วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผู้ตรวจฯลงพื้นที่สมุย สอบ'ปัญหาจัดการขยะล้นเกาะ'

"ผู้ตรวจฯ" ลงพื้นที่เกาะสมุย สอบ "ปัญหาจัดการขยะล้นเกาะ" หลังโรงเผาขยะร้างใช้การไม่ได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.30น. สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นำโดย นายศรีราชา วงศารยางกูร ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมด้วย พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ นายบูรณ์ ฐาปนดุลย์ ผู้ตรวจการแผ่นดิน และนายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการผู้ตรวจการแผ่นดิน ลงพื้นที่ อ.เกาะสมุยจ.สุราษฎร์ธานี เพื่อติดตามกตรวจสอบปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในการแก้ไขปัญหาที่เรื้อรังเกี่ยวกับระบบกำจัดขยะบนพื้นที่เกาะสมุยของโรงเผาขยะ ที่ ต.มะเร็ด อ.เกาะสมุย เนื่องจากเตาเผาขยะ ที่กรมโยธาธิการและผังเมือง ได้ดำเนินการก่อสร้างตั้งแต่ปี 2542 แต่ชำรุดเสียหายไม่สามารถใช้การได้ทำให้มีขยะสะสมเป็นจำนวนมากและส่งกลิ่นเน่าเหม็นกระทบต่อประชาชน 4,000 คนใน 4 หมู่บ้าน   

โดยนายรามเนตร ใจกว้าง นายกเทศมนตรีเกาะสมุย กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขี้นมาจากเตาเผาขยะไม่สามารถใช้การได้ ตั้งแต่ปี 2555 สาเหตุมาจากการไม่แยกขยะทำให้ผนังเตาแตก จากนั้นเทศบาลนครเกาะสมุย ทำสัญญาว่าจ้างบริษัทเอกชนดำเนินการก่อสร้างบ่อฝั่งกลบขยะมูลฝอย แต่ยังมีขยะตกค้างอยู่ถึง 2 แสนตัน ในขณะที่ยังมีขยะเพิ่มขึ้นใหม่อีกวันละ 200 ตัน ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบทางกลิ่นมากเบื้องต้นเทศบาลได้ใช้น้ำอีเอ็มจำนวน 4,000ลิตร ต่อวันฉีดพ่น เพื่อลดกลิ่น อีกทั้งพื้นที่บริเวณนี้เป็นจุดเหนือลมและใกล้ต้นแหล่งน้ำอีกด้วย  

“ในวันที่23พ.ค.นี้ จะมีการทำประชาคมประชาชน เพื่อสอบถามความเห็นถึงวิธีจำกัดขยะ 3 วิธีคือจัดการขยะในพื้นที่เกาะสมุยโดยให้เอกชนบริหารจัดการจัดการขยะโดยให้เอกชนนำไปกำจัดในพื้นที่อื่นและกำจัดขยะโดยให้เทศบาลนครเกาะสมุยเป็นผู้ดำเนินการเองทั้งหมด ซึ่งจะให้ประชาชนมีโอกาสตัดสินใจได้เต็มที่และเป็นอิสระ แต่เท่าที่รับฟังความเห็นของประชาชนมีความต้องการให้นำขยะออกนอกพื้นที่ ทั้งนี้ การบริหารจัดการขยะในพื้นที่เป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากติดขัดที่ข้อกฎหมาย ทำให้การออกกฎระเบียบในระดับท้องถิ่นนั้นทำได้ยากด้วย”นายรามเนตร กล่าว     

ด้านนายศรีราชา กล่าวว่า ขอให้ยื่นคำร้องมาที่ผู้ตรวจฯเพื่อที่เราจะได้ช่วยดำเนินการประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไปรวมถึงเสนอไปยังนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ในการแก้ไขกฎหมายในเชิงป้องกัน ตั้งแต่กระบวนการทิ้งขยะเช่นการจัดเก็บภาษีสำหรับผู้ประกอบการการเพิ่มเพดานค่ากำจัดขยะหรือมาตราการคัดแยกขยะได้      

จากนั้นผู้ตรวจการแผ่นดินยังลงพื้นที่บริเวณ อ่าวพังกา ต.ตลิ่งงาม อ.เกาะสมุย เพื่อติดตามความคืบหน้าของการก่อสร้างโครงการระบบท่อส่งประปาลอดใต้ทะเลจากบนฝั่งจ.สุราษฎร์ธานี มายังอ.เกาะสมุยพร้อมรับฟังความเห็นจากประชาชนผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโครงการดังกล่าว ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่มีผลกระทบต่อส่วนรวม และสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะการวางท่อประปาที่ต้องผ่านแนวปะการัง เนื่องจากมีพื้นที่การวางท่อครอบคลุม 5 อำเภอ คือ อ.เมืองสุราษฎร์ธานี อ.บุญพิน อ.กาญจนดิษฐ์ อ.ดอนสัก และอ.เกาะสมุยเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำดิบสำหรับผลิตประปาบริเวณเกาะสมุย 

นายจิรชัย มูลทองโร่ย ประธานกรรมการการประปาส่วนภูมิภาค กล่าวว่า การประปาส่วนภูมิภาคได้ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาศึกษาแผนการดำเนินงานและว่าจ้างมหาวิทยาลัยรามคำแหงศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้นหรือไออีอี โครงการดังกล่าว ซึ่งการประปาส่วนภูมิภาคได้ดำเนินการตามคำแนะนำของหน่วยงานต่างๆอย่างครบถ้วนและได้จัดทำการประชาคมครอบคลุมทุกพื้นที่ที่การประปาส่วนภูมิภาควางท่อผ่านทั้งนี้การดำเนินการครั้งนี้ มีความคืบหน้าแล้วทั้ง3ส่วนตามแผนการก่อสร้างซึ่งตนได้กำชับผู้รับเหมาให้เร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่12ก.พ.2560ตามสัญญาที่ระบุไว้ด้วยอย่างไรก็ตาม โครงการก่อสร้างระบบท่อส่งน้ำประปาลอดใต้ทะเลไปยังเกาะสมุยนั้นได้กำหนดแนวทางการวางท่อประปาเป็นแนวเดียวกับการก่อสร้างสายเคเบิลใต้น้ำของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอีกด้วย     

ขณะที่นายศรีราชา ระบุว่า สิ่งที่ต้องคำนึงถึงคือเกาะสมุยเป็นพื้นที่ที่เติบโตเร็วการใช้น้ำประปา มีสูงเกินกว่าที่ได้วางแผนการใช้เอาไว้แนวทางการหนึ่งที่ควรนำมาพิจารณาคือ การแปรรูปน้ำทะเลมาเป็นน้ำจืดเหมือนประเทศสิงคโปร์ที่เป็นเกาะเหมือนกัน จะดีกว่าหรือไม่ แต่ทั้งนี้ น้ำเป็นสิ่งสำคัญในการดำรงชีวิต ดังนั้น การดำเนินการเช่นนี้ก็ถือเป็นวิธีทางหนึ่ง เพื่อรองรับการเจริญเติบโตของประเทศ บางครั้งเราต้องแลกบางอย่าง เพื่อให้ประเทศเจริญก้าวหน้าไปได้ แต่อย่างไรก็ตาม ขอฝากไว้ด้วยว่า จะทำอะไรต้องคำนึงถึงประชาชนและสิ่งแวดล้อมรอบข้างให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุดด้วย     

ส่วนนายสมเชษฐ สมวงษ์ ชาวบ้านบริเวณใกล้เคียงโรงเผาขยะ หมู่ที่ 5 ในพื้นที่อ.สมุย จ.สุราษฏร์ธานี กล่าวว่า สิ่งที่กระทบกับชาวบ้าน คือ กลิ่นขยะ และแหล่งน้ำสายน้ำเล็กๆที่ไปรวมกันกับแม่น้ำสายใหญ่ เนื่องจาก น้ำ เป็นสิ่งสำคัญที่ชาวบ้านจะต้องใช้ดื่มและใช้ ทั้งนี้ สายน้ำที่ผ่านโรงเผาขยะมูลฝอยอาจจะไปไหลรวมกับน้ำสายอื่น ถ้าเกิดปัญหาช่วงฤดูฝนก็จะน่ากลัวมาก เพราะจะมีทั้งกลิ่นและสิ่งสกปรกไหลไปตามแม่น้ำสายเล็กที่ผ่านบ้านเรือนต่างๆ ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมากสำหรับบ้านเรือนที่อยู่ใกล้โรงงานเผาขยะ     

“ผมเคยมารับฟังความคิดเห็นก่อนที่จะมีการจัดทำโรงงานเผาขยะ ตอนนั้นผมเห็นว่าโครงการดังกล่าวนั่นดีมาก เลยไม่ประท้วงอะไร แต่พอทำไปสักพัก ปรากฎว่าไม่มีการคัดแยกขยะ มีทรายมีเหล็กโยนลงไปเผาพร้อมกันหมด ทำให้มันพังในที่สุด เมื่อเกิดปัญหาขึ้นฝ่ายที่ควรแก้ไขก็ไม่ทำอะไร ” นายสมเชษฐ กล่าว     

นายสมเชษฐ กล่าวอีกว่า ขณะที่มีปัญหาอยู่ก็มีขยะเพิ่มเข้ามาทุกวัน เราก็กลัวเชื้อโรคที่มาจากขยะ แต่ไม่สามารถที่จะพิสูจน์ได้ว่ามาจากโรงขยะ ถ้าหากมีการจ้างบริษัทที่ดีมีคุณภาพมาจัดการโรงเผาขยะน่าจะแก้ไขปัญหาได้ แต่อยู่ที่ว่าทางเทศมนตรีว่าจะมีตัดสินใจอย่างไร ทั้งที่เห็นว่าจะมีการนำเอาขยะที่มีอยู่ไปไว้ที่อื่นนั้นไม่สมควร เพราะไม่ควรทำให้คนอื่นเดือดร้อน หากคิดที่จะทำก็ลงมือทำไปเลย อย่างไรก็ตาม ตนเห็นว่าการแก้ปัญหาดังกล่าวหากตั้งใจทำจริง คงแก้ไขไปดไปนานแล้ว แต่ที่เกิดความล้าช่าอาจจะมีผลประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่งเข้ามาเกี่ยวข้องก็ได้ ส่งผลทำให้ยังแก้ไขปัญหาไม่ได้สักที