'ประวิตร' นำบวงสรวงศาลหลักเมือง กรุงเทพฯครบ234ปี

'ประวิตร' นำบวงสรวงศาลหลักเมือง กรุงเทพฯครบ234ปี

รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง นำคณะทำบุญ-บวงสรวงศาลหลักเมือง กรุงเทพมหานคร ครบ234ปี เผยการผูกดวงเมืองของรัชกาลที่1และรัชกาลที่4

เมื่อเวลา 09.19 น. วันที่ 21 เม.ย. ที่ศาลหลักเมือง กทม. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรมว.กลาโหม ในฐานะนายกสภาทหารผ่านศึก เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลทางศาสนาพุทธ และพิธีบวงสรวงสังเวยตามประเพณีพราหมณ์ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาองค์พระหลักเมืองครบรอบ 234 ปี โดยมีพล.อ.รณชัย มัญชุสุนทรกุล ผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (ผอ.อผศ.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูงของอผศ.และคณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกระทรวงกลาโหมร่วมในพิธี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับประวัติความเป็นมาของศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานครนั้น พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 ได้ทรงสร้างขึ้นเพื่อเป็นนิมิตหมายแสดงที่ตั้ง กทม. เมื่อวันที่ 21 เม.ย. 2325 มีลักษณะเป็นเสาไม้ชัยพฤกษ์ มีไม้แก่นจันทร์ประกับนอก สูง 187 นิ้ว ลงรักปิดทองยอดเสาเป็นรูปบัวตูมภายในกลวงเป็นช่องสำหรับบรรจุดวงชะตากรุงเทพมหานคร

ต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ได้ทรงวินิจฉัยว่าควรมีการผูกดวงเมืองใหม่ เพื่อให้ประชาชนประสบความเจริญรุ่งเรืองประกอบกับเสาหลักเมืองเดิมที่สร้างไว้ในสมัยรัชกาลที่ 1 ได้ชำรุดทรุดโทรมไปตามกาลเวลา จึงทรงสร้างพระหลักเมืองต้นใหม่ ในปี พ.ศ. 2395 ลักษณะเป็นเสาไม้สักเป็นแกนอยู่ภายในประกับด้วยไม้ชัยพฤกษ์ ยอดเม็ดทรงมัณฑ์ โดยมีทรงเสาอวบและเตี้ยกว่าเสาหลักเมืองต้นเดิม บรรจุแผ่นทองคำจารึกดวงชะตากรุงเทพมหานคร

อย่างไรก็ตาม ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร นอกจากจะมีความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์แล้ว ยังเป็นสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ที่ประชาชนชาวไทยสักการบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ในแต่ละวันจะมีผู้คนมากราบไหว้บูชาองค์พระหลักเมืองและเทพารักษ์ทั้ง 5 องค์ ได้แก่ พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง พระกาฬไชยศรี เจ้าพ่อเจตคุปต์ และเจ้าพ่อหอกลองที่สถิตอยู่ในศาลหลักเมือง นอกจากนี้ยังมีหอพระที่ประดิษฐานพุทธรูปประจำวันเกิดให้ประชาชนทำบุญและให้บริการเครื่องบวงสรวงสังเวยสำหรับการสักการบูชาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สถิตอยู่ในศาลหลักเมือง รวมทั้งเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของประชาชนทั่วประเทศ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัจจุบันสำนักงานกิจการศาลหลักเมืองอยู่ในความดูแลของ อผศ. โดยมีฐานะเป็นหน่วยงานกิจการพิเศษหน่วยหนึ่งของ อผศ. มีหน้าที่ดูแลศาลหลักเมือง รวมทั้งอาคาร และบริเวณอันเป็นสถานที่สำคัญของชาติ การบูรณปฏิสังขรณ์ดำเนินกิจการ เพื่อให้บริการแก่ประชาชนที่มาสักการบูชา สำหรับเงินที่ได้รับจากผู้มีจิตศรัทธาบริจาคถวายศาลหลักเมืองนั้น อผศ. ได้ใช้เป็นทุนปฏิสังขรณ์ศาลหลักเมือง และนำไปสมทบงบประมาณของอผศ. เพื่อให้การสงเคราะห์แก่ทหารผ่านศึก ครอบครัวทหารผ่านศึก และทหารนอกประจำการ ตลอดจนร่วมการสาธารณกุศลอื่นๆ โดยเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าสักการะองค์พระหลักเมืองทุกวัน