"วิษณุ" ชี้หากร่างรธน.ถูกคว่ำ กลับไปใช้รธน.ปี40-50ไม่ได้ อ้างผิดหลักยึดอำนาจ แจงทางเลือกมีแค่นำ4รธน.มาปรับใช้เท่านั้น โยนคสช.เผยทางออกเอง
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มีเสียงคัดค้านการนำรัฐธรรมนูญทั้ง4ฉบับ มาปรับใช้ใหม่ หากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ ว่า ตนแค่บอกว่าสามารถทำได้ ที่จะหยิบฉบับใดฉบับหนึ่งขึ้นมาเป็นต้นแบบ ซึ่งต่างกับนักการเมืองที่มองแค่2-3ประเด็น คือ เรื่องคณะรัฐมนตรี(ครม.) เรื่องนายกฯคนนอก และอำนาจส.ว. ส่วนข้อเสนอให้นำรัฐธรรมนูญปี2550มาใช้ หากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ แล้วให้นำบทเฉพาะกาลของร่างรัฐธรรมนูญปี2559มาใช้นั้น นายวิษณุกล่าวว่า ข้อเสนอนี้เท่ากับใช้รัฐธรรมนูญปี2550เป็นหลัก ถ้าอย่างนั้น ก็จะตอบไม่ได้ว่ายึดอำนาจทำไม ในเมื่อกลับไปใช้กฎเกณฑ์กติกาเดิม และถ้าหากเอารัฐธรรมนูญปี2540มาแล้วบทเฉพาะกาลใส่ลงไป ก็จะเกิดคำถามว่า พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตผบ.ทบ. ยึดอำนาจทำไม ดังนั้น ควรเอาส่วนดีของแต่ละฉบับมา อย่าไปคิดว่าทำไม่ได้ พอถึงเวลาค่อยว่ากัน และแน่นอนว่าการร่างรัฐธรรมนูญยังต้องอยู่ในกรอบของมาตรา35ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี57และต้องร่างให้เสร็จตามกำหนด ที่กำหนดโรดแม็ปปักธงเลือกตั้งปี60จะไม่เคลื่อนธงไปไหน
“เรื่องทางออกหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามตินั้น ถ้าจะให้ชัด ต้องให้ คสช. เป็นคนพูดเอง ตนพูดเองไม่ได้ ซึ่งทางเลือกมันก็มีอยู่แค่นี้ และจะเป็นทางการเลือกไหนนั้น ขอให้ใจเย็น อีก3เดือนก็จะรู้ และตอนนี้ก็ยังไม่ได้เตรียมทางออกไว้ว่าจะเป็นแนวทางไหน ตอนนี้ยังคิดแต่เส้นทางที่จะเดินทางไปสู่การทำประชามติเท่านั้น”นายวิษณุ กล่าว
เมื่อถามถึงกรณีมีกลุ่มเครือข่ายนักวิชาการ นักการเมือง ออกมาเคลื่อนไหว ประกาศไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ นายวิษณุ กล่าวว่า เท่าที่อ่านดูเป็นการแสดงความคิดเห็นทางวิชาการ และยังอยู่ในร่องในรอยที่ใช้ได้ ไม่ได้เป็นการเข้าข่ายความผิด เมื่อถามว่า จะเป็นการชี้นำหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ความผิดฐานชี้นำมันไม่มีว่า จะชี้นำได้หรือไม่ได้ เพียงแต่ถ้าชี้นำโดยวิธีสัญญา บิดเบือน หลอกล่อ ก็จะมีความผิดตามมาตรา62ของพ.ร.บ.การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ อย่างที่นักวิชาการชี้มีจุดอ่อน3-4ข้อ ถือเป็นการแสดงออกที่มีเหตุมีผล ไม่มีการเมืองซ่อนเร้น ซึ่งอยู่ที่ตัวบุคคล คำพูด และเวลา เมื่อถามว่า อย่างกรณีนายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ แล้วทำไมถูกเรียกปรับทัศนคติ นายวิษณุ กล่าวว่า ตนไม่มีความเห็น
เมื่อถามอีกว่า หากประเมินสถานการณ์จนถึงขณะนี้แนวโน้มทำประชามติจะไม่ผ่านหรือไม่ เพราะมีหลายกลุ่มออกมาคัดค้าน นายวิษณุ กล่าวว่า “ตามที่กระทรวงมหาดไทยได้แถลงแล้วว่าผู้มีสิทธิมี50ล้านคน ดังนั้นเขาจะเป็นผู้ตัดสิน ตนจะไม่พูดชี้นำใดๆ ส่วนถ้าต้องมีการร่างใหม่ จะเสร็จเร็วหรือช้า อยู่ที่กฎหมายลูกที่มีหลายฉบับ เพราะต้องละเอียดรอบคอบ” เมื่อถามว่า จะต้องมีผู้สังเกตการณ์ตอนทำประชามติเหมือนกับการเลือกตั้งทั่วไปหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ทราบ ต้องแล้วแต่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)จะจัดการอย่างไร แต่เมื่อแก้รัฐธรรมนูญไปชัดแล้ว จะไม่มีปัญหาเรื่องนับคะแนนแล้ว จริงแล้วการทำประชามติมีเพียงแค่การรับ หรือไม่รับเท่านั้น ไม่มีการได้เปรียบเสียเปรียบ เหมือนกับการเลือกตั้งทั่วไป ที่มีเจ้าของค่าย มีผู้ส่งเข้าประกวด ที่ต้องมีการชิงไหวชิงพริบกัน ดังนั้นการมีหรือไม่มีผู้สังเกตการณ์ก็ได้ และในส่วนของคำถามพ่วงที่อาจล่าช้าในการนับคะแนน แต่ทางกกต.ยืนยันแล้วว่าจะรู้ผลไม่เกิน3ชั่วโมงหลังปิดหีบ แต่จะทราบผลเป็นทางการจะใช้เวลาไม่เกิน3วัน
เมื่อถามถึงกรณีที่ร่างรัะฐธรรมนูญประชามติไม่ผ่าน คสช. ควรจะปลดประเด็นที่ฝ่ายต่างๆ ไม่เห็นด้วยหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ต้องรอให้ผลออกมาแล้วค่อยมาแปลกัน เพราะจะมีความหมายอะไรหลายอย่างเหมือนกัน และตนได้พูดไปหลายครั้งแล้วว่าทั้งคำถามหลักและคำถามพ่วง จะส่งสัญญาณหลายอย่างว่าจะผ่านหรือไม่ และจะเป็นตัวจะบอกหน้าตาของรัฐธรรมนูญต่อไป เมื่อถามว่าหากประชามติไม่ผ่านเป็นไปได้หรือไม่ที่จะให้คณะกรรมการร่างรัฐธรมนูญ (กรธ.) ชุดเดิมร่างรัฐธรรมนูญใหม่อีกรอบ นายวิษณุ กล่าวว่า เป็นไปได้ทุกทาง และเป็นไปได้ที่จะตั้งทั้งนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรธ. และนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ร่างรัฐธรรมนูญกรณีไม่ผ่านประชามติ รวมถึงตนก็เป็นไปได้





