วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปปง.พบ 16 รายชื่อคนไทยในปานามาเปเปอร์

"ปปง." เผยพบรายชื่อ 16 คนไทยในปานามาเปเปอร์ ยังไม่อาจชี้ชัดว่ามีการทำผิดกฎหมาย พร้อมเดินหน้าตรวจเชิงลึกตามมูลฐานฟอกเงิน

พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ ที่ปรึกษาประจำสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) แถลงกรณีเครือข่ายผู้สื่อข่าวสืบสวนสอบสวนนานาชาติ (International Consortional Consortium Of InvestigativeJournalists : ICIJ ) ร่วมกับหนังสือพิมพ์ Suddeutsche Zeitung ของประเทศเยอรมัน เปิดเผยข้อมูลที่ได้มาจากบริษัท Mossack Fonseca มอสแซ็ค ฟอนเซกา ในประเทศปานามา หรือ ปานามาเปเปอร์ พบว่า มีผู้นำประเทศในปัจจุบัน 12 ประเทศ นักการเมืองกว่า 200 คน ธนาคารใหญ่กว่า 350 แห่ง และมีรายชื่อคนไทย 21 คนเกี่ยวข้องนั้น

ปปง. ตรวจสอบข้อมูลกับเครือข่ายการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินข้ามชาติทั่วโลกกว่า 150 ประเทศ ซึ่งกรณีที่เป็นข่าวนั้น ที่เปิดเผยรายชื่อมิใช่หน่วยงานของรัฐโดยตรง สำนักงาน ปปง.จึงดำเนินการประสานงานไปยังแหล่งที่มาของข้อมูล ได้แก่ หน่วยข่าวกรองทางการเงิน (FINANCAIL INTELLIGENCE UNIT-FIU) ของประเทศต่างๆ รวมทั้งเครือข่ายผู้สื่อข่าวสืบสวนสอบสวนนานาชาติ (The International Consortium of Investigative Journalists – ICIJ)และสำนักพิมพ์ ซุสดอยเชอร์ไซตุง (Suddeutsche Zeitung) ของประเทศเยอรมัน ขอความร่วมมือให้ส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องมายังสำนักงาน ปปง.เพื่อสอบทานยืนยันความถูกต้องของข้อมูล

เลขาธิการ ปปง.กล่าวอีกว่า จากข้อมูลของสื่อมวลชนปรากฏมีชื่อคนไทย 21 รายชื่อ ปปง. ตรวจพบได้เพียง 16 รายชื่อคนไทย และมีข้อมูลชื่อบริษัทและประเทศที่ไปจดทะเบียน ส่วนการตรวจสอบฐานข้อมูลของ ICIJ พบว่ามีรายชื่อบุคคลและนิติบุคคลที่มีความเกี่ยวพันกับไทย รวม 780 รายชื่อ แบ่งเป็นรายชื่อบุคคลไทย 411 รายชื่อ บุคคลต่างชาติ 262 รายชื่อ ที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับประเทศไทย นิติบุคคล 46 บริษัทที่จดทะเบียนมีความเกี่ยวข้องกับไทยและรายชื่อซ้ำ 61 รายชื่อ ซึ่งบุคคลและนิติบุคคลดังกล่าวอาจเป็นนักลงทุนที่สนใจลงทุนในต่างประเทศ เนื่องจากมีผลกำไรมากกว่าการลงทุนในประเทศไทย โดยบุคคลในรายชื่อ 719 รายชื่อมี สถานะในบริษัทเป็นทั้งผู้ถือหุ้น กรรมการและผู้รับประโยชน์ทอดสุดท้าย จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทในต่างประเทศ 48 บริษัท สำหรับที่อยู่ในไทยที่บุคคลกว่า 700 รายชื่อนำไปอ้างอิง

สำหรับการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทมี 634 ที่อยู่ส่วนใหญ่เป็นจังหวัดท่องเที่ยวของไทย ได้แก่ กรุงเทพฯ 418 รายชื่อ ภูเก็ต 88 รายชื่อ นนทบุรี 15 รายชื่อ พัทยา 13 รายชื่อ สมุทรปราการ 7 รายชื่อ หาดใหญ่ 4 รายชื่อ สมุทรสาคร 3 รายชื่อ ปทุมธานี 3 รายชื่อ สุราษฎร์ธานี 3 รายชื่อ เชียงใหม่ 2 รายชื่อ ระยอง 2 รายชื่อ ประจวบคีรีขันธ์ 2 รายชื่อ นครราชสีมา 1 รายชื่อ ขอนแก่น 1 รายชื่อ และอื่นๆ 72 รายชื่อ

ทั้งนี้ ปปง.ยังไม่อาจชี้ชัดได้ว่าบุคคลตามข่าวมีความผิดตามมูลฐานกฎหมายฟอกเงิน โดยต้องรอแหล่งเปิดเผยข้อมูลยืนยันข้อมูลมาก่อนและต้องเข้าไปตรวจสอบเชิงลึกในทางลับก่อน เบื้องต้น ตรวจสอบ16 รายชื่อที่พบจากปานามาเปเปอร์ก่อน ส่วนรายชื่อไม่สามารถเปิดเผยได้ขณะนี้ แต่ตอบได้แค่ว่ามีชื่อที่เผยทั่วไปในเว็บไซต์ต่างๆ การที่สำนักงาน ปปง.จะเข้าไปตรวจสอบทรัพย์สินหรือความผิดฐานฟอกเงินได้นั้น บุคคลที่ถูกตรวจสอบจะต้องมีพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดมูลฐาน หรือความผิดฐานฟอกเงิน

เลขาธิการปปง. กล่าวด้วยว่า กรณีมีรายชื่อใด จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทในต่างประเทศซึ่งอาจเป็นวิธีการบริหารจัดการทรัพย์สิน หากมีการออกไปทำธุรกิจต่างประเทศ และนำเงินเข้าในต่างประเทศ ก็ไม่ถือเป็นความผิดตามกฎหมายปปง. ส่วนจะผิดกฎหมายเรื่องการเลี่ยงภาษีหรือไม่ เป็นเรื่องกฎหมายภาษี ไม่ใช่กฎหมายฟอกเงิน ซึ่งเรื่องดังกล่าวเป็นอำนาจหน้าที่ของกรมสรรพากร

ที่ผ่านมาสำนักงาน ปปง.เคยพบบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดมูลฐานก็ได้มีการดำเนินการลักษณะนี้ มาก่อนแล้ว อาทิ กรณีอดีตผู้บริหารของบริษัท (ชาวต่างชาติ) รายหนึ่ง มีพฤติการณ์กระทำความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการฉ้อโกง และนำเงินที่ได้จากการกระทำความผิดมูลฐานไปเปิดบริษัทลงทุนในต่างประเทศอันมีลักษณะเป็นการฟอกเงินในกลุ่มประเทศที่เป็นข่าว สำนักงาน ปปง. จึงได้ทำการตรวจสอบเชิงลับ และนำมาซึ่งการยึดอายัดทรัพย์สินของผู้กระทำความผิดดังกล่าวไปแล้ว และบุคคลนี้ ก็มีรายชื่อในฐานข้อมูลของ ICIJ ด้วยเช่นกัน