วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นักวิชาการชี้ 'ยาแก้ไอ' เกิดระเบิดยาก!

นักวิชาการ ระบุ การเขี่ยบุหรี่ลงขวดยาแก้ไอทำให้เกิดระเบิดยาก ชี้มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ 1-5% เท่านั้น แนะรอ EOD ตรวจสอบสาเหตุระเบิด

ผศ.สุชาดา ไชยสวัสดิ์ ผอ.ศูนย์การจัดการด้านพลังงานสิ่งแวดล้อมความปลอดภัยและอาชีวอนามัย (EESH) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี กล่าวถึงกรณีเกิดเหตุระเบิดที่สถานีรถไฟหัวลำโพง เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมาว่า การจะเกิดการขยายตัวของก๊าซแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นส่วนผสมเดียวที่ติดไฟได้ในยาแก้ไออย่างรุนแรงนั้น เกิดขึ้นได้ยากและไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งสามารถให้เหตุผลได้ใน 3 ประเด็นคือ 1.ยาแก้ไอ โดยเฉพาะยาแก้ไอของเด็กนั้น ถูกควบคุมให้มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ในช่วง 1-5% เท่านั้น (ซึ่งน้อยมากและไม่เพียงพอที่จะก่อให้เกิดการระเบิดได้) 2. เมื่อเปิดฝาขวดยาแก้ไอแล้วแอลกอฮอล์เหล่านั้นจะระเหยออกไปจนเกือบหมด และ 3. บรรจุภัณฑ์ที่บรรจุยาแก้ไอนั้น มีความทนต่อแรงดันภายในได้ดี

ดังนั้นจึงมีปัจจัยเสี่ยงน้อยมากที่หากมีคนเขี่ยบุหรี่ลงไปในขวดยาแก้ไอแล้วจะเกิดการระเบิดขึ้นมา โดยสารประกอบภายในตัวของยาแก้ไอ ส่วนแอลกอฮอล์ที่หลายคนสันนิษฐานว่าอาจจะเป็นชนวนในการระเบิดในครั้งนี้ พบว่า แม้เราทดลองนำสำลีชุบแอลกอฮอร์แล้วจุดภายในขวดบรรจุภัณฑ์ก็ไม่เกิดการระเบิดแต่อย่างใด

ส่วนเหตุการณ์ระเบิดที่สถานีรถไฟหัวลำโพงในวันนี้จะเกิดจากสาเหตุใดจะต้องพิจารณาจากหลักฐานที่เจ้าหน้าที่ EOD พบจากที่เกิดเหตุอีกครั้ง