วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เส้นทางพิรุธ! อุโมงค์ไฟ39ล. 'ระเบิดเวลา' เก้าอี้ผู้ว่าฯกทม.

เปิดข้อมูล! เส้นทางพิรุธ "อุโมงค์ไฟ39ล้าน" เสมือนเป็น "ระเบิดเวลา" มัดเก้าอี้ผู้ว่าฯสุขุมพันธุ์

พลันที่ “พิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส” ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ออกมาแถลงสรุปผลสอบโครงการติดไฟประดับอุโมงค์ไฟLED จำนวน5ล้านดวง งบประมาณ39.5ล้านบาท ของสำนักวัฒนธรรมกีฬาและการท่องเที่ยว กลายเป็นระเบิดลูกใหญ่ที่ส่งตรงถึง “ร.ม.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร” ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯกทม.) และอีก8ข้าราชการ กทม. ที่เกี่ยวข้องทันที

เพราะเส้นทาง “พิรุธ” ตามที่ สตง. ได้เปิดเผยนั้น พบว่ามีจุดเริ่มตั้งแต่วันที่ 19 ม.ค.2558 โดยฝ่ายบริหารได้ขออนุมัติงบประมาณจากสภากทม. วงเงิน30ล้านบาท แต่วันนั้นสภากทม.ไม่ได้อนุมัติงบ? จากนั้นช่วงกลางปี2558 ผู้ว่าฯกทม.ได้ออกนโยบายจัดกิจกรรมประดับไฟเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่บริษัทจิปาถะ ไอเดีย จำกัด ได้มอบอำนาจให้น.ส.คุณัณญ จรูญภาพิมล เป็นผู้รับมอบอำนาจ ไปยื่นขอจดทะเบียนที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อเพิ่มวัตถุประสงค์จำหน่ายไฟประดับ ส่วนบริษัท คิวริโอ ทัวร์ แอนด์ แทรเวิล จำกัด ก็ได้มอบอำนาจให้ น.ส.คุณัณญ จรูญภาพิมล ยื่นขอจดทะเบียนเพิ่มวัตถุประสงค์จำหน่ายไฟประดับเช่นเดียวกัน

ต่อมา วันที่ 7ต.ค.2558 นายธวัชชัย จันทร์งาม ผู้อำนวยการกองการท่องเที่ยว สำนักวัฒนธรรมกีฬาและการท่องเที่ยว ได้จัดทำบันทึกเพื่อเสนอโครงการโดยระบุว่า ผู้ว่าฯกทม. มีนโยบายจัดกิจกรรมประดับไฟกองการท่องเที่ยว จึงจัดทำโครงการประดับไฟ40ล้านบาท โดยวันที่20ต.ค.2558 น.ส.ปราณี สัตยประกอบ ผู้อำนวยการสำนักวัฒนธรรมกีฬาและการท่องเที่ยว กทม. ได้ขออนุมัติโครงการและมอบหมายให้สำนักงบประมาณ กทม. จัดสรรงบประมาณปี2559 เป็นเงิน40ล้านบาท

ต่อมา วันที่ 9 พ.ย. 2558 นายยศศักดิ์ คงมาก ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณในขณะนั้น ได้ขออนุมัติงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายทั่วไปกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เป็นเงิน40ล้านบาท โดยนายจุมพล สำเภาพล รองผู้ว่าฯกทม.ปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าฯกทม. ได้อนุมัติงบประมาณในวันเดียวกัน

