"วิษณุ" ชู "ผู้ตรวจฯ" ทำงานเหมือนพระอินทร์ ชี้ช่อง อำนาจใหม่ราวเทพ-เชื่อรธน.ผ่านประชามติ บอกหากไม่ผ่านก็จะเลือกตั้งปี 60
ที่โรงแรมเชอราตันสมุยรีสอร์ท เกาะสมุย ผู้ตรวจการแผ่นดินจัดโครงการเสวนาวิชาการผู้ตรวจการแผ่นดินสัญจรพบสื่อมวลชน โดยนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี บรรยายหัวข้อ “ผู้ตรวจการแผ่นดินและองค์กรตรวจสอบอำนาจรัฐ การเปลี่ยนผ่านภารกิจตามรัฐธรรมนูญใหม่” ตอนหนึ่งว่า บทบาทพระอินทร์คือบทบาทผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่ทำหน้าที่สอดส่องดูแลเหตุภัยและแก้ไข เดิมทีองค์กรผู้ตรวจการแผ่นดินเป็นองค์กรที่ไม่มีใครกลัว ชี้เป็นชี้ตาย ไม่ได้แตกต่างจากกกต.หรือป.ป.ช. พอกรธ.ได้กำหนดบทบาทของผู้ตรวจการแผ่นดินใหม่ ในแง่หนึ่งอาจเล็กกว่า เดิมแต่เพิ่มความกว้าง ทายไว้ว่าจะเห็นการตีความว่าผู้ตรวจการแผ่นดินมีอำนาจนี้หรือไม่ เพราะมีอะไรที่ไม่ชัดเจนอยู่ ตามร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ได้กำหนดบทบาทของผู้ตรวจการแผ่นดินเอาไว้ 3 หลักใหญ่ๆ คือ 1.หลักทั่วไปในรัฐธรรมนูญที่ใช้กับองค์กรอิสระทั้ง 5 โดยให้หน้าที่ประชุมร่วมกับศาลรัฐธรรมนูญร่วมกันกำหนดมาตรฐานทางจริยธรรม ที่ไว้ใช้กันเอง รวมทั้งรัฐสภา คณะรัฐมนตรี เป็นอันว่าองค์กรอิสระทั้ง 5 บวกกับฝ่ายนิติบัญญัติและบริหารต้องอยู่ภายใต้มาตรฐานจริยธรรมเดียวกันทั้งหมด
นายวิษณุ กล่าวอีกว่า กำหนดให้องค์อิสระทั้ง 5 ต้องร่วมมือช่วยเหลือกัน ต่อจากนี้องค์กรไหนตรวจสอบอะไรพบ หากไม่ใช่เรื่องขององค์กรตัวเองก็ส่งให้องค์กรที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการต่อ ผู้ตรวจการแผ่นดินจึงจะมีเครื่องเอ็กซเรย์ที่ใหญ่กว่าองค์กรอื่นทั้งหมด ถ้าเป็นเช่นนั้น สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินต้องเตรียมรับสถานการณ์นี้ไว้ อาจต้องขยับขยาย สร้างเครือข่ายสาขารองรับภารกิจที่จะมาอีกมาก 2.ภารกิจของผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่เสนอแนะให้มีการปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ไปยังหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง ที่ทำให้เกิดความเดือดร้อนสร้างภาระหรือไม่เป็นธรรมแก่ประชาชน อำนาจนี้รัฐธรรมนูญไม่ได้มอบแก่องค์กรอื่นใดยกเว้นผู้ตรวจฯ ภาจกิจในการแสวงหาข้อเท็จจริงเมื่อเห็นว่ามีการปฏิบัติผิดกฎหมาย เมื่อรัฐธรรมนูญใหม่กำหนดเรื่องหน้าที่ของรัฐ โดยให้ผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอไปยังครม.หากพบว่าหน่วยงานใดไม่ปฏิบัติหน้าที่ของตัวเอง และการเสนอศาลรัฐธรรมนูญหากพบว่ากฎหมายใดขัดต่อรัฐธรรมนูญ รวมทั้งเสนอเรื่องไปยังศาลปกครอง และ3.บทบาทอื่นๆที่จะไปกำหนดให้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ
