“ประวิช” ชี้ปชช.มีเสรีภาพแสดงความเห็นได้ แต่อย่ามโน-หยาบคาย-ก้าวร้าว-ปลุกระดม มั่นใจปฏิบัติตามกติกาไม่ผิดกม.แน่นอน
นายประวิช รัตนเพียร กกต.ด้านการมีส่วนร่วม กล่าวถึงกรณีหลายฝ่ายท้วงติงเกี่ยวกับประกาศกกต. ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการแสดงความคิดเห็นในการออกเสียงประชามติไม่ชัดเจนว่า เบื้องต้นคงต้องบอกว่าการที่กกต.จะประกาศสิ่งใดออกมานั้นจะเกินไปกว่าที่พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติกำหนดไว้ไม่ได้ เพราะพ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว ได้รองรับการแสดงความคิดเห็นและการเผยแพร่ความคิดเห็นของประชาชนอย่างเสรีภาพไว้แล้ว ดังนั้นบุคคลใดที่แสดงความคิดเห็นให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน หรือสัมมนาทางวิชาการสามารถทำได้ แต่ต้องอยู่บนกติกาที่กฎหมายกำหนดไว้คือ
1.ต้องเป็นเรื่องจริงไม่สามารถแต่งเติมหรือมโนขึ้นเองได้ 2.ต้องใช้คำพูดสุภาพไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคายหรือก้าวร้าว และ3.ต้องไม่ปลุกระดมข่มขู่โดยหลักการทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้กรอบของมาตรา 7 และมาตรา 61 ของพ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติฯ
“ถ้าหากประชาชนยึดหลักข้างต้นมั่นใจว่าจะมีความปลอดภัยเพราะไม่ผิดกฎหมายแต่หากทำสิ่งใดที่นอกเหนือจากนี้ก็สุ่มเสี่ยงที่จะทำให้ผู้อื่นมองเห็นได้ว่าเข้าข่ายปลุกระดมหรือใช้ถ้อยคำหยาบคายก้าวร้าวข่มขู่ก็จะเป็นอันตราย เพราะกฎหมายฉบับนี้มีบทกำหนดโทษทางอาญาไว้” นายประวิช กล่าว
เมื่อถามว่าบทบาทของกกต.สามารถไปแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษได้หรือไม่นายประวิชกล่าวว่ากกต.หรือใครก็ตามที่พบเห็นว่าสิ่งใดไม่ถูกต้องสามารถไปแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษเหมือนคนธรรมดาทั่วไปได้ซึ่งคนที่ชี้ขาดว่าอะไรถูกหรือผิดหรือควรทำหรือไม่ควรทำไม่ใช่กกต.แต่เป็นอำนาจศาล
นายประวิชกล่าวด้วยว่า การทำประชามติไม่ว่าประเทศใดในโลกจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมากกับทิศทางของประเทศที่ประชาชนทั้งหมดต้องมาตัดสินใจร่วมกัน เพราะว่าการทำประชามติไม่เหมือนการเลือกตั้งทั่วไป เนื่องจากการเลือกตั้งทั่วไปคือการเลือกบุคคลเข้ามาเป็นรัฐบาลทำหน้าที่แทนประชาชนเป็นการเลือกทางอ้อม แต่ประชามติเป็นการออกเสียงทางตรงของประชาชนมีไม่บ่อยครั้ง โดยประเทศไทยทำประชามติครั้งแรกเมื่อปี2550 ซึ่งครั้งนี้จะเป็นครั้งที่2และมีความสำคัญเพราะเป็นการกำหนดทิศทางของอนาคตบ้านเมืองว่าจะเป็นอย่างไร จึงอยากให้ประชาชนมาร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์ออกมาใช้สิทธิออกเสียงประชามติในวันที่ 7 ส.ค.นี้ด้วยกันให้มากที่สุดส่วนจะตัดสินใจเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบอย่างไรนั้นก็สุดแล้วแต่การตัดสินใจของประชาชน