จากนั้นวันที่ 10พ.ย.2558 นายธวัชชัยได้มีหนังสือถึง3บริษัท ประกอบด้วย1.บริษัทจิปาถะฯ 2.บริษัทสยามเอ็ม อี อี และ3.บริษัทคิวริโอฯ เพื่อให้ส่งใบเสนอราคาตามรายละเอียดของขอบเขตของงาน “ทีโออาร์”
ส่วนวันที่11พ.ย.2558 บริษัทจิปาถะฯได้เสนอราคาเป็นเงิน43,572,000ล้านบาท ขณะที่บริษัทสยามเอ็ม อี อี เสนอราคาเป็นเงิน 44,114,511ล้านบาท ส่วนบริษัทคิวริโอฯไม่ได้เสนอราคา
พอถึงวันที่ 12พ.ย.2558 นายธวัชชัยได้อนุมัติแต่งตั้งคณะกรรมการทีโออาร์ ซึ่งคณะกรรมการทีโออาร์ก็ได้จัดทำคุณสมบัติต่างๆ ของโครงการในวงเงิน40ล้านบาท โดยนายธวัชชัยก็ได้อนุมัติภายในวันเดียวกัน

วันที่19พ.ย.2558 คณะกรรมการทีโออาร์ ได้รายงานลงประกาศร่างทีโออาร์ โดยมีคณะกรรมการทีโออาร์ทั้งหมด5คน ประกอบด้วย1.นายสิโรตม์ แสงเจริญ 2.น.ส.วันทนา เตชะสุวรรณ 3.นายพงษ์พันธ์ ธัญญเจริญ 4.นายมรกต ภูมิพานิช และ5.นายสิทธิโชค อภิบาล

จากนั้นวันที่20พ.ย.2558เจ้าหน้าที่พัสดุได้ขอความเห็นชอบผ่านนายธวัชชัย เพื่อขออนุมัติแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการประมูลและคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ต่อมาวันที่23พ.ย.2558 น.ส.ปราณี ได้ขอความอนุเคราะห์เข้าใช้สถานที่บริเวณลานคนเมือง เพื่อจัดกิจกรรมระหว่างเดือนธ.ค.2558 –ม.ค.2559 จนถึงวันที่26พ.ย.2558 นายธวัชชัย ได้ประกาศประมูลจ้างเหมาโครงการ โดยได้กำหนดวันยื่นเอกสาร 8ธ.ค.2558และวันยื่นเสนอราคา 22ธ.ค.2558

กระทั่งวันที่ 26พ.ย.2558 มีเอกชนสนใจเข้าซื้อเอกสารการประมูลจำนวน9ราย ประกอบด้วย1.บริษัท บางกอกแมส จำกัด 2.บริษัท ยูนิควาไนเซอร์ จำกัด 3.บริษัท จิปาถะไอเดีย จำกัด 4.บริษัท คิวริโอทัวร์ แอนด์ แทรเวิลจำกัด 5.บริษัท เจเอสเพรสทีจ จำกัด 6.ห้างหุ้นส่วนจำกัด ไอสไมล์แทรเวิล 7.บริษัท สรรค์สร้าง จำกัด 8.บริษัท มาสเตอร์แอด จำกัด(มหาชน) และ9.บริษัท พีแอลเอ จำกัด

โดยในวันที่2ธ.ค.2558 ผู้อำนวยการสำนักวัฒนธรรมฯได้แจ้งให้กำหนดวันเสนอราคา “เร็วขึ้น” นายธวัชชัยจึงได้ประกาศ “เปลี่ยนวัน” ยื่นเสนอราคาจากเดิมวันที่ 22ธ.ค.2558 เป็นวันที่ 17 ธ.ค. 2558 แต่สตง.ไม่มีหลักฐานการแจ้งให้ผู้รับเอกสารประมูลจ้างรับทราบ

ที่สุดแล้ว จาก 9 บริษัทที่ขอรับเอกสารการประมูล เมื่อถึงวันที่ 8ธ.ค.2558 มีเอกชนยื่นซองเอกสารเพียง 2 รายประกอบด้วย 1.บริษัท คิวริโอทัวร์แอนด์แทรเวิล จำกัด และ 2.บริษัทสรรค์สร้างจำกัด ซึ่งผ่านการพิจารณาคุณสมบัติและเทคนิคทั้งคู่

