"พล.อ.อนุพงษ์" รมว.มท. เผยยังไม่ได้รับรายงาน เรื่องบุคคลแอบอ้างคสช. หาผลประโยชน์ ย้ำปมขรก.ทุจริตซื้อปุ๋ย-ยาปราบศัตรูพืชให้เป็นไปตามกม.
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย (มท.) กล่าวภายหลังการประชุมร่วมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีพล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุมีการแอบอ้างคณะรักษาความสงงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อแสวงหาประโยชน์และหลอกลวงประชาชนในพื้นที่ต่างๆว่า ขณะนี้ทางกระทรวงมหาดไทยยังไม่ได้รับรายงานเรื่องดังกล่าว แต่ถ้าตอบโดยหลักการแล้ว เมื่อพบว่ามีการแอบอ้าง ก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย ยืนยันว่าคสช.ไม่ใช้อำนาจไปหาผลประโยชน์กับใครโดยเด็ดขาด หากใครทำ ต้องถูกดำเนินคดีไม่ว่าการแอบอ้างรับผลประโยชน์อะไรใดๆ ทั้งสิ้น และหากใครทราบเบาะแสหรือพบเห็นสามารถแจ้งข้อมูลต่อศูนย์ดำรงธรรมและเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทุกกรณี
ทั้งนี้พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวถึงรายชื่อข้าราชการทุจริตล็อต 3 ในส่วนของกระทรวงมหาดไทย ที่มีกรณีทุจริตการจัดซื้อยาปราบศัตรูพืชและการจัดซื้อปุ๋ยว่า ตามกฎหมายแล้ว หากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลมา ก็ต้องสั่งพักการทำงานและลงโทษตามกฎหมายทั้งเรื่องวินัยและอาญา แต่หากต้องตั้งกรรมการสอบ ก็ต้องดำเนินการไปตามมาตรฐาน เพื่อไม่ให้ผู้ถูกกล่าวหามาร้องเรียนได้ในอนาคต ซึ่งจะต้องทำตามกฎหมายทุกอย่าง ผิดก็ว่าไปตามผิด อย่างไรก็ตามยอมรับว่าการใช้คำสั่งมาตรา 44 ที่ผ่านมาทั้ง 3 ครั้งมีเรื่องการจัดซื้อปุ๋ยและยาปรับศัตรูพืชเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งหน่วยที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินตามขั้นตอนต่อไป ส่วนความคืบหน้าเรื่องดังกล่าวนั้นต้องถามผู้ตรวจสอบ เพราะตนไม่ทราบว่าจะตอบอย่างไร และคงไม่ไปเร่งกรรมการสอบสวนให้ดำเนินเรื่องโดยเร็ว เนื่องจากต้องทำตามขั้นตอน
นอกจากนี้พล.อ.อนุพงษ์ ยังได้กล่าวถึงความเคลื่อนไหวทางการเมืองในจังหวัดต่างๆว่า ขณะนี้ยังไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง หากพูดโดยหลักการแล้ว เรื่องรัฐธรรมนูญเป็นหน้าที่ของกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) การทำประชามติเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่วน คสช. เป็นเพียงผู้ดูแลความสงบเรียบร้อย ไม่ให้ใครปลุกปั่นหรือก่อความไม่สงบเรียบร้อย หากใครปลุกปั่น ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายซึ่งไม่เกี่ยวกับเรื่องร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านประชามติหรือไม่ โดยรัฐบาลไม่มีความต้องการเช่นนั้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกส่วนได้ดูแลเรื่องความเคลื่อนไหวตามปกติอยู่แล้ว เช่น กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยของเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครอง ให้อยู่ในขอบเขตเพื่อให้ประชาชนอยู่อย่างเรียบร้อย ผ่านหรือไม่ผ่าน คนละเรื่องกัน แต่จะมาปลุกปั่นไม่ได้





