วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

อนุฯ กรธ. เชื่อวิทยากรเผยแพร่ ร่างรธน.ตรงคุณสมบัติ

“อนุฯ กรธ.” มั่นใจคัดเลือกวิทยากรเผยแพร่ร่างรธน. ตรงคุณสมบัติ-เป็นที่ยอมรับ

นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์และสำรวจความคิดเห็นของประชาชน กล่าวถึงความคืบหน้าการคัดเลือกวิทยากรกระบวนการระดับจังหวัด (ครู ก.) เพื่ออบรมวิทยากรระดับอำเภอและหมู่บ้านต่อการประชาสัมพันธ์ และเผยแพร่สาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญ ที่ได้ขอความร่วมมือจากระทรวงมหาดไทยให้ดำเนินการ ว่า คาดว่าในสัปดาห์หน้าทางหน่วยงานของผู้ว่าราชการจังหวัด ทั้ง 76 จังหวัด จะทยอยคัดเลือกตัวแทนเข้ามาเป็นวิทยากร หลังจากที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ทำหนังสือไปยังพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้การคุ้มครองและรับรองว่าบุคคลที่ถูกคัดเลือกและทำงานให้กับ กรธ. จะปฏิบัติหน้าที่ได้โดยไม่เข้าข่ายกระทำผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2559

สำหรับวิทยากรกระบวนการระดับจังหวัด ขอให้หน่วยงานของกระทรวงมหาดไทย คือ ผู้ว่าราชการจังหวัด คัดเลือกจำนวน 5 คนนั้น กำหนดให้เป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดที่ได้รับมอบหมาย, นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด หรือผู้แทนที่ได้รับมอบหมาย ส่วนที่เหลือจะให้เป็นดุลยพินิจของผู้ว่าราชการจังหวัด โดยการคัดเลือกดังกล่าว กรธ. ได้กำชับว่าต้องมีคุณสมบัติ คือ เป็นที่เคารพของบุคคลทั่วไป, เป็นกลาง, มีทักษะในการพูดคุย และ มีเวลา ซึ่งตนเชื่อว่าผู้ว่าราชการจังหวัดจะคัดกรองบุคคลตามคุณสมบัติดังกล่าวและจะได้คนทำงานที่ไม่เป็นปัญหานายชาติชาย กล่าวด้วยว่า

ส่วนการสุ่มเลือกเวทีเผยแพร่และประชาสัมพันธ์สาระร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ กรธ. เข้าร่วมสังเกตการณ์นั้น เบื้องต้นสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ได้สุ่มเลือกแล้ว ได้จำนวนทั้งสิ้น 107 หมู่บ้านใน 27 จังหวัด โดยผลดังกล่าวตนจะได้รับรายละเอียดทั้งหมดในสัปดาห์หน้าและจะนำเข้าที่ประชุมกรธ. ให้พิจารณา ดังนั้นตนจึงไม่ทราบว่า รายชื่อ 27 นั้นมีจังหวัดที่เป็นพื้นที่ที่มีความอ่อนไหวทางการเมืองหรือไม่

นายชาติชาย กล่าวยอมรับว่าความเคลื่อนไหวทางการเมืองและข้อขัดแย้งของผู้ที่เห็นต่างซึ่งถูกรัฐบาลดำเนินการตามกฎหมายนั้นมีผลกระทบต่อความสนใจของประชาชนต่อการรับทราบในเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญ และอาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจในการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญได้ ดังนั้นเพื่อไม่ให้การออกเสียงประชามติสูญเปล่า และประชาชนไปใช้สิทธิด้วยอารมณ์มติ รัฐบาลชุดปัจจุบันต้องอดทน และอยู่ในบทบาทของกรรมการ ไม่ใช่ลงไปเป็นคู่ขัดแย้งกับผู้ที่มีความข้ดแย้งระหว่างกันเหมือนในปัจจุบัน