วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ประธานปปช. เร่งให้พิจารณาถอนฟ้อง คดีสลายพธม.ปี51

"พล.ต.อ.วัชรพล" ประธานป.ป.ช. เร่งรัดคณะทำงานพิจารณาถอนฟ้อง คดีสลายพันธมิตรปี 51 ก่อนชงที่ประชุมใหญ่ ย้ำถ้าช้าจะไม่เป็นธรรมกับผู้ร้อง

พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงความคืบหน้าในการดำเนินการถอนฟ้องคดีสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯ เมื่อปี 2551 ตามที่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว อดีต ผบช.น. จำเลยคดีดังกล่าว ได้ยื่นขอความเป็นธรรมเข้ามาว่า ผู้ถูกกล่าวหาได้ร้องขอให้พิจารณาเรื่องดังกล่าวอีกครั้ง เนื่องจากมีพยานหลักฐานใหม่เข้ามาให้ ป.ป.ช.พิจารณา หากทางคณะกรรมการ ป.ป.ช.ให้ความเป็นธรรมกับผู้ถูกกล่าวหาเหล่านั้นเขาก็ขอให้ถอนฟ้องเสียก่อน หลังจากที่ ป.ป.ช. ได้ไปฟ้องร้องต่อศาลฏีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเอง ดังนั้น ทางกรรมการ ป.ป.ช.จึงได้พิจารณาตามที่ผู้ถูกกล่าวหาอ้างว่า มีหลักฐานใหม่ และเป็นสิทธิยื่นร้องขอความเป็นธรรมนั้น ป.ป.ช. สามารถดำเนินการได้ 

“ในข้อกฎหมาย โดยเฉพาะประเด็นที่เขาขอให้ถอนฟ้องนั้น ต้องดูก่อนว่า เรามีอำนาจจริงตามนั้นหรือไม่ เพราะคดีนี้ถูกฟ้องไปที่ศาลฎีกาฯแล้วและอยู่ระหว่างการสืบพยาน ป.ป.ช. จึงให้สำนักกฎหมาย ป.ป.ช. พิจารณาข้อกฎหมายต่าง ๆ ซี่งได้รับความเห็นว่าสามารถดำเนินการได้ ดังนั้น กรรมการ ป.ป.ช. จึงหารือในที่ประชุม ได้เสียง 6 ต่อ 1 จากกรรมการ ป.ป.ช. 7 รายที่ร่วมที่ประชุมในวันดังกล่าว ที่เห็นว่าสามารถดำเนินการได้ตามความเห็นของกฎหมาย และต้องดูด้วยว่าจะดำเนินการหรือไม่ ต้องดูเหตุผลของผู้ถูกกล่าวหาที่ขอมาประกอบกับ กฎหมายของ ป.ป.ช. ในกรณีที่จะพิจารณาเรื่องเดิมหลังจากที่ได้ มีมติไปแล้ว อย่างไรก็ตามขณะนี้ได้ตั้งคณะทำงานโดยให้เลขาธิการ ป.ป.ช. และผู้ทรงคุณวุฒิต่าง ๆ ไปพิจารณาว่า สิ่งที่ผู้ถูกกล่าวหาทั้งสามคนร้องขอความเป็นธรรมมานั้นจะมีหลักฐานเพียงพอหรือไม่ที่จะนำมาพิจารณาว่า ป.ป.ช. จะขอถอนฟ้องได้หรือไม่ขั้นตอนก็ยังอยู่เพียงเท่านี้” พล.ต.อ.วัชรพล กล่าว

พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวอีกว่า ตนได้ขอให้คณะทำงานพิจารณาข้อกฎหมายอย่างรอบคอบจะทำเร็วนักก็ไม่ได้ และจะต้องให้กรรมการ ป.ป.ช. สามารถวินิจฉัยได้อย่างแท้จริงว่า ข้อร้องขอความเป็นธรรมนั้น สามารถวินิจฉัยว่าเข้าเงื่อนไข ป.ป.ช.หรือไม่ อย่างไรก็ตามเมื่อคณะทำงานสามารถรวบรวมสรุปข้อคิดเห็นได้แล้วก็จะส่งกลับที่ประชุม ป.ป.ช.พิจารณาอีกครั้ง ทั้งนี้ตนได้เร่งรัดคณะทำงานไปอยู่เหมือนกันว่าต้องไม่ทำช้า เพราะถ้าปล่อยให้ช้าก็จะไม่เป็นธรรมกับผู้ร้อง แต่ก็ย้ำว่าขอให้การพิจารณาทุกอย่างรอบคอบเป็นไปตามกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า ป.ป.ช. เป็นคนส่งฟ้องไปที่ศาลฎีกาฯเอง แล้วหากมาถอนฟ้องเท่ากับว่าเป็นการขัดต่อหลักการทำงานของ ป.ป.ช. เองหรือไม่ ประธาน ป.ป.ช.กล่าวว่า เมื่อผู้ร้องร้องขอความเป็นธรรมมาเราก็ต้องพิจารณา หากขอมาแล้ว ป.ป.ช.ถอนไม่ได้ เราก็บอกว่าเราถอนไม่ได้เพรากระบวนการเดินหน้าไปแล้ว เพียงแต่เมื่อดำเนินการไปแล้วกฎหมายไม่ได้ห้ามจึงต้องมาดูด้วยเหตุด้วยผล หากเหตุผลไม่ได้ เราก็ไม่ดำเนินการ 