“ถ้ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ประกาศใช้ เราคงจะเห็นพระอินทร์องค์นี้ทำหน้าที่สำคัญ คือเป็นกรรมการปฏิรูปกฎหมายแห่งชาติ เป็นพนักงานสอบสวนแห่งชาติ ตรวจสอบกระทรวง กรม รัฐวิสาหกิจ และองค์การมหาชน เหมือนเป็นผู้ตรวจราชการประเทศไทย มีหน้าที่เป็นโจทก์ของประเทศไทยแทนประชาชน และเป็นผู้กำหนดมาตรฐานความประพฤติเจ้าหน้าที่ชั้นสูงของประเทศไทย” นายวิษณุกล่าวและว่า จากบทบาทที่ว่ามานี้อาจทำให้ผู้ตรวจการแผ่นดินปรับตัวเตรียมรับสถานการณ์ ถ้าไม่ปรับจะเป็นสามล้อถูกหวย อยากแนะนำว่า กว่าจะถึงเวลาที่กรธ.เขียนกฎหมายลูก น่าจะใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ตัวเสียเองว่าอยากได้อะไร ซึ่งอาจจะเพิ่มในสิ่งที่รัฐธรรมนูญไม่ได้เขียนก็ได้ คำถามใหญ่คือคนที่อยู่ในองค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญจะได้อยู่ต่อหรือไม่ หากรัฐธรรมนูญใหม่ประกาศใช้ เนื่องจากได้เขียนไว้ในบทเฉพาะกาลว่าจะดำรงตำแหน่งต่อหรือไม่ แล้วแต่กฎหมายลูกกำหนด
นายวิษณุ กล่าวต่อว่า คำถามที่ตนก็อยากรู้ว่ารัฐธรรมนูญจะผ่านประชามติหรือไม่ ประเด็นอยู่ที่ 7 ส.ค. ถามตนหรือรัฐบาลก็เชื่อว่าผ่าน สมมติว่าผ่าน กกต.บอกตนว่าประชามติปิดหีบเวลา 16.00 น. ในวันที่ 7 ส.ค. ประมาณ 21.00 น.คงรู้อย่างไม่เป็นทางการว่าผ่านหรือไม่ กว่าจะรู้เป็นทางการคงใช้เวลาประมาณ 4 วัน จึงจะได้ตัวเลขที่ชัดเจน หากประชามติผ่าน เราคงใช้เวลาเดือน ส.ค.ที่เหลือทั้งเดือนจนอาจล้ำไป ก.ย. ทำสิ่งพิธีกรรมคือเขียนตัวบทรัฐธรรมนูญในสมุดไทยเพื่อนำขึ้นทูลเกล้า วันนี้ตนได้สั่งอาลักษณ์ให้เริ่มเขียนแล้ว ดังนั้นถ้าผ่านประชามติจะใช้เวลาเขียนไม่นานเพราะได้เริ่มแล้ว ส่วนเรื่องคำถามพ่วงหากแก้ก็เล็กน้อย 200 มาตราแรกคงไม่กระทบ กำหนดปฏิทินคร่าวๆของตนคาดว่า 7 ส.ค.ถ้าผ่านประชามติรวมเวลาแก้คำถามพ่วง ก็ประมาณเดือนต.ค. รัฐธรรมนูญจึงจะประกาศใช้ จากนั้นก็จะเป็นการทำกฎหมายลูก 4 ฉบับที่ใช้ในการเลือกตั้งประมาณ 2 เดือน พอเข้าการพิจารณาของสภาอีก 2 เดือนจึงจะส่งให้กรธ.และกกต.ดู ก็คาดว่าประมาณเดือนเม.ย. 2560 กฎหมายลูก 4 ฉบับก็จะออกมา พอกฎหมายลูก 4 ฉบับประกาศใช้ก็จะเข้าสู่การเลือกตั้งที่อาจเกิดขึ้นเดือน ส.ค. 2560
นายวิษณุกล่าวต่อว่า แต่ถ้ารัฐธรรมนูญไม่ผ่านตั้งแต่ต้น ก็จะทำสิ่งแรกต่อคือแก้รัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อใช้เวลาประมาณ 1 เดือน อาจจะเป็นการนำฉบับใดฉบับหนึ่งมา ซึ่งการปรับแก้หรือการทำใหม่นั้นอาจใช้เวลาไม่นาน แต่จะไปนานตรงที่อาลักษณ์เขียนลงสมุดไทย แต่หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เคยประกาศว่าไม่ว่าจะอย่างไรต้องเลือกตั้งให้ได้ในปี 2560 ส่วนจะบีบเวลาตรงไหนต้องไปพิจารณาอีกครั้ง





