สปท.การเมือง แนะกกต.กำหนดให้ชัดสิ่งใดทำได้ทำไม่ได้ช่วงทำประชามมติ ป้องกันความสับสน จ่อส่งข้อเสนอแนะต่อกกต.
นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท.) กล่าวภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมกมธ.การเมือง ได้นำหลักเกณฑ์และวิธีการในการแสดงความเห็นการออกเสียงประชามติของกกต.มาพิจารณา โดยเห็นว่า บทบัญญัติตามมาตรา11 ของพ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ที่กำหนดให้ กกต.ออกหลักเกณฑ์นั้นควรเป็นกระบวนการหรือขั้นตอนเพื่อป้องกันไม่ให้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้นหรือเป็นขั้นตอนให้ประชาชนทราบว่าการกระทำใดเป็นความผิดหรือไม่ จึงเห็นว่ากกต.ควรกำหนดวิธีการเป็นขั้นเป็นตอนให้ชัดเจนกว่านี้ และกมธ.การเมือง ยังเห็นว่า กกต.ควรเปิดโอกาสให้มีการสอบถามได้ว่า การกระทำใดทำได้หรือทำไม่ได้ หากมีการกระทำผิดเกิดขึ้น กกต.ควรออกหนังสือแจ้งเตือนผู้กระทำผิดก่อน แต่หากยังฝ่าฝืนกกต.ก็สามารถเป็นผู้แจ้งความดำเนินคดีได้ ไม่ใช่จะไปฟ้องเลย เพราะบางคนอาจคิดว่า การแสดงความเห็นของตนเองเป็นเรื่องสุจริตไม่ผิดแต่หากกกต.เห็นว่าเรื่องใดเป็นความผิด กกต.ควรจะรวบรวมพยานหลักฐานให้ครบถ้วนก่อนแจ้งความดำเนินคดีเพื่อความน่าเชื่อถือแม้กกต.จะมีอำนาจในการแจ้งความได้เลยก็ตาม
“สิ่งใดทำได้ ทำไม่ได้ มีอยู่ในมาตรา 7 ของพ.ร.บ.ประชามติฯอยู่แล้ว ดังนั้นอะไรที่เป็นความผิดหรือห้ามทำ กกต.ต้องนำบทบัญญัติตามมาตรา 61 มาอธิบายพร้อมยกตัวอย่างประกอบ ซึ่งจะทำให้ความผิดในแต่ละเรื่องมีความชัดเจน และประชาชนเข้าใจมากขึ้น แต่กกต.ห้ามไปอธิบายขยายความนอกเหนือกฎหมายหลัก โดยเฉพาะการตีความว่าสิ่งใดคือความผิด หากจะตีความก็ควรตีความอย่างแคบเท่านั้น เพราะที่ผ่านมา กกต.จะอธิบายเกินจากบทบัญญัติตามมาตรา 61 ทำให้เกิดความสับสน ซึ่งข้อแนะนำทั้งหมดนี้ กมธ.การเมืองจะจัดทำเป็นรายงานข้อแนะนำให้กกต.ต่อไป” นายเสรีกล่าว