เมื่อถามถึงกรณีที่นายวิชา มหาคุณ อดีตกรรมการ ป.ป.ช.ระบุว่า ไม่เคยมีปรากฎเหตุการณ์ ป.ป.ช.ขอถอนฟ้องคดีจากศาลฎีกาฯ นั้นพล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า เป็นความเห็นหนึ่งตามที่ตนได้เรียนแล้วว่า กรรมการ ป.ป.ช.ได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาพิจารณาข้อกฎหมายว่า ป.ป.ช.จะต้องดำเนินการพิจารณาเรื่องนี้อย่างไร ต้องปล่อยให้เป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย 

เมื่อถามต่อว่า หากสามารถดำเนินการถอนฟ้องได้แต่จะเหมาะสมหรือไม่ พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า เรากำลังพูดถึงเรื่องเหตุผล เรื่องของความเป็นธรรมเป็นคนละเรื่อง รวมถึงเรื่องความเหมาะสมเหล่านี้ล้วนแต่ต้องเป็นองค์ประกอบทั้งนั้น แต่วันนี้ยังไม่ถึงขั้นตอนที่ว่ากรรมการ ป.ป.ช.ได้วินิจฉัยตรงนั้นหรือยัง ก็คือยัง เพียงแต่ถึงขั้นที่ให้ฝ่ายกฎหมายนำเรื่องนี้ไปวิเคราะห์ด้วยพิจารณาตามข้อกฎหมายต่างๆเพื่อดูว่ามีเหตุผลหรือไม่ ตามที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ได้ระบุว่าต้องดูเหตุผลอย่างแท้จริงก่อนที่จะตอบได้ว่า ป.ป.ช.ฟ้องเองแล้วทำไม ป.ป.ช. ถึงไปถอนฟ้อง หากเราไม่มีเหตุผลตรงนี้เพียงพอก็จะตอบสังคมไม่ได้ และเรื่องที่สำคัญตามกฎหมาย คือ ถ้ามีเหตุผลแล้วยื่นขอถอนฟ้องไปอำนาจก็ขึ้นอยู่กับศาลว่าจะวินิจฉัย ให้หรือไม่ให้ แต่อำนาจไม่ได้อยู่ที่ว่า ป.ป.ช.ยื่นแล้วศาลจะต้องให้ 

ข้อถามว่า จะดึงนายวิชา มหาคุณ อดีตกรรมการ ป.ป.ช.เข้ามาร่วมเป็นคณะทำงานพิจารณาข้อกฎหมายหรือใหม่ พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า วันนี้ท่านพ้นกรรมการไปแล้ว ดังนั้นกรรมการชุดปัจจุบันจะเป็นผู้พิจารณาเอง

ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.ต.อ.วัชรพล เกรงหรือไม่ว่าไม่ว่าคำตอบจะออกมาเป็นอย่างไรจะถูกวิพากษ์วิจารณ์ เนื่องจากมีความใกล้ชิดกับหนึ่งในผู้ร้อง (พล.ต.อ.พัชรวาท) และเคยเป็นอดีตเลขาของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พล.ต.วัชรพล กล่าวว่า เรื่องนี้ยิ่งสำคัญใหญ่ ผมไม่เคยปฏิเสธว่า รู้จักใกล้ชิดเคยทำงานร่วมกันแต่บริบทการทำงานในปัจจุบัน คือ ในฐานะประธานป.ป.ช. ตนเองต้องตระหนักตรงนี้ให้มากยิ่งขึ้นกว่าปกติ เพราถ้าสิ่งไหนไม่เป็นไปตามข้อกฎหมายไม่ถูกต้อง ไม่เป็นธรรม ก็จะต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ตนเองทำ เพราะถ้าสิ่งไหนไม่เป็นไปตามบทบัญญัติข้อกฎหมายก็ไม่มีใครทำหรอกครับ เพราะต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เราทำ

ด้านนายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวเสริมว่า ภายในสัปดาห์นี้ จะมีการตั้งคณะทำงานเพื่อพิจารณาเรื่องดังกล่าว มีตนเป็นประธาน มีที่ปรึกษาด้านกฎหมายของกรรมการ ป.ป.ช. และผู้บริหารระดับสูงในสำนักกฎหมาย และสำนักคดี รวมถึงสำนักคดีที่รับผิดชอบสำนวนคดีดังกล่าวเข้าร่วมเป็นกรรมการด้วย โดยจะพิจารณาตามคำร้องขอความเป็นธรรมของนายสมชายกับพวกในกรณีดังกล่าว ซึ่งคณะทำงานจะพิจารณาว่า เห็นควรถอนฟ้องคดีหรือไม่ ก่อนที่จะนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. โดยจะดูทั้งประเด็นกฎหมาย และเหตุผลในการถอนฟ้องคดี หากเห็นว่า มีเหตุผลไม่สมควร ก็เสนอไปว่าไม่ถอนฟ้อง แต่ถ้าสมควร ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. จะลงมติกันอีกครั้งหนึ่งว่า จะถอนฟ้องหรือไม่ เนื่องจากคดีนี้คณะกรรมการ ป.ป.ช. เป็นโจทก์ อย่างไรก็ดี ท้ายสุดศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะใช้ดุลยพินิจพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้ คาดว่า จะเริ่มประชุมนัดแรกได้ภายในสิ้นเดือน เม.ย. นี้ และจะดำเนินการให้เสร็จภายในเดือน พ.ค. 2559 

แหล่งข่าวจากสำนักงาน ป.ป.ช. ระบุว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. ทั้ง 9 ราย เริ่มมีการหยั่งเสียงกันแล้วว่า จะดำเนินการอย่างไร โดยขณะนี้เสียงยังก้ำกึ่งกันอยู่ ดังนั้นต้องรอการพิจารณาของคณะทำงานชุดดังกล่าวก่อน จึงตัดสินใจลงมติ