วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ประยุทธ์'ปัดข้อกล่าวหาละเมิดสิทธิมนุษยชน ชี้บิดเบือน

"พล.อ.ประยุทธ์" ปฎิเสธปมข้อกล่าวหารัฐบาลละเมิดสิทธิมนุษยชน ชี้เป็นเรื่องบิดเบือน เผยจะไม่ใช้อำนาจ ม. 44 เพื่อแก้ไขปัญหาทุกเรื่อง

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ“คืนความสุขให้คนในชาติ” กล่าวถึงกรณีที่มีการกล่าวหาว่าประเทศไทยได้มีการละเมิดสิทธิเสรีภาพ ว่าวันนี้ก็กำลังมีเรื่องเกี่ยวกับเรื่องกฎหมาย การจับกุม สิทธิมนุษย์ชนอะไรต่างๆที่มันถูกบิดเบือนไป ตนเอาเรื่องนี้มาก่อน ก่อนที่จะไปเรื่องประชามติ เรื่องของการที่จะใช้คำว่าละเมิดสิทธิมนุษย์ชน มันต้องดูว่าขั้นตอนตรงไหน ถ้าพูดถึงว่าการ ตอนนี้สถานการณ์มันไม่ค่อยปกติมากนัก การเข้าไปเพื่อจะให้เกิดการสืบสวน มันก็ต้องเข้าไปหาตัวผู้กระทำความผิด หรือ ผู้ถูกกล่าวหา เพื่อผู้ที่มีการเข้ามาว่าให้ทำการควบคุมตัวให้ได้ อันนี้มันอาจจะต้องใช้กฎหมายพิเศษ ไม่งั้นมันไปหมดนะ หนี หนีทุกครั้งแหละ หนีก่อนทุกครั้ง คือเข้าซอยก็ไปแล้ว ฉะนั้นมันก็ต้องใช้การดำเนินการ แต่ไม่ใช่ไปล็อกคอ ไปซ้อมเขาออกมา ไม่ใช่เลย ไปสวัสดีครับ ทำความเคารพแล้วเชิญมาหน่อยนะครับ เขาก็มากันทุกคนแหละ พอมาเสร็จก็เข้าไปสู่กระบวนการสอบสวน อันนี้แหละคือสิ่งที่มันแตกต่างจากปกตินิดนึงนะ เพราะเราใช้มาตร 44 ในเฉพาะบางกรณีด้วยนะ ไม่ใช่ทุกเรื่อง ถ้าบางเรื่องมันก็เป็นการใช้กฎหมายปกติ จับกุมดำเนินคดีก็เหมือนคดีทั่วๆไปมันก็มีอยู่ทั้งคู่แหละ 2 อย่าง ไอ้เรื่องนี้มันไม่เยอะ มาตร 44 เนี่ย เฉพาะเรื่องที่ประกาศไว้แล้วว่าอย่าทำเท่านั้นเอง

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า การละเมิดสิทธิมนุษย์ชนมันจะเริ่มตอนไหนะ ถ้าเราจับกุมเขาด้วยวิธีการละมุนละม่อม ไม่ไปใช้กำลัง ไม่ไปใช้อาวุธถ้าเขาไม่ใช้อาวุธโต้ตอบ มันก็จบตรงนั้นแล้วนะ แล้วต่อไปก็จะมาดูซิว่าสิทธิมนุษยชนก็จะใช้การคุมตัว สอบสวน ซ้อมหรือเปล่า บังคับขู่เข็นเขาหรือเปล่า ผมก็ให้ตรวจสอบมันก็ไม่มีนี้น่า ก็จะเห็นได้ว่ามีการถ่ายรูป มีการถ่ายวิดีโอไว้หมดล่ะ ในสถานที่ควบคุมทำไมไม่ดูตรงนั้นล่ะ จะให้ดูก็ไม่ดูหรือดูแล้วก็ไม่สนใจ เขาถ่ายไว้หมดล่ะครับตั้งแต่เอาไปวันแรกจนวันสุดท้ายเขาเก็บไว้หมดแหละ เพราะฉะนั้นใครที่มาละเมิดมากล่าวอ้างว่าถูกซ้อม ถูกขู่ ก็ระวังก็แล้วกัน วันหน้าก็ผิดอีกล่ะเพราะว่าพูดเท็จไง ก็ไปเห็นนอนหลับกันสบายทุกคนใช่ไหม วัน สองวัน บางทีก็เออ...ไม่พูดอะไร นอน คือ Ignore ไม่รู้ไม่ชี้ มันก็กว่าจะได้คำตอบใช่ไหม เสร็จแล้วพอสอบสวนเสร็จอะไรเสร็จมันก็เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมถ้าเขาไม่ผิดหรอ สอบสวนแล้วมันไม่ใช่ เขาเข้าใจผิดเราก็ใช้นิติศาสตร์ไปด้วย แต่อย่าลืมรัฐศาสตร์ด้วยใช่ไหม จะเห็นว่าให้อภัยกันหลายครั้ง ก็ผิดซ้ำๆเรื่องเดิม เจตนาอะไรก็รู้อยู่ เพราะฉะนั้นเราก็ต้องอดทน เจ้าหน้าที่ก็ต้องก็อดทนกับเขามากเลยนะ เพราะทำอะไรก็โดนอยู่แล้วไงใช่ไหม แล้วยิ่งถ้าเขาไม่ได้ทำอย่างที่ว่า ยิ่งเสียใจนะ เจ้าหน้าที่เสียใจนะไม่ได้ทำอย่างที่ว่า แล้วถูกต่อว่าอะไรมาตลอดเวลาเนี่ย เพราะฉะนั้นผมก็เลยบอกว่า เจ้าหน้าที่ต้องอดทนนะรับฟังเขาบ้างแล้วก็ชี้แจ้งทำความเข้าใจกับเขา บ้างครั้งการเรียกตัวมาไม่ได้เรียกมาทำอะไรเลยมาอธิบาย เรียกมาถามว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำไมต้องทำอย่างนี้ อ้าวถ้าดูแล้วเขาไม่ได้เจตนา หรือเจตนาดีก็เอาล่ะ เราก็ปล่อยไปเถอะ แต่ถ้าเขายังมาด้วยเจตนาที่มันต้องการให้จับไง คือด้วยทางรัฐศาสตร์จับแล้วให้ปล่อยไง ก็อยากให้จับอีก เออ...ผมไม่เข้าใจอ่ะ แต่ผมเข้าใจอย่างเดียวว่าเจตนาไม่ดี ให้เราจับไปเรื่อยๆแล้วก็ โน้นไปถึงประชาชนทั้งประเทศก็ดูว่าทหารใจร้าย

