วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'บิ๊กต๊อก'เบรคใช้ม.44 แก้ปัญหางานภายในดีเอสไอ

“พล.อ.ไพบูลย์” เบรคปลัดยธ.เสนอใช้ ม.44 แก้ปัญหาการบริหารงานภายในดีเอสไอ หวั่นอำนาจรัฎฐาธิปัตย์แทรกแซงศาล

จากกรณี พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)ทำหนังสือถึงนายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรมเสนอให้รัฐบาลใช้อำนาจตามมาตรา44แก้ปัญหาการบริหารงานบุคคลของดีเอสไอที่ถูกข้าราชการกลุ่มที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมยื่นฟ้องคดีต่อศาลปกครองรวม16คดีซึ่งเป็นผลมาจากการแต่งตั้งสมัยพ.ต.อ.ทวีสอดส่องเป็นอธิบดีดีเอสไอจนถูกศาลปกครองสูงสุดพิพากษาให้การแต่งตั้งเป็นโมฆะแต่คำสั่งดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อข้าราชการ300ตำแหน่งที่ถูกเรียกคืนตำแหน่งและกลับไปสู่ตำแหน่งเดิมคือจากซี8-9อาจต้องถูกลดตำแหน่งลง

พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมกล่าวว่าตนไม่เกี่ยวข้องกับการเสนอใช้มาตรา 44 ของดีเอสไอ จนกระทั่งสื่อมวลชนเสนอข่าวการส่งหนังสือถึงปลัดกระทรวงยุติธรรมเพื่อส่งมามายังสำนักงานรัฐมนตรียุติธรรม เบื้องต้นได้รับคำชี้แจงว่าเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นผ่านมานาน7-8ปีแล้วตนเข้าใจผู้บริหารยุคปัจจุบันว่าหากปล่อยให้การบริหารภายในล้มเหลวก็ไม่สามารถทำงานต่อไปได้และจะส่งผลกระทบทางอ้อมถึงประชาชน เพราะดีเอสไอเป็นหน่วยบังคับใช้กฎหมายแต่ขณะเดียวกันก็ไม่เห็นด้วยกับการใช้มาตรา44แก้ไขปัญหา เพราะเกรงจะเป็นการใช้อำนาจรัฎฐาธิปัตย์เข้าไปแทรกแซงฝ่ายตุลาการเนื่องจากคดีดังกล่าวศาลปกครองสูงสุดมีคำตัดสินเด็ดขาดแล้วดังนั้นจึงให้ปลัดกระทรวงยุติธรรมนำกลับไปทบทวนให้รอบคอบ โดยเฉพาะข้ออ้างที่ระบุว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)เคยแก้ปัญหาในรูปแบบเดียวกันนี้ก็ต้องมีความชัดเจนว่าในกรณีสตช.มีคำพิพากษาเด็ดขาดแล้วหรือไม่

พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวด้วยว่า.นอกจากนี้ต้องดูว่าการใช้มาตรา44จะทำให้เสียกระบวนการหรือไม่เพราะต้องคำนึงถึงจิตใจของฝ่ายผู้ร้องด้วยเนื่องจากคนกลุ่มนี้ตลอด7-8ปีที่ผ่านมา ก็ได้รับการเลื่อนขั้นมาอย่างน้อย2-3ระดับแล้วแต่การที่ไม่ยอมถอนฟ้องเพราะพวกเขาต้องการให้เกิดความเป็นธรรมนอกจากฟ้องศาลปกครองให้ล้มกระบวนการแต่งตั้งที่ไม่เป็นธรรมแล้ว ยังยื่นฟ้องอดีตอธิบดีดีเอสไอที่ใช้อำนาจแต่งตั้งไม่เป็นธรรมในฐานะส่วนตัวด้วย แต่ขณะเดียวกันหากต้องมีการคืนสู่ตำแหน่งเดิมของข้าราชการ 300 อัตรา ก็จะส่งผลกระทบต่อจิตใจของผู้ปฏิบัติงานเช่นกัน

“ผมได้ย้ำให้เข้าไปพูดคุยเป็นการภายใน เพื่อหาแนวแก้ปัญหาให้ดีที่สุดยอมรับว่าขณะนี้ยังไม่เห็นทางแก้ปัญหาให้กับดีเอสไอแต่ยังไม่เห็นด้วยกับแนวทางที่จะให้ใช้มาตรา44เข้าไปแก้ขอให้ไปพูดคุยกับแบบพี่ๆน้องๆมาก่อนเพื่อไม่ให้ดีเอสไอกลายเป็นองค์กรที่การบริหารงานล้มเหลวหากมีการศึกษาและรวบรวมข้อมูลรอบคอบว่ามาตรา44เป็นทางเดียวที่แก้ปัญหาได้โดยไม่มีผลกระทบ ก็ค่อยเสนอมายังสำนักงานรัฐมนตรีอีกครั้ง”พล.อ.ไพบูลย์กล่าว