อินไซต์ผู้บริโภคปี 69 "ความคุ้มค่า" ผู้บริโภคฉลาดซื้อ คือโจทย์ใหญ่ที่นักตลาดต้องสร้างแบรนด์กระตุ้นยอดขาย MI GROUP เผยเข็มทิศ พฤติกรรมผู้บริโภค เทคโนโลยี สื่อเปลี่ยนรับปีม้า
ในโลกการตลาดหากจะยกให้สิ่งที่เปลี่ยนแปลงเร็วและแรง หนีไม่พ้น พฤติกรรมผู้บริโภค สื่อ และเทคโนโลยี ซึ่ง 3 ส่วนนี้ เคลื่อนไหวตีคู่กันไป จนส่งผลให้ “นักการตลาด” ต้องเข้มขันกับการเกาะติด เพื่อนำมาวางแผนกลยุทธ์ สื่อสารการตลาด สร้างยอดขายให้เติบโต
เมื่อต้อนรับศักราชใหม่ นักการตลาดมักจับยามสามตา คาดการณ์เทรนด์ที่จะเกิดขึ้น และทรงอิทธิพลต่อการทำตลาด และปี 2569 MI GROUP ยก “ความคุ้มค่า” ผู้บริโภคฉลาดซื้อมาแรง
วรินทร์ ทินประภา Chief Growth Officer MI GROUP ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเติบโต บริษัท มีเดียอินเทลลิเจนซ์กรุ๊ป จำกัด หรือ MI GROUP ฉายภาพว่า แนวโน้มเศรษฐกิจ กำลังซื้อปี 2569 เต็มไปด้วยความท้าทาย และมีผลต่อการซื้อสินค้า ทว่า ผู้บริโภคมีเงินในกระเป๋ามากหรือน้อยก็ยังต้องใช้จ่าย และท่ามกลางอุตสาหกรรมสื่อโฆษณาที่เปลี่ยนแปลง “ปัจจัยลบ” รายล้อม แต่นักการตลาดต้องเข้าใจมิติของพฤติกรรมผู้บริโภค สื่อ และเทคโนโลยี โดย 3 ส่วนนี้ “เปลี่ยนพร้อมกัน เปลี่ยนเร็ว”
ดังนั้น สิ่งที่นักการตลาดต้องเข้าใจ “พฤติกรรมปี 2569” 3 ประเด็นมีความสำคัญ ดังนี้
1.Smart Spending Is The New Normal เมื่อผู้บริโภคพร้อมจ่าย ถ้ารู้สึก “คุ้มค่า” และมั่นใจ ท่ามกลางเศรษฐกิจกำลังซื้อชะลอตัว ผู้บริโภคทุกกลุ่มมองเรื่องความคุ้มค่ามากขึ้น แบรนด์ต้องหา Value ออกมาสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมาย กระตุ้นให้เห็น รีวิว และขับเคลื่อนความคุ้มค่าสร้างยอดขายให้ได้
2.Transparency Directly Drives Trust & Conversion เมื่อ Trust ไม่ใช้ภาพลักษณณ์ แต่คือกุญแจสำคัญในการสร้างยอดขาย อดีตการเชื่อมั่นในแบรนด์ เป็นหัวใจสร้างแบรนด์แกร่ง ทว่าปัจจุบันไม่ใช่ เพราะ Trust สามารถสร้างยอดขายได้ด้วย MI ยกตัวอย่างผลวิจัยเกี่ยวกับผู้บริโภค 96% พร้อมจะซื้อซ้ำในกรณีที่เห็นกระบวนการคืนสินค้าได้อย่างชัดเจน แม้บางแบรนด์อัตราการคืนสินค้าต่ำ แต่หาก “ชัดเจน โปร่งใส” ดึงการ “ซื้อซ้ำ” ได้ หรือวิจัยผู้บริโภค 56% หากหยิบสินค้าใส่ตะกร้าจะจ่ายเงิน แต่พบ “ต้นทุนแอบแฝง” จะทิ้งของออกจากการช้อปนั้นทันที
“ทุกความชัดเจน โปร่งใส มีผลทุกมิติจริงๆ”
3.Attention Is More Fragmented Than Ever เมื่อความง่าย ไม่ซับซ้อน คือพลังของการขายยุคใหม่ ปัจจุบันผู้บริโภคถูก Bombard ด้วยข้อมูล ดังนั้นแบรนด์ต้องดึงความสนใจลูกค้ากลุ่มเป้าหมายด้วย “ความง่าย ชัดเจน ไม่ซับซ้อน” เช่น คุณค่า ขั้นตอน ประโยชน์สินค้าต้องชัด ช่องทางจำหน่ายหลากหลาย โปรโมชันต่างๆ ต้องสื่อสารให้ง่าย ชัดเจน เพื่อกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ
“ความคุ้มค่า ความโปร่งใส และความง่ายไม่ซับซ้อน 3 เรื่องนี้ต้องจับตาในปี 2569”
“ด้านสื่อ” มีการเปลี่ยนแปลงใหญ่ ดังนี้
