“วัชระ” ค้านแนวคิด รมช.คลัง ตัดเบี้ยยังชีพคนชรา หวังลดภาระรายจ่ายประเทศ ซัดอย่าเลือกปฏิบัติต่อผู้สูงอายุ
นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ตามที่นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการประทรวงการคลัง ระบุว่าจะตัดเบี้ยยังชีพคนชราโดยจะให้เฉพาะคนชราที่มีรายได้ไม่เกิน 9,000 บาทต่อเดือนหรือมีสินทรัพย์ไม่เกิน 3 ล้านบาท เพื่อลดภาระรายจ่ายของประเทศโดยคาดว่า ในพ.ศ.2568 ประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และจะมีร้อยละ 20 ของประเทศว่า ตนไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งที่รัฐบาล คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะมีนโยบายเช่นนี้ เพราะเบี้ยยังชีพคนชรานี้เริ่มต้นในสมัยรัฐบาลนายชวน หลีกภัย เพื่อเป็นช่วยเหลือและตอบแทนคนชราที่ยากจนทั่วประเทศ ซึ่งเท่ากับเป็นการกตัญญูต่อคนเฒ่าคนแก่ผู้สร้างประเทศนี้มา รัฐบาลจึงต้องมีหน้าที่ดูแล
นายวัชระ กล่าวว่า การที่กระทรวงการคลังจะตัดสิทธิของคนชราทิ้ง ให้เฉพาะคนชราที่มีรายได้ไม่เกิน 9,000 บาทต่อเดือนซึ่งคาดว่าจะลดเงินได้ประมาณ 1 หมื่นล้าน ผมไม่เห็นด้วย เพราะเป็นการเลือกปฏิบัติต่อผู้สูงอายุ ทำไมรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งสามารถทำได้ แล้วรัฐบาลนี้มีอำนาจมากกว่ารัฐบาลเลือกตั้งทำไมถึงทำไม่ได้
“เงินหมื่นล้านแค่ไม่จ่ายค่าโง่คลองด่านก็หมื่นล้านแล้วและหากลดการซื้ออาวุธและปิดช่องการทุจริตคอร์รัปชั่น เลิกรับเปอร์เซ็นต์จัดซื้อจัดจ้าง เลิกซื้อขายตำแหน่ง และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เลิกรับเงินเดือน 2 ทาง 3 ทางก็มีเงินล้นเหลือเฟือที่จะดูแลปู่ย่าตายายทั้งประเทศได้สบายๆ ในฐานะอดีตโฆษกกรรมาธิการงบประมาณ 2 สมัย ผมยืนยันว่าแค่ข้าราชการไม่โกง ไม่ตั้งงบประมาณโป่งพอง เราดูแลคนทั้งประเทศได้สบายๆ และเรียนฟรี 15 ปีถึงชั้น ม.6 ไม่ตัดเหลือแค่ม.3 เหมือน ร่างรธน.ฉบับนี้ที่ผ่านมาในปีงบประมาณ 2559 มีผู้สูงอายุ 7.5 ล้านคน ใช้เงิน 57,900 ล้านบาท ปีงบประมาณ 2560 มีผู้สูงอายุ 8.3 ล้านคน ใช้เงิน 65,000 ล้านบาท” นายวัชระ กล่าว
นายวัชระ กล่าวว่า ทางที่ควรแก้ คือ ให้ผู้สูงอายุที่ไม่ต้องการเงินนี้ให้แจ้งต่อทางราชการ รัฐบาลก็แจกเกียรติบัตรหรือให้สิทธิบางอย่าง หรือทำหนังสือขอบคุณรายบุคคล เพราะท่านเสียสละไม่รับเงินจำนวนนี้ทั้งที่มีสิทธิจะได้ ดีกว่าสร้างกฎเกณฑ์ขึ้นมาแบ่งแยกและบังคับจะเป็นการบีบคั้นจิตใจคนชราทั้งประเทศมากเกินไป อยากจะบอกว่าคนแก่ก็มีหัวใจ
ส่วนที่นายวิสุทธิ์บอกว่าจะให้เบี้ยยังชีพคนชราทั้งที่มีฐานะและไม่มีฐานะนั้น อยากให้ท่านรัฐมนตรีไปอ่านร่างรัฐธรรมนูญของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ มาตรา 48 เขียนบัญญัติไว้อย่างชัดเจนว่า ผู้ที่จะได้รับเบี้ยยังชีพคนชราถ้าหากร่างรัฐธรรมนูญนี้ผ่านประชามติ นายมีชัยเขียนเพิ่มเติมจากรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ว่าและต้องเป็นบุคคลผู้ยากไร้เท่านั้น แสดงว่าใครไม่ยากไร้ก็ไม่ได้เบี้ยยังชีพใช่ไหม สิ่งที่นายวิสุทธิ์พูดว่าจะให้คนมีฐานะก็จะขัดรัฐธรรมนูญนี้และไม่สามารถปฏิบัติขัดต่อกฎหมายสูงสุดได้นี่เป็นเหตุผลข้อหนึ่ง ที่ผมจะลงมติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้
“หากรัฐบาลใดในอนาคตไม่มีปัญญาดูแลผู้สูงอายุ ก็ไม่ควรที่จะเป็นรัฐบาล และนโยบายเบี้ยยังชีพคนชราควรจะคงอยู่คู่ประเทศไทย แต่ที่ผ่านมามีหน่วยราชการบางแห่งอมเบี้ยตายาย หรือกั๊กเอาไว้หรือปลอมหลักฐานการเบิก ที่ซ้ำร้ายไปกว่านั้นมีบางพรรคไปหลอกพ่อเฒ่าแม่เฒ่าในชนบทว่าเป็นเงินของนายทักษิณ ชินวัตรทั้งๆที่เป็นเงินภาษีอากรของคนทั้งประเทศ ดังนั้นรัฐบาลต้องชี้แจงความจริงให้พี่น้องประชาชนในชนบททราบอย่างทั่วถึง ว่าไม่ใช่เงินนายทักษิณ ชินวัตรแม้แต่บาทเดียว” นายวัชระ กล่าว




