" ยืนยันไทยจะจัดการเลือกตั้งในปีหน้า ตามโรดแม็ปที่ประกาศไว้
นายเวอร์เนอร์ แลงเกิน สมาชิกสภายุโรป (อียู) ซึ่งเป็นประธานกลุ่มความสัมพันธ์กับประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอาเซียน และคณะอนุกรรมการด้านสิทธิมนุษยชนของอียูได้นำสมาชิกสภาอียู รวม 8 คน เข้าพบนายปัญญรักษ์ พูลทรัพย์ รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ รักษาการแทนปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ที่กระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งเยือนประเทศไทย ระหว่างวันที่ 17 - 19 พ.ค.59 โดยมีกำหนดการพบปะทุกภาคส่วน อาทิ สนช. กรธ. พรรคการเมือง ภาคประชาสังคม ภาควิชาการ และภาคเอกชน
นายเสข วรรณเมธี ได้แถลงภายหลังการพบปะหารือว่า กลุ่มสมาชิกสภาอียูดังกล่าวเลือกเยือนประเทศไทย ในฐานะประเทศผู้ประสานงานอาเซียน - อียู แสดงให้เห็นถึงว่าไทยกับอียูยังมีปฏิสัมพันธ์กันปกติ ซึ่งไทยถือเป็นประเทศคู่การค้าของอียูเป็นอันดับที่ 3 ในอาเซียน และมีนักท่องเที่ยวจากประเทศในอียูเดินทางมาไทย 5 ล้านคนต่อปี สำหรับการพบปะหารือครอบคลุมในหลายมิติ และภาพรวมความสัมพันธ์ไทย-อียู และอาเซียน-อียู เพื่อยกระดับความร่วมมือเป็นแบบยุทธศาสตร์ โดยจะมีการจัดประชุมระดับรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน - อียู ในเดือนตุลาคมนี้
นายเสข กล่าวอีกว่า ในการพบปะครั้งนี้ อียูได้รับทราบพัฒนาด้านต่างๆของไทย อาทิ การดำเนินการปัญหาประมงผิดกฎหมายของไทย โดยกระทรวง ยืนยันถึงความมุ่งมั่นของไทยต่อการแก้ไขปัญหาประมงไอยูยู และได้แจ้งให้ทราบถึงความคืบหน้าล่าสุด ตามที่รัฐบาลได้ออกกฎหมายเกี่ยวกับประมง การตรวจเรือ การลงทะเบียนเพื่อออกเอกสารประจำเรือ เป็นต้น นอกจากนี้ ได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นสถานการณ์และสิ่งท้าทายต่างๆในปัจจุบัน โดยอียูได้เล่าว่า อียูกำลังเผชิญกับกลุ่มผู้อพยพ และเศรษฐกิจในภูมิภาค รวมทั้งภัยก่อการร้ายระหว่างประเทศ
นายเสขกล่าวด้วยว่า ในช่วงเช้าวันนี้ สมาชิกสภาอียูได้พบกับ สนช. และกรธ. ซึ่งได้หารือถึงภาพรวมสถานการณ์การเมืองไทย โดยอียู ย้ำว่า การเยือนครั้งนี้ตระหนักถึงพัฒนาการของประเทศไทย พร้อมกับย้ำถึงข้อมติของอียูต่อไทยเมื่อเดือนตุลาคม 2558 ว่า ประเทศไทยยังเป็นมิตรประเทศและหุ้นส่วนของอียู พร้อมกันนี้เชื่อว่า ระหว่างนี้ไทยกำลังเตรียมการเพื่อนำไปสู่การเลือกตั้ง
ผู้สื่อข่าวถามว่า ทางอียูได้หยิบยกประเด็นเรื่องนำประชาชนขึ้นศาลทหารหรือไม่ นายเสขกล่าวว่า เค้าไม่ได้คุยรายละเอียดเรื่องนี้ โดยอียูได้แจ้งท่าทีเดิมและหลักการค่านิยมของอียู โดยกระทรวงการต่างประเทศได้ยืนยันในการพบปะกันว่า ประเทศไทยจะจัดการเลือกตั้งในปี 2560 ตามโรดแมปที่ได้ประกาศไว้
เมื่อถามว่า สมาชิกสภาอียูห่วงกังวลเรื่องใช้มาตรา 44 หรือไม่ นายเสข กล่าวว่า ในการหารือไม่ได้ลงรายละเอียดเรื่องนี้ เมื่อถามถึงได้มีการพูดถึงถึงกระบวนการยูพีอาร์ ที่เจนีวา หรือไม่ นายเสขกล่าวว่า ฝ่ายไทยได้แจ้งให้สมาชิกสภาอียูทราบว่า รัฐสมาชิกยูพีอาร์ได้ชื่นชมไทยเกี่ยวกับการดำเนินการต่อสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศมีความคืบหน้า และไทยก็รับข้อเสนอแนะของรัฐสมาชิกยูพีอาร์ที่มีต่อไทยทันที 181 ข้อ หรือคิดเป็นร้อยละ 70 ทันที และจะมีการรายงานความคืบหน้าตามไปภายหลังด้วย