ระหว่างนั้นเอง สตง. ได้พบข้อพิรุธเพิ่มขึ้นว่า บริษัทคิวริโอฯ ได้นำเข้าโคมไฟฟ้า LED ครบเซ็ทจากประเทศจีน ตั้งแต่วันที่ 10ธ.ค.2558 เป็นเวลาเกือบ 7 วันก่อนถึงวันที่17ธ.ค.2558 ซึ่งเป็นวันที่กทม.ได้ “ประกาศผลการเสนอราคา” ซึ่งพบว่าบริษัท คิวริโอทัวร์ แอนด์ แทรเวิล จำกัด ที่ได้นำโคมไฟฟ้าเข้ามาแล้ว ได้เสนอราคาให้กทม.อยู่ที่39,619,990บาท ส่วนบริษัท สรรค์สร้าง จำกัด เสนอราคาที่39,749,999.75บาท ห่างกันแค่ 130,009บาท

ทำให้บริษัทคิวริโอฯ ที่เสนอราคาต่ำกว่าราคากลาง380,010บาท เป็นผู้ชนะและได้ต่อรองราคาเพิ่มช่วงทำสัญญาเหลือที่39,500,000บาท

จากนั้น วันที่ 18ธ.ค.2558 นายธวัชชัยได้ขออนุมัติจ้างเหมาจัดทำโครงการ โดยน.ส.ปราณีได้อนุมัติภายในวันเดียวกัน พร้อมกับที่นายธวัชชัยมีหนังสือถึงบริษัทคิริโอฯให้มาประสานกับกองกลาง กทม. เพื่อเข้าดำเนินการใช้พื้นที่ลานคนเมือง โดยในวันที่19ธ.ค.2558 บริษัทคิวริโอฯ ได้นำอุปกรณ์เข้าพื้นที่ลานคนเมืองเพื่อติดตั้งแผงไฟและโครงสร้างต่างๆ

ต่อมาวันที่ 22ธ.ค.2558 น.ส.ปราณีก็ได้ทำ “สัญญา” จ้างเหมาจัดทำโครงการกับบริษัทคิวริโอฯ ในวงเงิน39,500,000บาท กำหนดจัดงานในเดือนธ.ค.2558-ม.ค.2559 มีหลักประกันสัญญาเป็นเงินสด ซึ่งที่สุดแล้ววันที่22ธ.ค.2558 ม.ร.ว.สุขุพันธุ์ได้ออกมาให้ข่าวว่าจะมีโครงการประดับตกแต่งไฟเกิดขึ้น แต่จากนั้นเพียงไม่นานสตง.ได้เข้าไปตรวจสอบโครงการ ซึ่งได้ดำเนินการไปแล้ว 60-70 เปอร์เซ็นต์ แต่จนถึงขณะนี้กทม.ยังไม่ได้เบิกจ่ายเงิน เนื่องจากไม่มีใครกล้าเซ็นต์ตรวจรับงาน

นอกจากข้อพิรุธข้างต้น สตง. ยังได้ชี้ไปที่ประเด็นการอนุมัติงบกลาง ประเภทเงินสำรองจ่ายทั่วไป กรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นที่นำมาเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดจ้างเหมาโครงการ เป็นการอนุมัติงบประมาณที่ “ไม่ถูกต้อง” ผิดวัตถุประสงค์ เนื่องจากการใช้จ่ายเงินงบประมาณในลักษณะนี้ ต้องเป็นเรื่องเร่งด่วนและฉุกเฉิน อาทิ แก้ปัญหาน้ำท่วม อีกทั้งการจัดจ้างโครงการไม่เป็นไปตามกฎหมายระเบียบ และเข้าข่ายกระทำความผิดตามพรบ.ว่าด้วยความผิด เกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานรัฐพ.ศ.2542หรือ “พรบ.ฮั้วประมูล”