“ ก็เห็นอยู่อัน ผมก็คิดว่ามันเกินไป คือ เขาพยายามที่จะเอาตัวออกมาจากพื้นที่ชุมนุม ชุมชน ที่ประชาชนเยอะๆ แล้วก็เป็นผู้หญิงใช่ไหม แล้วก็ประชาชนก็เริ่มด่าว่าไม่ชอบ มาทำให้เขาวุ่นวายขายของไม่ได้ ไอ้พวกไปประท้วงกันไม่กี่คนหรอก คนกลุ่มเดิม ปรากฏว่าพอตำรวจพาไปขึ้นรถตำรวจหญิง เขาเป็นผู้หญิง นั่งลงไปอย่างนั้นแหละ นั่งอยู่ๆดีๆก็ปล่อยตัวหงายท้องลงไป ให้เกิดภาพความรุนแรงกล้องก็ถ่ายกับพึมพับๆ อันนี้มันลมไปเอง (มีตำรวจไม่ได้ทำอะไรเลย) เขาก็บอกอย่างล้มๆอย่าแกล้งๆ ผมก็ได้ยินอยู่นะทำไมแยกแยะกันไม่ออก ทำไมสื่อไม่ดูล่ะ แล้วก็มาบอกว่าละเมิดสิทธิมนุษยชน ไปโน้นย้อนกลับไปตั้งแต่จับแต่แรก ก็จับตั้งแต่แรกเขาจับเพราะอะไร ก็ถ้าไม่ทำความผิดเขาจะไปจับได้ไหมเล่า ดีไม่ดีการจับตอนนี้มันก็ต้องมีทั้ง 2 อย่างก็คือ ถ้าเป็นคดีที่ประกาศไว้ด้วย ด้วยกฎหมายเดิม หรือทุกวันนี้ที่เขาใช้มาตร 44 ที่ประกาศไว้แล้ว เป็นกฎหมายนะทุกอันเนี่ย เรายังผ่อนผันเมตตาหลายครั้งเลย แล้วทำไมยังทำอย่างนี้อยู่ ทำให้เกิดภาพความรุนแรงทั้งที่เรายังไม่ได้ทำอะไรเลย เขาแทบจะอุ้มขึ้นรถไปด้วยซ้ำไป ไอ้นี้ก็ปล่อยตัวล้มแผละๆนะ บ้างทีก็ไม่ดูภาพบ้าง นุ่งกระโปรง ซึ่งผมดูแล้วมันขัดแย้ง ใจผมก็เมตตา อีกใจหนึ่งผมก็ไม่ชอบแบบนี้ผมเป็นทหาร หรือใครชอบอ่ะ มีใครชอบไหม ” นายกฯ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ กล่าวต่อไปว่า ขอฝากว่าช่วยกันเคารพกฎหมาย ไม่ว่าจะกฎหมายอะไรก็ตาม กฎหมายมีไว้เพื่อให้เกิดความเท่าเทียม ไว้ให้บ้านเมืองสงบสุขก็มีแค่นั้น มีกฎหมายที่ไหนที่เขียนไว้รังแกคน อย่างเช่น “ วันนี้ก็ถูกกล่าวอ้างว่าในห้วงการทำประชามติรัฐบาลก็เริ่มใช้กฎหมายมากขึ้น เพื่อจะบังคับคนให้เลือกตั้งให้ผ่านรัฐธรรมนูญอะไรทำนองนี้ โห้มันจะไปใช้ได้ไง วันนี้ทำได้แต่เพียงว่า ถ้าทุกคนมีเจตนาบริสุทธิ์ไปชี้แจ้งทำความเข้าใจว่า เออว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มันมีตรงไหนที่แตกต่างบ้าง แต่ต่างยังไง เหตุผลเพราะอะไร จบแล้ว แค่นี้ ไม่ใช่ว่าดีหรือไม่ดี ถ้าดีไม่ดีก็ประชาชนเป็นคนเลือกเองไง ฟังแล้วก็คิดแล้วก็ไปตัดสินใจเองว่าดี ”