"สนช.-กรธ." ได้ข้อสรุปลงตัว ใช้เวทีเดียวกันลงพื้นที่แจงร่างรัฐธรรมนูญ-คำถามพ่วงประชามติ
นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงการลงพื้นที่ชี้แจงคำถามประกอบการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ว่า ได้หารือกับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) แล้ว ได้ข้อสรุปร่วมกัน 4 ข้อ ได้แก่ 1.สนช.จะจัดเวทีเดียวกันกับ กรธ. ชี้แจงและเผยแพร่สาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งในเวทีดังกล่าวสนช. จะชี้แจงในส่วนของคำถามประกอบการทำประชามติร่างรัฐธรรม นูญฉบับใหม่ ซึ่งนายมีชัยเห็นด้วยกับหลักการที่จะใช้เวทีเดียวกัน ไม่แยกกัน เพราะจะซ้ำซ้อนเรื่องงบประมาณและรบกวนเวลาประชาชนมากไป 2. สนช. จะประชาสัมพันธ์คำถามประกอบการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฯ ผ่านโครงการต่างๆ เช่น โครงการสนช. พบประชาชน 3.สนช.จะสื่อสารเรื่องคำถามประกอบการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ผ่านสื่อวิทยุและโทรทัศน์ของรัฐสภา โดยให้นโยบายกับผู้บริหารสถานีโทรทัศน์รัฐสภาให้ปรับผังรายการให้รองรับภารกิจของสนช. ในช่วงดังกล่าว และ 4.สนช. จะใช้เครือข่ายสื่อต่างๆ เช่น กรมประชาสัมพันธ์, สถานีโทรทัศน์ฟรีทีวี ช่วยทำความเข้าใจคำถามประกอบการทำประชามติฯ ด้วยหลังจากนี้สนช.จะจัดสัมมนาสมาชิกสนช.ทั้งหมด เพื่อหาอาสาสมัครลงพื้นที่ชี้แจงคำถามพ่วงประชามติตามกลุ่มพื้นที่ต่างๆ
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านความเห็นชอบ แต่คำถามประกอบฯ ผ่านความเห็นชอบ จะทำอย่างไรในการร่างรัฐธรรมนูญครั้งใหม่ นายสุรชัย กล่าวว่า หากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านความเห็นชอบ แต่คำถามพ่วงประชามติได้รับความเห็นชอบ ผู้รับผิดชอบการร่างรัฐธรรมนูญครั้งใหม่ ต้องนำคำถามพ่วงที่ได้รับความเห็นชอบไปพิจารณาประกอบการร่างรัฐธรรมนูญครั้งใหม่ เพราะถือเป็นมติของประชาชนทั่วประเทศ ส่วนเรื่องกฎหมายประชามติที่หลายฝ่ายมองว่าไม่ชัดเจนว่าสิ่งใดทำได้หรือไม่ได้นั้น เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นผู้วินิจฉัย ที่ผ่านมา สนช. ได้ปรับแก้กฎหมายดังกล่าวในหลายจุด ให้เกิดความชัดเจน เชื่อว่าจะสามารถทำความเข้าใจได้
เมื่อถามว่า กรณีที่กลุ่มนปช. และกปปส. แสดงจุดยืนรับและไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ถือว่าผิดกฎหมายประชามติหรือไม่ นายสุรชัย ตอบว่า เป็นหน้าที่กกต.วินิจฉัย แต่หลักสำคัญของกฎหมายประชามติมี 2 เรื่อง คือ 1.การให้สิทธิเสรีภาพแก่ประชาชนและ 2.การใช้สิทธิแสดงความเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วยต่อร่างรัฐธรรมนูญสามารถทำได้ แต่อย่าชักจูง ชี้นำ หรือข่มขู่ คนอื่น ให้เห็นคล้อยตาม เพราะจะนำไปสู่ความขัดแย้งรอบใหม่ ดังนั้นหากการกระทำใดขัดหลักการดังกล่าว ถือว่าทำไม่ได้





