ประธานกรธ. เตรียมมอบอำนาจให้อาสาสมัครจากสนช.– สปท. รวม 167 คน เผยแพร่เนื้อหาร่างรธน. ให้ ปชช.ตัดสินใจ ก่อนโหวต
นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุม กรธ. วาระเตรียมความพร้อมในการดำเนินการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับบทบัญญัติและสาระของร่างรัฐธรรมนูญที่ถูกต้องให้แก่ประชาชนทั่วไปทราบ ว่า นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่ 1 ได้เข้าพบตนและชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับการจัดเวทีเผยแพร่ประเด็นคำถามประกอบการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ตามโครงการเสริมสร้างความพร้อมแก่ท้องถิ่น หลักสูตรกระบวนการเสริมสร้างผู้นำนักประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม ซึ่งสนช. จะจัดอบรมสมาชิก สนช. และสปท. ที่อาสาสมัครเข้าร่วมโครงการ จำนวนทั้งสิ้น 167 คน
ในงานดังกล่าว กรธ. ได้ขอเวลาร่วมเวทีประมาณ 3 ชั่วโมง เพื่ออธิบายสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญ และจะขอความร่วมมือจากอาสาสมัครฯ ดังกล่าว ระหว่างการลงพื้นที่ชี้แจงคำถามประกอบการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ช่วยเผยแพร่เนื้อหาและสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญด้วย ซึ่งการขอความร่วมมือดังกล่าว เป็นไปตามมาตรา 10 ของพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2559 ทั้งนี้ตนเชื่อว่าอาสาสมัครฯ ที่มาจากสนช. และสปท. นั้น จะเผยแพร่สาระสำคัญและเนื้อเป็นไปตามที่ร่างรัฐธรรมนูญบัญญัติ โดยจะนำเนื้อหาที่เป็นภาษากฎหมายไปอธิบายเป็นภาษาชาวบ้านให้ประชาชนเข้าใจมากยิ่งขึ้น
“กรณีที่มีอาสาสมัคร จาก สนช. และสปท. ซึ่งวางกำลังไว้ทุกจังหวัดนั้น จะช่วยงานกรธ. ได้เยอะ อีกทั้งอาสาสมัครฯ แต่ละคนล้วนเป็นผู้ที่คุ้นเคยกับพื้นที่ อีกทั้งแต่ละคนล้วนมีพื้นฐานความรู้เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ จึงไม่น่ากังวล แม้สนช. และสปท. จะมีทัศนะเรื่องร่างรัฐธรรมนูญต่างกัน ส่วนตัวเชื่อว่าเมื่อได้กำลังอาสาสมัครเพิ่มมากขึ้น จะทำให้ประชาชนรับทราบเนื้อหาและตัดสินใจได้ว่าจะโหวตอะไร ด้วยเวลาที่มีน้อย จะประชาสัมพันธ์หรือเผยแพร่เนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญที่มีความยาว 279 มาตราคงเป็นไปได้ยาก ทั้งนี้การเผยแพร่เนื้อหาร่างรธน. ไม่ใช่หมายความว่าจะบอกให้คนออกไปโหวตไม่รับหรือโหวตรับ” นายมีชัยกล่าว
นายมีชัย กล่าวถึงกรณีที่ขณะนี้หน่วยงานของรัฐ เริ่มผลิตสื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติ ในวันที่ 7 ส.ค. เช่น กองทัพไทยที่ใช้สโลแกน ว่า รักประเทศไทย ต้องไปลงประชามติ ว่า ถือเป็นสิ่งที่ดี เพราะการออกไปใช้สิทธิ คือ การทำเพื่อประเทศ แม้การไม่ออกไปใช้สิทธิจะไม่เสียสิทธิใดๆ เหมือนช่วงเลือกตั้ง ส.ส. ก็ตาม
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีการเข้าสังเกตการณ์การลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญขององค์กรต่างชาติ ประธาน กรธ. กล่าวว่า เรื่องการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องภายในบ้าน คงไม่เหมาะที่จะให้คนภายนอกเข้ามา ซึ่งเหมือนกับคนในครอบครัวกำลังปูผ้าเตรียมนอน หรือคุยกันภายใน หากจะให้ใครมานั่งดูหรือนั่งฟังร่วมด้วย คนในครอบครัวคงลำบากใจ ส่วนกรณีที่เครือข่ายต่างชาติจะขอเข้าสังเกตการณ์ ก็คงทำได้ แต่ไม่ใช่ทางการ หากจะเข้าประเทศ ก็มาได้ฐานะนักท่องเที่ยว





