"วิษณุ" เผยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปราบทุจริตเร่งสอบศธ. ปมจัดซื้อชุดนร.เกินจำนวน แจงมท.รายงานผลสอบขรก.ถูกสั่งพักงานตามคำสั่งคสช.
ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบการทุจริตการจัดซื้อชุดนักเรียนของกระทรวงศึกษาธิการว่า ส่วนหนึ่งที่ตีความได้ว่ามีการซื้อไปจำนวนมากกว่าที่จำเป็นนั้น อาจจะเพราะซื้อไว้เพื่อแจกจ่าย หรือกักตุนไว้ ทำให้ของขึ้นราคา และในปีต่อไปก็มีการซื้อเพิ่มขึ้นอีก โดยไม่ได้นำของเก่าไปแจกจ่าย ดังนั้นแสดงว่าเป็นการซื้อเพื่อเอาเปอร์เซ็นต์ ซึ่งขณะนี้หน่วยงานที่มีหน้าที่โดยตรงตรวจสอบอยู่ ทั้งสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) คณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) ทั้งหมดถือเป็นการทุจริต และประพฤติมิชอบ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ปปท.)ด้วย
นายวิษณุกล่าวอีกว่า ในวันเดียวกันนี้ ตนได้รับรายงานจากกระทรวงมหาดไทยว่า ในส่วนของผู้ที่ถูกสั่งพักราชการ ตามคำสั่งคสช.ทั้ง4ฉบับนั้น ได้มีการดำเนินการสอบ ทั้งในส่วนผู้ที่ไม่มีปัญหา และบางรายก็หมดปัญหา แต่ยังมีบางรายที่เกี่ยวข้องกับทุกๆปัญหา ซึ่งทางกระทรวงได้มีการจัดแยกกลุ่มเป็นคนๆไป ซึ่งมีทั้งในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ปลัด เทศบาล ข้าราชการ และอธิบดี ส่วนกระทรวงอื่นๆยังไม่ได้มีการรายงานเข้ามา จึงอยากให้กระทรวงอื่นๆจัดแบ่งหมวดหมู่เข้ามาในลักษณะเช่นเดียวกับกระทรวงมหาดไทย ที่มีการแยกจำนวนและรายงานถึงสถานการณ์ต่างๆ เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนแต่ทั้งนี้ยังไม่สามารถสรุปตัวเลขความเสียหายอันเกิดมาจากการทุจริตได้ ยกเว้นในส่วนของกระทรวงศึกษาฯที่ คตร.ได้เข้าไปดำเนินการตรวจสอบ
เมื่อถามว่า ในส่วนของกระทรวงมหาดไทยมีการกำหนดชัดเจนหรือไม่ว่าจะสามารถคืนตำแหน่งให้ผู้ที่ถูกกล่าวหาได้จำนวนเท่าใด นายวิษณุ กล่าวว่า ทางกระทรวงไม่ได้มีการระบุ แต่ให้รัฐบาลพิจารณา โดยมีการรายงานแต่เพียงว่ารายนี้มีกี่ข้อหา ดำเนินการไปแล้วเท่าใด ยังเหลืออีกกี่ราย ส่วนจะมีความผิดเกี่ยวโยงกับกระทรวงอื่นหรือไม่ ก็ต้องดำเนินการสอบสวนต่อ ไปอีก ซึ่งจำเป็นต้องใช้เวลาในการตรวจสอบเช่นกัน ทั้งนี้ในส่วนที่สอบสวนเสร็จแล้วนั้น ในกรณีที่ผู้ถูกกล่าวหาที่ไม่มีความผิดก็คงไม่ต้องมีการเยียวยาอะไร เพียงแต่ให้กลับไปดำรงตำแหน่งในหน้าที่เดิม เพราะตลอดเวลาเงินเดือนทุกคนก็ยังได้รับ ยกเว้นเงินประจำตำแหน่งเท่านั้น เพียงแต่ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งรัฐจะดำเนินการเอาผิดกับผู้ที่ทุจริตและประพฤติมิชอบก่อน ส่วนผู้ที่ไม่ได้ทำผิด แต่มีความล่าช้าในเรื่องความรับผิดชอบหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ต้องรอไว้ก่อนอีกปะเภทหนึ่ง





