วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'บิ๊กตู่'ปลื้ม สถิติการอ่านของคนไทย ปรับสูงขึ้น

"พล.อ.ประยุทธ์" ปลื้ม สถิติการอ่านของคนไทย ปรับสูงขึ้น พร้อมฝากขอบคุณทุกภาคส่วนที่ช่วยผลักดัน

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รับทราบสถิติการอ่านของคนไทย จากการแถลงข่าวนำเสนอผลสำรวจการอ่านของประชากรคนไทย พ.ศ.2558 โดย สำนักงานสถิติแห่งชาติ และสำนักงานอุทยานการเรียนรู้ (ทีเอ พาร์ค) และรู้สึกยินดีที่คนไทยให้ความสำคัญกับการอ่านมากขึ้น โดยมีเวลาการอ่านเฉลี่ย 66 นาทีต่อวัน เพิ่มขึ้นจากการสำรวจครั้งล่าสุดเมื่อปี 2556 ที่อ่านเพียง 37 นาทีต่อวัน ทั้งนี้ นายกฯ ปรารภว่า การอ่านทำให้คนรอบรู้และฉลาดขึ้น หลายคนรู้จักใช้ประโยชน์จากการอ่านในการสร้างอาชีพจนมีฐานะร่ำรวย แม้จะไม่ได้รับการศึกษาที่สูงนัก ในปัจจุบันการอ่านไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในหนังสืออย่างเดียว แต่ยังมีสื่อประเภทอื่น เช่น สื่อออนไลน์ เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก ไลน์ อีเมล์ ฯลฯ ที่คนนิยมใช้มากขึ้น เพื่ออ่านข้อมูลที่มีสาระ ไม่นับรวมข้อความการสนทนาหรือติดต่อสื่อสาร และต้องอ่านอย่างมีวิจารณญาน รู้จักสืบค้นข้อมูลจากรอบด้าน เพื่อป้องกันการเข้าใจผิดหรือถูกชักจูง

ทั้งนี้ โดยปกตินายกรัฐมนตรีเป็นผู้ที่รักการอ่านมาก ตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียน ทุกวันนี้ท่านจะอ่านหนังสือพิมพ์วันละหลายฉบับ รวมถึงหนังสือที่ส่วนราชการต่างๆ เสนอขึ้นมา รวมทั้งยังติดตามข่าวสารและสาระที่มีประโยชน์จากเว็บไซต์ และสื่อสังคมออนไลน์อีกหลายประเภท ดังนั้น จึงเป็นนิมิตหมายที่ดีว่าการอ่านของคนไทยปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะเด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า 6 ปี มีเวลาการอ่านนานขึ้น เป็น 34 นาทีต่อวัน จากเมื่อก่อน 27 นาที ขณะที่วัยรุ่นเป็นช่วงวัยที่ชอบอ่านมากที่สุดถึง 94 นาทีต่อวัน รองลงมาคือ วัยเด็กและวัยทำงานที่ชอบอ่าน 60 นาทีต่อวัน

“นายกฯ ฝากขอบคุณทุกภาคส่วนที่ช่วยกันรณรงค์ให้คนไทยตื่นตัวรักการอ่านมากขึ้น แต่ได้ขอให้กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยส่งเสริมให้พ่อแม่อ่านหนังสือให้ลูกฟังตั้งแต่อยู่ในครรภ์ 6-7 เดือนถึงปฐมวัย ซึ่งจะทำให้เมื่อโตขึ้นเด็กจะมีนิสัยรักการอ่าน แต่สิ่งที่เบี่ยงเบนความสนใจหรือยังเป็นจุดอ่อนการอ่านของคนไทย คือ การนิยมดูโทรทัศน์ และบางส่วนยังอ่านหนังสือไม่ออก นายกฯ จึงได้เน้นย้ำให้กระทรวงศึกษาธิการ เร่งส่งเสริมให้ผู้ที่ขาดโอกาสได้รู้หนังสือ อ่านออกเขียนได้ และควรเพิ่มพื้นที่สาระดีทางโทรทัศน์ให้แก่ประชาชนทุกเพศทุกวัยให้มากขึ้น” พล.ต.สรรเสริญ กล่าว