“มท.” สั่งศูนย์ดำรงธรรมเปิด 24 ชั่วโมง 8 วัน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ รับร้องทุกข์ปชช.
นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์จะเป็นช่วงที่ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาและเดินทางท่องเที่ยวจำนวนมาก เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนนักท่องเที่ยวให้มีช่องทางเข้าถึงศูนย์ดำรงธรรมได้ง่ายสะดวก รวดเร็ว มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทางกระทรวงมหาดไทยจึงได้แจ้งให้ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดและศูนย์ดำรงธรรมอำเภอทุกแห่งทั่วประเทศ เตรียมพร้อมในการให้บริการอย่างเต็มที่ตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่คืนวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมาเป็นต้นไปจนถึงเช้าวันที่ 18 เมษายน 2559 เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนในช่วงวันหยุดยาว โดยให้จัดเจ้าหน้าที่รับโทรศัพท์และรับผิดชอบการใช้ Application spond ในการรับเรื่องราวร้องทุกข์ การขอความช่วยเหลือ การแจ้งเบาะแสการกระทำความผิดเพื่อบริการประชาชน และจัดเตรียมข้อมูลประชาสัมพันธ์ แผ่นพับโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ที่จำเป็นเพื่อให้บริการแก่ประชาชน เช่น ข้อมูลที่ตั้งจุดให้ความช่วยเหลือในพื้นที่ พร้อมหมายเลขโทรศัพท์ รายชื่อเจ้าหน้าที่ เส้นทางหลัก เส้นทางรอง โดยหมายเลขโทรศัพท์ของหน่วยงานต่างๆ หรือข้อมูลอื่นๆ ที่จำเป็น ให้ประสานกับส่วนราชการ กองกำลังรักษาความสงบประจำจังหวัดในพื้นที่บูรณาการการทำงานร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชนได้รวดเร็ว
“การปฏิบัติงานเกี่ยวกับการรับเรื่องร้องเรียน ร้องทุกข์ ได้กำชับเป็นแนวทางปฏิบัติให้เจ้าหน้าที่ที่ได้รับแจ้งปัญหาข้อร้องเรียนจากประชาชน หากเรื่องใดสามารถแก้ไขได้ให้เร่งดำเนินการทันที หรือหากไม่สามารถแก้ไขได้ให้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ชัดเจนประชาชนต้องการหรือเดือดร้อนเรื่องอะไรแล้วให้เสนอผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณาดำเนินการ หรือหากปัญหาข้อร้องเรียนอยู่ในอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการอื่น ให้รีบรายงานให้ส่วนราชการดำเนินการแก้ไขตามอำนาจหน้าที่ และกำกับติดตามผลการดำเนินงานอย่างใกล้ชิดพร้อมรายงานผลการดำเนินการให้กระทรวงมหาดไทยทราบด้วย” ปลัด มท. กล่าวและว่า สำหรับด้านการส่งเสริมและดูแลความสงบเรียบร้อย เพื่อให้เกิดบรรยากาศที่ดีของบ้านเมือง กระทรวงมหาดไทยในฐานะหน่วยงาน ที่มีภารกิจด้านการรักษาความสงบเรียบร้อยและการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์ของประชาชน ได้แจ้งให้ทุกจังหวัด เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยและจัดเวรยามในสถานที่ต่างๆ อย่างรอบคอบและรัดกุม โดยให้พิจารณารูปแบบหรือแนวทางการดำเนินการที่เหมาะสมกับพื้นที่ไม่ส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการท่องเที่ยว โดยให้จัดเตรียมแผนรองรับสถานการณ์ และให้ความสำคัญในการดูแลแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ สถานที่จัดกิจกรรมรื่นเริงที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก สถานที่ที่มีการประกอบพิธีตามประเพณีของประชาชน รวมทั้งการขอความร่วมมือจากภาคส่วนต่างๆ อาทิ ข้าราชการ อาสาสมัคร นักเรียน นักศึกษา ภาคเอกชน ผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และประชาชนทั่วไป รวมถึงเครือข่ายประชาชนด้านการข่าว ให้ร่วมกันสอดส่องดูแลและเฝ้าระวังสิ่งผิดปกติ หากพบสามารถแจ้งรายละเอียดสำคัญต่อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบและระงับยับยั้งมิให้เกิดเหตุร้ายเกิดขึ้นได้





