CHESโพลล์ เผย 88.6% ไม่เห็นด้วยกับการปิดเทอมตามมติ ทปอ. หรือตามอาเซียน ด้านเลขาธิการCHES วอนให้ ทปอ.ทบทวน
จากมติที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.)ให้สถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ เปิด - ปิดภาคเรียนตามสถาบันอุดมศึกษาในกลุ่มประเทศอาเซียน ตั้งแต่ปีการศึกษา 2557 โดยภาคเรียนที่ 1 เปิดเดือนสิงหาคมถึงเดือนธันวาคม ภาคเรียนที่ 2 เดือนมกราคมถึงเดือนพฤษภาคม และปิดภาคเรียนเดือนมิถุนายนถึงเดือนสิงหาคม นั้น
รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ ภาควิชาเคมี คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) ในฐานะเลขาธิการศูนย์ประสานงานบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ หรือ CHES กล่าวว่า มหาวิทยาลัยหลายแห่งได้ปฏิบัติตาม มติ ทปอ. ซึ่งผ่านมา 2 ปีแล้ว แต่ดูเหมือนการเปลี่ยนช่วงเวลาการเปิด-ปิดภาคเรียนตามสถาบันอุดมศึกษาในกลุ่มประเทศอาเซียน ไม่ได้ทำให้สถาบันอุดมศึกษาดีขึ้นเลย มีแต่ทำให้นิสิตนักศึกษา อาจารย์และบุคลากรอุดมศึกษาเดือนร้อน โดยเฉพาะช่วงเดือนเมษายน ถึง พฤษภาคม อากาศร้อนมาก เด็กไม่มีสมาธิในการเรียน อาจารย์ก็ไม่มีอารมณ์สอน ขณะที่เด็กเกษตรก็ไม่มีน้ำใช้ในการทดลอง
“ขณะเดียวกันการเปิดปิดภาคเรียนของโรงเรียนประถมศึกษา มัธยมศึกษา รวมทั้งอาชีวศึกษา ก็ไม่ได้เลื่อนเปิดเทอมตามอาเซียนทำให้มีปัญหาในการเรียนการสอน โดยเฉพาะในคณะครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ ที่โรงเรียนเปิดปีการศึกษาใหม่ในเดือนพฤษภาคม ขณะที่มหาวิทยาลัยมีนักศึกษาสายครู จะต้องออกไปฝึกสอนกับโรงเรียนประถม มัธยม ซึ่งเป็นช่วงที่มหาวิทยาลัยปิดเทอม”
เลขาธิการCHES กล่าวอีกว่า นอกจากนี้มีปัญหาเรื่องการจ่ายงบประมาณไม่สอดคล้องกับปีงบประมาณ คือส่วนราชการงบประมาณจะเริ่มต้น 1 ตุลาคม ถึง 30 กันยายน แต่ในทางปฏิบัติ พอถึงเดือนสิงหาคมทุกหน่วยงานจะต้องรีบใช้และคืนงบประมาณทั้งหมด แต่มหาวิทยาลัยเพิ่งเปิดเทอมและใช้งบประมาณหมดแล้วทำให้ไม่มีเงินไปทำกิจกรรมต่างๆ ให้แก่นิสิตนักศึกษา
“ในเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม นอกจากอากาศร้อนจนตับแลบ ส่งผลไปถึงสมาธิของทั้งผู้เรียนและผู้สอนแล้ว ในช่วงเวลาดังกล่าวก็มีวันหยุดค่อนข้างเยอะ ส่งผลกระทบกับเวลาที่ใช้ในการเรียนน้อยลง ทำให้หลายฝ่ายไม่เห็นด้วยกับมติของ ทปอ. และทางที่ประชุมประธานอาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย (ปอมท.) ได้ทำแบบสำรวจคณาจารย์ บุคลากรสายสนับสนุน และ นักศึกษาใน 17 มหาวิทยาลัยรัฐ ช่วงเดือนสิงหาคม - พฤศจิกายน 2558 ผลปรากฏว่า ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการเปิด - ปิดภาคเรียนตามอาเซียน คิดเป็นคณาจารย์ร้อยละ 73.2 บุคลากรสายสนับสนุนร้อยละ 63 และนักศึกษาร้อยละ 60 ”เลขาธิการCHES กล่าว
เลขาธิการCHES กล่าวเพิ่มเติมว่า ศูนย์ประสานงานบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ (CHES) หลังจากเริ่มทำโพลเมื่อวันที่ 14 เม.ย. เวลา 21.00 น. ถึงวันที่ 15 เมษายน เวลา 16.50 นาที ปรากฏว่ามีผู้เข้ามาตอบแบบสอบถามจำนวน 7172 คน โดยมีผู้ไม่เห็นด้วยกับการปิดภาคเรียนตามที่ประชุมอธิการบดีหรือ ทปอ 88.6 เปอร์เซ็นต์ และมีผู้เห็นด้วย 11.4 เปอร์เซ็นต์ โดยผู้มาตอบแบบสอบถามแบ่งเป็นนิสิตนักศึกษา 62.5 % อาจารย์ในมหาลัยต่างๆ 80 แห่ง 17.9 % ศิษย์เก่า 8.5 % นอกนั้นก็เป็นเจ้าหน้าที่ บุคลากรเก่า ผู้ปกครอง ในโพลนี้มีข้อคิดเห็นประกอบการตัดสินใจเลือก จำนวนประมาณ 5000 ข้อความ ซึ่งส่วนใหญ่ระบุเรื่องสภาพอากาศร้อน
ทั้งนี้ แบบสอบถามของCHES ตั้งคำถามว่า : ควรปิดเทอมใหญ่แบบใด มีคำตอบให้เลือก 2 ข้อ พร้อมเหตุลประกอบ ดังนี้ 1.ควรปิดภาคเรียนตามระบบอาเซียน(ปิดเทอมใหญ่ช่วงเดือนพฤษภาคม-กรกฏาคม) 2.ควรปิดภาคเรียนตามระบบของไทย(ปิดเทอมใหญ่ช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม)
"นอกจากนี้ทราบว่าขณะนี้มีมหาวิทยาลัยอีกหลายกำลังแห่งจะกลับไปเปิด-ปิดภาคเรียนตามเดิม ดังนั้น ผมอยากให้ ทปอ.ได้ทบทวนมติดังกล่าวและกลับไปเปิดปิดภาคเรียนตามเดิม ที่สำคัญทปอ.ไม่ต้องกลัวเสียหน้า ขอให้นึกถึงผลประโยชน์ที่จะเกิดกับเด็กและคนอุดมศึกษาเป็นหลัก อย่าเห็นแก่มหาวิทยาลัยใหญ่ๆ เพียงไม่กี่แห่ง” รศ.ดร.วีรชัยกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านั้นไม่กี่วัน นพ.อุดม คชินทร อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล(มม.)ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย หรือประธาน ทปอ. ได้ออกมาตอบโต้ทันทีผ่านสื่อออนไลน์ว่า“ เรื่องนี้ ทปอ. คงไม่ทบทวน ส่วนเรื่องที่นำอากาศร้อนมาอ้าง แล้วบอกให้ไปเปิด-ปิด ภาคเรียนตามช่วงเวลาเดิมนั้น ผมเห็นว่าไม่ใช่เหตุผลที่ดี เพราะปัจจุบันประเทศไทย ไม่ว่าจะเดือนไหนก็ร้อนทั้งปี”
ทั้งนี้ ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทยหรือทปอ. มีกำหนดจะประชุม ทปอ.ครั้งต่อไปในวันอาทิตย์ที่24 เมษายน 2559 นี้ที่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร





