สำนักปรมาณูแถลงยันไม่มีสารรังสีรั่วไหลหรือตกค้าง ระบุผู้ครอบครองต้องขออนุญาติทุก 2 ปี
ที่สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ(ปส.) เมื่อเวลา 11.00น. วันที่13 พ.ค. ดร.อัจฉรา วงค์แสงจันทร์ เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ พร้อมด้วยนายกิตติศักดิ์ ชันอุดมทรัพย์ รองเลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ แถลงข่าวชี้แจ้งกรณีพบอุปกรณ์กักเก็บสารกัมมันตรังสี ภายในซอยพหลโยธิน24แยก2-1 แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม. ซึ่งหลังจากการตรวจสอบพบว่ากล่องดังกล่าวเป็นอุปกรณ์ถ่ายภาพแท่งรังสีที่ใช้ในอุตสาหกรรม ฉลากระบุเป็นสารอิริเดียม192 ที่มีการใช้งานและสิ้นสภาพไปแล้ว ไม่มีรังสีและไม่เป็นอันตรายต่อบุคคลโดยรอบ
ดร.อัจฉรา กล่าวว่า จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุโดยใช้เครื่องวัดปริมาณรังสีแล้วพบว่าเป็นสารอิริเดียม192 ที่สารด้านในตายหมด ถือว่าสิ้นสภาพไปแล้วประมาณ20ปี ไม่พบว่ามีสารรังสีรั่วไหลทั้งในกล่องอุปกรณ์และพื้นที่โดยรอบจึงอย่างให้ประชาชนมั่นใจได้ว่าจะไม่ทีอันตรายจากสารกัมมันตรังสีแน่นอน ซึ่งเราได้นำกล่องเก็บรังสีที่มาไปที่สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ เพื่อทำการตรวจสอบถึงแหล่งที่มาต่อไป อย่างไรก็ตามผู้ที่จะครอบครองหรือนำเข้าวัตถุสารกำมันตรังสีนั้นต้องได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้อง รวมไปถึงการเคลื่อนย้ายสารกัมมันตรังสีไปใช้งานในสถานที่ต่างๆ ต้องมีการแจ้งมายังสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติทุกครั้ง ใบอนุญาตนั้นจะมีอายุประมาณ 2ปี เมื่อครบ 2ปี ผู้ที่ครอบครองต้องติดต่อทำใบอนุญาติ ก่อนที่จะได้รับใบอนุญาตนั้นทางเจ้าหน้าที่จากสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติจะไปตรวจสอบหลุมหรือห้องที่ใช้เก็บ รวมถึงชนิดของสาร และนำไปใช้งานด้วย จึงอยากให้ประชาชนมั่นใจว่าสารกัมมันตภาพรังสีนั้นมีการใช้ในอุตสาหกรรมและถือครองภายใต้ผู้ที่มีใบอนุญาตเท่านั่น ส่วนสารอิริเดียม192 นั้นเป็นสารต้นกำเนิดรังสีแกมมาที่ใช้ในอุตสาหกรรมในการตรวจสอบรอยแตกของชิ้นส่วนโลหะในโรงงาน มีการใช้อย่างแพร่หลาย
ทางด้านนายกิตติศักดิ์ กล่าวว่า การที่นำกล่องเครื่องเก็บสารกัมมันตภาพรังสีไปวางไว้อย่างที่เกิดขึ้นนั้นถือว่าผิดกฏระเบียบการปฏิบัติของสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ถ้าพบว่าใครเป็นเจ้าของถ้าเป็นผู้ที่ได้รับใบอนุญาตก็จะต้องทำการเพิกถอนใบอนุญาต แต่ถ้าถือครองแบบไม่มีใบอนุญาตก็ต้องดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.พลังงานปรมาณูเพื่อสันติ พ.ศ.2504 จำคุก1ปีปรับ1หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ อาจจะเห็นว่าโทษน้อยแต่ขณะนี้สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ได้เสนอร่างพ.ร.บ. ใหม่ไปกำลังอยู่ในช่วงพิจารณา ซึ่ง พ.ร.บ.ชุดนี้จะมีความรัดกุมและมีโทษที่หนักกว่า สำหรังสารอิริเดียม192นั้นหากยังไม่สิ้นสภาพก็ถือว่าเป็นสารที่มีอันตราย แต่จะไม่เกิดการรั่วไหลเพราะสถานะเป็นของแข็ง ทั้งนี้ตั้งของสังเกตุว่า การที่นำกล่องเก็บสารมาว่างไว้ในที่เกิดเหตุนั้นแม่ว่าสารจะสิ้นสภาพไปแล้ว แต่ตัวกล่องนั้นมีมูลค่าหลักแสนและสามารถนำไปใช้ต่อในการเก็บสารได้อีก แต่กลับนำมาทิ้งไว้อาจจะต้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสืบสวนต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากที่แถลงข่าวเสร็จได้มีการจัดการสาธิตวิธีการตรวจสารกัมมันตภาพรังสี นำโดย ดร.กิตติศักดิ์ ชัยสรรค เจ้าหน้าที่ศูนย์เฝ้าระวังภัยเตรียมความพร้อมและระงับเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี โดยขั้นตอนแรกจะต้องสอบถามผู้ที่พบเห็นถึงลักษณะของวัตถุก่อน และสถานที่ที่พบ ว่าเสี่ยงต่อการนำสารรังสีเข้าร่างกายหรือไม่ ถ้ามีความเสี่ยงต้องใส่ชุดที่ป้องกันรังสีด้วยขั้นที่สองจะใช้เครื่องตรวจประเมินระดังรังสี ว่ามีมากน้อยเพียงใด ขั้นที่สามนำสำรีไปเช็ดที่วัตถุเพื่อเช็คว่ามีสารเปรอะเปื้อนออกมาด้านนอกหรือไม่ ขั้นตอนที่สี่คือการวัดชนิดของสาร และขั้นตอนสุดท้ายคือการนำวัตถุออกจากพื้นที่




