"สมชัย" แจง กกต. ออกกฎคุมเข้มประชามติ ยึดตามข้อสงสัยสังคม ระบุไม่ได้นึกขึ้นเอง มั่นใจตอบโจทย์ทุกรูปแบบ
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวถึงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า ประกาศกกต.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการแสดงความคิดเห็นในการออกเสียงประชามติไม่ชัดเจน ว่า การพิจารณาของกกต.เป็นการนำคำถามของสังคมที่ถามว่าอะไรทำได้หรือทำไม่ได้นับตั้งแต่พระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้มากำหนดให้เป็นรูปธรรมแล้วเขียนเป็นหลักปฏิบัติในรูปแบบของประกาศกกต. ดังนั้นประกาศดังกล่าวไม่ได้เขียนมาจากการนึกขึ้นเอง แต่เมื่อต้องเขียนเป็นภาษาทางกฎหมายแล้วจำเป็นต้องเขียนให้กระชับ ไม่สามารถแยกย่อยรายละเอียดลงไปได้ เพราะหากออกประกาศแบบลงรายละเอียดมากขนาดนั้นเกรงว่าจะเป็นประกาศที่มีความยาวมหาศาลจนคนทั้งโลกจะตื่นตระหนกได้
นายสมชัย กล่าวว่า หลักการดังกล่าวเชื่อว่าตอบคำถามต่างๆของสังคมได้พอสมควรว่าอะไรทำได้ทำไม่ได้และตอบโจทย์ทุกรูปธรรมที่สังคมเกิดความสงสัย ทั้งนี้ สิ่งที่กกต.บอกว่าทำไม่ได้ไม่ได้แปลว่าห้ามทำ คนที่คิดจะทำก็ทำได้แต่เมื่อทำแล้วก็อาจจะมีอีกฝ่ายหนึ่งที่เห็นว่าทำผิดนำพฤติกรรมดังกล่าวไปแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ ก็เป็นวินิจฉัยของทางตำรวจว่าจะรับแจ้งความหรือไม่ จะส่งอัยการดำเนินการต่อไปหรือไม่ หรืออัยการจะฟ้องศาลหรือไม่ รวมทั้งศาลจะตัดสินอย่างไร ดังนั้น สิ่งที่กกต.บอกว่าทำได้ ถ้าท้ายสุดมีคนไปร้องแล้วถึงศาล ซึ่งศาลอาจจะตัดสินตรงข้ามได้ หรือสิ่งที่กกต.บอกว่าทำไม่ได้ ถ้ามีพฤติกรรมเกิดขึ้นจริง ท้ายสุดศาลอาจจะตัดสินว่าทำได้ก็ได้ เพียงแต่ว่าขณะนี้กกต.ให้แนวปฏิบัติที่ตีความจากพ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงฯเพื่อทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจในระดับหนึ่งและรู้ว่าสิ่งใดควรทำและไม่ควรทำ
“การบอกว่ามาตรการดังกล่าวเป็นมาตรการที่เข้มงวดถือว่าเข้าใจผิดเพราะแนวทางที่ออกมาถือว่าผ่อนปรนมากกว่าปกติและเป็นแนวทางที่ส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างเต็มที่แล้ว เพียงแต่ว่าสิทธิเสรีภาพถูกจำกัดว่าจะต้องไม่หยาบคาย เป็นเท็จ หรือปลุกระดมให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง”นายสมชัย กล่าว