ที่สำคัญ สตง. เชื่อว่าผู้บริหารระดับสูงและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมีพฤติการเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทผู้รับงาน ให้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานรัฐ โดยมีการเสนอราคา โดย “หลีกเลี่ยง” การเสนอราคาอย่างเป็นธรรม และเป็นการเอาเปรียบ กทม. โดยไม่ใช่เป็นการประกอบธุรกิจปกติ รวมถึงบริษัทที่ชนะการประมูล “ไม่เคย” ประกอบกิจการในลักษณะนี้มาก่อนด้วย ที่สำคัญได้จดทะเบียนเพื่อ “เพิ่มวัตถุประสงค์” ให้ตรงตามเงื่อนไขการประมูลเพื่อเข้าเสนอราคากับกทม.

คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน จึงได้พิจารณาเห็นว่า การดำเนินโครงการนี้ไม่ปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนทางราชการ และ “น่าเชื่อว่า” เป็นการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบก่อให้เกิดความเสียหายแก่เงินและทรัพย์สินของแผ่นดิน ตามนัยมาตรา44 และมาตรา46 แห่งพรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดินพ.ศ.2542 และเข้าข่ายเป็นความผิดตามพรบ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานรัฐ พ.ศ.2542 จึงมีมติเห็นชอบที่จะดำเนินการเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้องรวม9คน เพื่อส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)สอบสวนเพื่อเอาผิดต่อไป

จึงเป็นที่มาของการแถลงตอบโต้ของ “สุขุมพันธุ์” ในวันต่อมา โดยเฉพาะการพุ่งเป้าวิจารณ์การสอบสวนของสตง. ทั้งที่โครงการไฟประดับยังไม่เสร็จสิ้น การที่สรุปก่อนหน้านี้ว่ากทม.มีความผิด เป็นเรื่องที่ประหลาดใจ จึงไม่ทราบว่าเป็นวิธีปฏิบัติที่สตง.ใช้กับกทม.อย่างเดียวหรือไม่

ขณะเดียวกัน “สุขุมพันธุ์” ยืนยันว่านโยบายสร้างมหานครแห่งความสุขและโอกาส ตามโครางการนี้เป็นนโยบายที่ “ถูกต้อง” เนื่องจากในช่วงเวลาก่อนปีใหม่2559เกิดเหตุการณ์ที่กระทบต่อการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในกรุงเทพฯจึงเป็นเรื่องจำเป็นต้องส่งเสริมการท่องเที่ยวและสร้างรายได้จากโครงการนี้ และมีความคุ้มค่ากับกิจกรรมที่เกิดขึ้น

“ผมไม่ต้องการอะไรมาก แค่ขอให้หน่วยงานที่ตรวจสอบอ่านเอกสารให้ครบเท่านั้น หากตรงไหนติดขัดอะไรก็ขอให้แจ้งมาเพราะตลอด7ปีที่ผ่านมา ผมได้ย้ำมาเสมอว่ากทม.ต้องทำงานโปร่งใส่และถูกกฎหมายทุกอย่างเพราะผมไม่เคยสั่งให้ใครทำผิดกฎหมายแม้แต่ครั้งเดียว ซึ่งสิ่งที่สตง.ได้ทำก็เป็นไปตามหลักการที่ตนได้มอบนโยบายตลอด7ปี” ผู้ว่าฯกทม. กล่าว

จากนี้ สำนวนโครงการไฟประดับ39ล้าน จะถูกส่งไปที่ ป.ป.ช. เพื่อรับไม้ดำเนินการสอบสวนต่อไป ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันที่ “วิลาศ จันทร์พิทักษ์” อดีตส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ เสนอนายกฯให้ใช้อำนาจตามมาตรา44 เพื่อปลด“สุขุมพันธุ์”ออกจากตำแหน่ง ทั้งหมดจึงระเบิดเวลาลูกใหญ่ที่มัดเก้าอี้“สุขุมพันธุ์”ก่อนหมดวาระในเดือนมี.ค.ปีหน้า!!