วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปัดครม.ปลดกัญชา-กระท่อมพ้นบัญชียาเสพติด

"ปลัดยุติธรรม" ปัดข่าวปลด "กัญชา-กระท่อม" จากบัญชียาเสพติด ชี้การนำพืชเสพติดมาใช้รักษาโรคต้องทำภายใต้การควบคุมเข้มงวด ไม่ใช่ปล่อยฟรี

นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลในโซเซียลมีเดียว่าคณะรัฐมนตรี (ครม.)เห็นชอบหลักการให้แก้ไขพ.ร.บ.ยาเสพติด เพื่อปลดกัญชาและกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติดให้โทษเพื่อนำไปรักษาโรคมะเร็งว่า ข้อมูลที่นำมาเผยแพร่เป็นเพียงการออกมาแสดงความเห็นของคนบางกลุ่มแล้วถูกนำไปเผยแพร่ต่อ ทำให้มีความเข้าใจคลาดเคลื่อน ขณะนี้ยืนยันว่าการเสนอแก้ไขพ.ร.บ.ยาเสพติด ไม่มีการปลดกัญชาและกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติดให้โทษ เนื่องจากกระทรวงยุติธรรมศึกษาอย่างรอบคอบว่าการแก้ปัญหายาเสพติดนั้นจะต้องกลับไปแก้ไขที่พื้นฐานของปัญหา นั่นคือสิ่งที่พูดกันว่าผู้เสพคือผู้ป่วย แต่การบำบัดรักษายังทำไม่ได้จริง ดังนั้น จึงต้องแก้ปัญหาพื้นฐานให้เกิดความชัดเจนก่อน

“ที่ผ่านมาในสมัยที่นายชัยเกษม นิติสิริ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เคยมีแนวคิดจะปลดกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติด เพราะเข้าใจสับสนว่านั่นคือสาเหตุของปัญหาแต่เมื่อผ่านการศึกษาอย่างรอบคอบพบว่าปัญหาที่แท้จริงคือการบำบัดผู้เสพ ส่วนการนำพืชเสพติดมาสกัดเป็นยาหรือใช้บำบัดผู้เสพก็มีความจำเป็นต้องแก้ไขกฎหมาย เพียงแต่ยังไม่ใช่ขั้นตอนแรกที่ต้องทำ ดังนั้น จึงต้องเริ่มต้นจากการแก้กฎหมายเพื่อดึงผู้เสพออกจากเรือนจำมาบำบัด เพื่อให้สังคมปรับตัวยอมรับผู้เสพที่ผ่านการบำบัดแล้ว และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดในชุมชน ” นายชาญเชาวน์กล่าว

ขณะนี้การควบคุมดูแลการเสพและการบำบัดในประเทศไทย ยังไม่มีความเข้มงวดเหมือนประเทศแถบยุโรปที่ยอมให้เสพกัญชาในสถานที่ควบคุมและในปริมาณที่ได้รับอนุญาต ดังนั้นการเร่งปลดกัญชาและกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติดอาจเป็นผลเสียมากกว่าผลดี เพราะก่อนแก้กฎหมายจะต้องมีระบบควบคุมให้นำไปใช้เป็นยาอย่างแท้จริง ไม่ใช่ปล่อยฟรีจนก่อให้เกิดความเสียหาย ทุกวันนี้หน่วยงานด้านการแพทย์ก็สามารถนำยาเสพติดไปสกัดเป็นยาได้เช่น มอร์ฟีน ซึ่งมีการควบคุมการใช้อย่างเข้มงวด หากมีผู้ต้องการนำกระท่อมและกัญชาไปรักษาโรคก็ต้องขออนุญาตนำไปผลิตเป็นยารักษาโรคที่ผ่านการรับรองได้จริงก่อนที่จะปลดออกจากบัญชียาเสพติดทั้งที่ยังไม่มีข้อมูลทางการแพทย์รับรอง เพราะทุกวันนี้กระท่อมยังถูกลักลอบนำไปเป็นส่วนผสมของยาเสพติดประเภท 4 x 100

“สำหรับการแก้ไขประมวลกฎหมายยาเสพติดผ่านการพิจารณาเห็นชอบของครม.เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และถูกส่งต่อไปให้กฤษฎีการกลั่นกรอง โดยเนื้อหาภายในร่างกฎหมายเป็นการแก้ไขให้มีกระบวนการบำบัดรักษาอย่างจริงจังกับผู้เสพ และเพิ่มบทลงโทษผู้ค้า โดยเฉพาะผู้ค้ารายใหญ่ ไม่มีข้อความในมาตราใดระบุถึงการปลดสารเสพติดชนิดใดออกจากบัญชียาเสพติด” ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าว