1.Video is the Point of Sale วิดีโอ ภาพเคลื่อนไหวยังเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคเสพท่วมท้น วิดีโอมีทั้งสั้น-ยาว เช่น แบรนด์ต้องสร้างการ “ชนะใน 6 วินาทีแรก” ซึ่งนักการตลาดใช้เป็นจุดพลิกซื้อสินค้าได้ ปี 2569 จึงควรนำมาเป็นกลยุทธ์เพื่อวางแผนสร้างสรรค์วิดีโออย่างเข้มข้นขึ้น
2.Streaming Consolidation, new opportunity for marketers สตรีมมิงกลายเป็น “โอกาสใหม่” ผู้บริโภคยอมจ่ายเงินค่าสมาชิกเพื่อที่จะไม่ดูโฆษณามากขึ้น แต่อีกด้านก็มีผู้บริโภคที่ยอมดูโฆษณาแม้ไม่ต้องเป็นสมาชิกรับชมวิดีโอบนแพลตฟอร์มสตรีมมิง ดังนั้นในการวางกลยุทธ์ด้านวิดีโอควรมององค์รวมทุกแพลตฟอร์ม ไม่จำกัดกรอบแค่โซเชียลมีเดีย
3.From Search to AI-Synthesized Answers ถึงเวลาที่แบรนด์ต้องเป็นคำตอบที่ AI เลือกแนะนำ ยุคนี้ปฏิเสธความทรงพลังของ AI ไม่ได้ การค้นหาข้อมูลต่างๆ AI ค้นหา ประมวลผล คำตอบ ไขข้อสงสัยเสิร์ฟให้ผู้บริโภคอย่างรวดเร็ว แบรนด์ต้องศึกษาประเด็นนี้มากขึ้น เพื่อวางกลยุทธ์ ใช้ AI นำข้อมูลของแบรนด์ไปเป็นตัวเลือกคำตอบแรกให้กับกลุ่มเป้าหมายให้ได้
AI ทรงพลัง ทำใหเยุคนี้การมองช่องทางขายต้องเป็นระบบนิเวศเดียวกัน หรือ The new commerce ecosystem ไม่ว่าจะแพลตฟอร์ม คอนเทนต์ ครีเอเตอร์ การวางกลยุทธ์ของแบรนด์ต้องเป็นทำงานร่วมกันหรือเป็นหนึ่งเดียว แต่ละส่วนบทบาทแตกต่างกัน
1.ทุกแพลตฟอร์ม คือจุดสตาร์ทของการค้นพบและซื้อสินค้าแตกต่างกันไป เช่น TikTok เป็นเอนเตอร์เทนเมิร์ซ บันเทิงพร้อมช้อปติดตร้าปิดการขาย Youtube แพลตฟอร์มที่กระตุ้น(trigger) ความสนใจของผู้บริโภค ปูทางไปสู่ปิดการขายได้ Meta ที่มีระบบหลังบ้าน Generative AI เพื่อสร้างยอดขายได้หากใช้ถูกวิธี และ LINE คือระบบ One on One มีความน่าเชื่อถือ มี LINE my shop คุยกับเจ้าของแบรนด์โดยตรง
2.คอนเทนต์ที่ดี คือหัวใจสำคัญที่มีส่วนกระตุ้น(trigger)การตัดสินใจได้อย่างดี และ3.ครีเอเตอร์ KOLs หรือผู้นำทางความคิดบนโลกออนไลน์ช่วยสร้าง Trust และยอดขายได้ เพราะยุคนี้ผู้บริโภคต้องการข้อมูล “การอธิบาย”
ด้านเทคโนโลยี กลายเป็นส่วนสำคัญของโลกธุรกิจ และทำให้แบรนด์เข้าใกล้ผู้บริโภคมากขึ้น แต่อีกด้านแบรนด์ นักการตลาดต้องทำงานหนักขึ้นเพราะเทคโนโลยีเช่นกัน ทว่า สิ่งที่ละทิ้งไม่ได้ คือการเชื่อม “แบรนด์” และ “ความเป็นมนุษย์” เข้าด้วยกัน
“แบรนด์ที่จะ WIN ต้องเข้าใจมนุษย์และ AI เมื่อโลก AI กวาดอัลกอริธึม เลือกข้อมูลมาเสิร์ฟผู้บริโภค ทำให้แบรนด์ นักการตลาดต้องทำงานหนักจริงๆ ให้เข้าใจ AI เราต้องใช้ AI ให้เกิดประโยชน์ในการสร้างแบรนด์ แต่การเข้าใจ AI อย่างเดียวไม่ได้ ต้องสร้างสมดุล เพราะมนุษย์คือผู้ตัดสินใจต้องเชื่อมโยงบริบทนี้ด้วย มีการทำกิจกรรมเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมหรือเอนเกจ ทั้ง AI และชีวิตจริงต้องผสานรวมกัน สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน สร้าง Quick Win ในเรื่องยอดขาย และต้องสร้างแบรนด์ด้วยท่ามกลางการถาโภมของปัจจัยลบ แบรนด์ที่มีตัวตนจะมีโอกาสเติบโตมากกว่าการแข่งขันด้วยราคาอย่างเดียว”





