วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

5สมาคมสื่อยื่นกกต.ขอชัดเจนข้อปฏิบัติตามกม.ประชามติ

5 สมาคมสื่อ ยื่น กกต.ขอความชัดเจนระเบียบปฏิบัติ หลัง พ.ร.บ.ออกเสียงประชามติฯ มีผลบังคับใช้ เสนอให้มีตัวแทนองค์กรสื่อมีส่วนร่วมแสดงความเห็น

5 องค์กรวิชาชีพสื่อ ประกอบด้วย สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ, สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย, สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย, สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย และสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ ได้ส่งตัวแทนยื่นหนังสือถึง ประธานคณะกรรมการเลือกตั้ง เรื่อง ข้อห่วงใยต่อการปฏิบัติหน้าที่ของสื่อมวลชน ภายหลัง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติฯ มีผลบังคับใช้

สืบเนื่องจากพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2559 ที่มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 22 เมษายน ที่ผ่านมา มีบทบัญญัติบางประการที่อาจกระทบต่อการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนในการทำหน้าที่ติดตาม เผยแพร่ และนำเสนอข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเนื้อหาในบทบัญญัติร่างรัฐธรรมนูญ ข่าวสารความคิดเห็น ความเคลื่อนไหวของฝ่ายต่าง ๆ ต่อกระบวนการออกเสียงประชามติ ตลอดจนการรายงานข่าวการออกเสียงประชามติและผลการออกเสียงประชามติ โดยเฉพาะความคลุมเครือและไม่ชัดเจนในบทบัญญัติที่เกี่ยวกับการเผยแพร่ความคิดเห็นของบุคคล

โดยบทบัญญัติมาตรา 7 ได้มีการปรับแก้ถ้อยคำโดยตัดคำว่า “รณรงค์” ออกไปจากร่างกฎหมายร่างแรกที่เข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ รวมทั้งบทบัญญัติในมาตรา 61 วรรคสอง ที่ระบุถึงการแพร่ภาพ เสียง ข้อความตามช่องทางของสื่อต่าง ๆ อาจนำไปสู่การตีความว่าเข้าข่ายการกระทำผิดกฎหมายในลักษณะจูงใจให้ผู้มีสิทธิ์ออกเสียงไปในทางใดทางหนึ่ง หรือไม่ไปออกเสียงที่อาจเข้าข่ายเป็นการก่อความวุ่นวายตามมาตรา 61 (1) ซึ่งมีบทลงโทษทั้งปรับ จำคุก ตัดสิทธิ์ทางการเมืองตลอดจนชดใช้ค่าจัดทำการออกเสียงประชามติ ซึ่งเป็นโทษที่มีความรุนแรง
​
ในการนี้ องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนประกอบด้วย สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทยและสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ ได้ตระหนักถึงความกังวลห่วงใยของสื่อมวลชนทุกแขนงต่อการทำหน้าที่รายงานข่าวข้างต้น จนอาจกระทบต่อเสรีภาพในการทำหน้าที่ของสื่ออันส่งผลเสียหายต่อประโยชน์และสิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่รอบด้านของประชาชนในฐานะเจ้าของประเทศ จึงขอจัดทำข้อเสนอมายังคณะกรรมการการเลือกตั้งดังต่อไปนี้

1. ขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้งให้หลักประกันอย่างชัดเจนกับสื่อมวลชนทุกแขนง ที่ทำหน้าที่รายงานข่าวตามหลักจริยธรรมของสื่อมวลชน ว่าจะได้รับการคุ้มครองไม่ให้ถูกขัดขวาง หรือถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยมีนโยบายที่ชัดเจนจากคณะกรรมการเลือกตั้งส่วนกลางถึงเจ้าหน้าที่ กกต. ทุกระดับให้โปรดได้คำนึงถึงหลักเสรีภาพและการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนเป็นกรอบและปัจจัยประกอบการพิจารณาการยื่นฟ้องดำเนินคดีในกรณีที่เป็นสื่อมวลชน

2. ขอให้คณะกรรมการเลือกตั้งออกระเบียบ ข้อแนะนำและแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนเพื่อให้เจ้าหน้าที่ กกต. ทุกระดับ รวมทั้งเจ้าพนักงานยุติธรรมตามกฎหมาย ไม่กระทำการอันเป็นการขัดขวางการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนที่กระทำโดยสุจริตตามระเบียบปฏิบัติข้างต้น

3. ขอให้มีตัวแทนองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนเข้าร่วมแสดงความคิดเห็น เพื่อการวางหลักเกณฑ์การปฏิบัติดังกล่าว เพื่อจะได้ไม่เป็นอุปสรรคต่อการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน

องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนตามรายชื่อข้างต้น หวังเป็นอย่างยิ่งว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งจะได้ตระหนักว่า การทำหน้าที่ของสื่อมวลชนโดยรวม ได้ให้ความร่วมมือกับคณะกรรมการการเลือกตั้งในการเผยแพร่ข่าวการทำหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้งและสร้างความเข้าใจที่ดีต่อสาธารณะตลอดมา และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ จะได้รับความร่วมมือจากคณะกรรมการการเลือกตั้งในการสนับสนุนให้การทำหน้าที่ของสื่อมวลชนเป็นไปเพื่อประโยชน์ส่วนรวมได้อย่างเต็มที่เช่นที่เคยปฏิบัติมา