วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผู้ตรวจฯสัญจร ลงพื้นที่อ.ท่าศาลา สอบขุดเจาะน้ำบาดาล

ผู้ตรวจฯ สัญจร ลงพื้นที่ช่วยชาวบ้านเมืองคอน ผลักดันบ่อกักเก็บน้ำ พร้อมสอบโครงการขุดเจาะน้ำบาดาลล่าช้า 6 ปียังไม่เสร็จ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ต.ท่าขึ้น อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน จัดโครงการ “เสวนาวิชาการผู้ตรวจการแผ่นดินสัญจรพบสื่อมวลชน” นำโดยนายศรีราชา วงศารยางกูร ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมด้วย พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ และนายบูรณ์ ฐาปนดุลย์ ผู้ตรวจการแผ่นดิน นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน และนายธาวิน อินทร์จำนงค์ รองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช เพื่อแก้ไขปัญหากรณีประชาชนได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้ง ขาดแคลนแหล่งกักเก็บน้ำ พร้อมตรวจสอบโครงการนำร่องเกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำบาดาลร่วมกับน้ำผิวดินเพื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้งแก่ประชาชนในพื้นที่   

โดยในพื้นที่จุดแรก บริเวณสระน้ำ “บ้านไสโก” หมู่ 4 ต.ท่าขึ้น อ.ท่าศาลา เพื่อเร่งแก้ไขปัญหากรณีประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากภัยแล้งและน้ำท่วม ได้ร้องเรียนขอให้องค์การบริหารส่วนตำบลท่าขึ้นดำเนินการขุดลอกสระน้ำในเขตที่ดินสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ประเภทพลเมืองใช้ประโยชน์ร่วมกัน “บ้านไสโก” หมู่ที่ 4 ต.ท่าขึ้น อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งสระน้ำดังกล่าวกรมประมงได้ขุดเพื่อให้ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน เมื่อปี 2531 มีพื้นที่กว่า 7 ไร่ (กว้าง 89 เมตรยาว 139 เมตร) แต่ปัจจุบัน สระน้ำดังกล่าวประสบปัญหาตื้นเขิน ทำให้ประชาชนกว่า4,000 คน ไม่สามารถใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำดังกล่าวได้โดยเฉพาะในฤดูแล้ง  

โดยนายศรีราชา กล่าวว่า ผู้ตรวจฯกับเรื่องน้ำ เริ่มต้นที่จ.สุรินทร์ มีชาวบ้านขุดลอกบ่อน้ำ ซึ่งเราก็ขอความร่วมมือกรมบรรเทาสารณภัยนครราชศรีมา ภายใน 7 วันก็แล้วเสร็จ แต่ที่นี่ไม่ใช่ที่เดียว มีอีกเป็นร้อยเป็นพันทั่วประเทศที่ต้องการบ่อน้ำ ซึ่งเป็นเพราะสภาพอากาศภัยแล้งที่มากยิ่งขึ้นทุกวัน การหาแหล่งกับเก็บน้ำจึงเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เพราะน้ำเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงอยู่ของมนุษย์ ในการทำมาหากินและการอุปโภคบริโภคด้วย ดังนั้น ชาวบ้านช่วยกันคนละไม้คนละมือ ทอดผ้าป่า สร้างฝ้ายสร้างบ่อน้ำ อย่ามัวแต่ไปรองบประมานแผ่นดิน เราต้องช่วยกัน และผู้ตรวจฯจะช่วยประสานกับทหาร ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยกันสร้างบ่อน้ำสร้างฝ้ายกันน้ำโดยไม่ผ่านคนกลางหรือผู้รับเหมา งบประมาณที่ใช้ก่อสร้างก็จะน้อยมาก แต่ทั้งนี้ อยากฝากว่าแต่ละอบต.ต้องมีการบริหารงานร่วมกัน ในการแบ่งเฉลี่ยน้ำจากต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำด้วย อย่ากักเก็บน้ำไว้ใช้เพียงพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ถ้าเราสามัคคีกัน ก้าวข้ามผ่านวิกฤตแล้ง และบริหารจัดการที่ดี พวกเราจะสบาย ถ้าเราสร้างฝ่ายสร้างบ่อน้ำมารองรับ ฝนตกมาน้ำยังอยู่ไม่ไหลลงทะเลหมด และภาคใต้จะมีน้ำอุดมสมบูรณ์ตลอดไป   

จากนั้น ได้ลงพื้นที่จุดที่ 2 สถานีสูบน้ำบาดาล บ่อที่ W02 บ้านยางใหญ่ หมู่ที่ 6 ต.ท่าขึ้น อ.ท่าศาลา เพื่อตรวจสอบกรณีประชาชนได้ความเดือดร้อนไม่สามารถใช้น้ำจากโครงการนำร่องการจัดการทรัพยากรน้ำบาดาลร่วมกับน้ำผิวดินของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กรณีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้ดำเนินโครงการจัดทำแผนบูรณาการน้ำบาดาลร่วมกับน้ำผิวดินทั่วประเทศ และนำร่องการจัดการทรัพยากรน้ำบาดาลร่วมกับน้ำผิวดินในพื้นที่ ต.ท่าขึ้น อ.ท่าศาลา และได้ว่าจ้างบริษัทเอกชนศึกษาโครงการดังกล่าวพร้อมดำเนินการขุดเจาะบ่อบาดาล จำนวนทั้งสิ้น 15 บ่อ ใช้งบประมาณกว่า 20 ล้านบาท มีกำหนดการก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 31 ก.ค. 2552 - 20 ก.ค. 2554 แต่ปัจจุบันการดำเนินโครงการดังกล่าวยังไม่แล้วเสร็จและยังไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้ 

ทั้งนี้ นายศรีราชา กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่า บริษัทเอกชนผู้รับเหมาโครงการ ไม่ได้ดำเนินการต่อกระแสไฟฟ้าเพื่อจ่ายน้ำไปยังชาวบ้านให้เสร็จสิ้น ซึ่งมีระยะเวลานานกว่า 6 ปีแล้ว ดังนั้น ผู้ตรวจการแผ่นดินจึงได้เร่งรัดให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาล เร่งประสานงานผู้บริษัทผู้รับเหมา เพื่อเข้ามาดำเนินโครงการให้เสร็จสิ้น และซ่อมแซมท่อจ่ายน้ำที่ชำรุด ภายในวันที่ 13 มิ.ย.นี้ หากยังไม่มีความคืบหน้า ก็จะส่งเรื่องไปรายงานนายกรัฐมนตรีต่อไป