“ธีรยุทธ” มอง2ปีคสช.ล้มเหลวเรื่องปฏิรูป เพราะทหารไม่ใช่นักปฏิรูปมืออาชีพ แนะแนวทางปฏิรูป 4 ด้านสำคัญ ใช้ม.44 ปรับปรุงกลไกรัฐ-ปรับระบบข้อมูล
นายธีรยุทธ บุญมี อาจารย์ประจำคณะสังคมวิทยาและมนุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวปัจฉิมกถา เรื่อง กฎหมาย คนจน ความเหลื่อมล้ำและการพัฒนา ในงานวันสัญญา ธรรมศักดิ์ ปี 2559 ว่า คนจนเป็นเบี้ยในกระดานของเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองของประเทศ ที่เป็นผู้เสียสละให้ตัวอื่นๆ บนกระดานเดินหน้าไปได้ ทั้งนี้คนจนที่ตกเป็นเบี้ยนั้นไม่มีอำนาจใดๆ ซึ่งตามระบอบประชาธิปไตย ต้องให้ประชาชนมีสิทธิ และมีอำนาจ ซึ่งจะเกิดควบคู่ไปกับความรับผิดชอบ อย่างไรก็ตามสิทธิ หรืออำนาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับกฎหมายเพียงลอยๆ เท่านั้น ส่วนการปฏิรูปที่เกิดขึ้นนั้นไม่ได้ตอบสนองการแก้ปัญหาดังกล่าว เพราะการแก้ปัญหาคนจนได้ ต้องปฏิรูปการเมือง
นายธีรยุทธ กล่าวด้วยว่า ประชาธิปไตยไม่ได้ขึ้นกับกฎหมายลอยๆ แต่ขึ้นกับกฎหมายรัฐ กฎหมายสังคม รวมถึงกฎหมายชุมชน หากกลไกหรือกฎหมายดังกล่าวไม่ทำงาน สังคมประชาธิปไตยจะเดินหน้าไม่ได้ ทั้งนี้เหตุการณ์ในประเทศที่มีการประท้วงมาหลายสิบครั้ง เพราะกลไกบังคับใช้กฎหมายไม่ทำงาน แต่กลับเอื้อต่อผู้มีอิทธิพล ข้าราชการ และสภาพการณ์ก็เสื่อมทราม เลวร้าย ทั้งนี้มีบทสะท้อนการชุมนุมก่อนรัฐประหารวันที่ 22 พ.ค.57 บ่งชี้ปัญหาสำคัญของประเทศ คือการปฏิรูป ส่วนตัวผมมองว่าการปฏิรูปของ คสช. ตลอด 2 ปีที่ผ่านมาไม่ประสบความสำเร็จ แต่ก็ไม่สายเกินไปที่จะทำ
“จากประวัติศาสตร์ทางการเมืองพบว่าการปฏิรูปของทหาร แม้มีความพร้อมเรื่องปฏิรูปแต่เขากระอักกระอ่วนเรื่องการปฏิรูป เนื่องจากทหารไม่ใช่ผู้ตัดสินโดยอาชีพว่าจะปฏิรูปเรื่องอะไร รวมถึงไม่กว้างขวางมากพอจะเชื่อมโยงบุคลากรภาคส่วนต่างๆ ที่จะเรียกใช้ให้ปฏิรูปได้อย่างไว้วางใจ และไม่มีการคอร์รัปชั่นได้ แม้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช. จะมีลูกน้องที่เรียกใช้ได้ แต่การบริหารงานที่จะปลอดการคอร์รัปชั่นหรือไม่ต้องเฝ้ามองด้วยความระวังและห่วงใย และประเด็นสำคัญทหารจะเป็นผู้ที่ถูกผลกระทบแม้จะไม่มากเท่าตำรวจหรือนักการเมือง จนในที่สุดทหารจะหมดกำลังใจเรื่องปฏิรูปเช่นกัน” นายธีรยุทธ กล่าว
นายธีรยุทธ กล่าวถึงแนวทางการปฏิรูปเพื่อแก้ไขปัญหาของประเทศว่าต้องสร้างกลไกถ่วงดุลการใช้อำนาจของกลุ่มนักการเมืองและกลุ่มอิทธิพลนอกระบบ ด้วยการสร้างเครือข่ายชุมชนมาดำเนินการ ขณะที่หัวใจการปฏิรูปต้องเน้นประโยชน์ให้กับสาธารณะและประชาชน ทั้งนี้ตนขอเสนอแผนปฏิรูปดังต่อไป นี้ 1.ปัญหาภัยพิบัติ เช่น น้ำแล้ง เสนอว่านายกฯ ต้องตั้งคณะกรรมการอิสระ ซึ่งเป็นบุคคลที่ไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง ศึกษาข้อมูลและรวบรวมความเห็นจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมาแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ และควรใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ทำงานใหญ่ดีกว่าใช้อำนาจสั่งจับลูกชิ้นปลอม 2.ปัญหาทรัพยากรในประเทศ เสนอให้ปฏิรูปกลไกองค์กรที่เป็นเครือข่ายว่าด้วยการไฟฟ้าระดับต่างๆ ซึ่งถือเป็นกลไกรัฐที่เฮงซวยเป็นอันดับ 2 ซึ่งที่ผ่านมาพบว่ากลุ่มผู้มีอำนาจเข้าไปแสวงหาผลประโยชน์ได้ตามใจชอบ ซึ่งเรียกว่าเป็นขุมทรัพยากรของพรรคการเมืองมาโดยตลอด
ดังนั้นกลไกของรัฐขนาดใหญ่ดังกล่าวควรจตอบสนองประโยชน์ให้ประชาชนเป็นสำคัญ, 3.ระบบคมนาคมขนส่งของประเทศ ที่พบการบริหารงานผิดพลาดและสร้างผลกระทบกับประชาชนอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะการสร้างถนนที่ตอบสนองอุตสาหกรรมของภาคธุรกิจมากกว่าตอบสนองประโยชน์กับประชาชน ขณะที่รัฐทอดทิ้งการขนส่งโดยรถประจำทาง หรือรถไฟ ส่วนในต่างจังหวัดกลับไม่พบการบริการในภาคของรถโดยสารประจำทางบริการประชาชน และ 4.ปัญหาความมั่นคงของไทยในสถานการณ์โลก อาทิ ปัญหาก่อการร้าย ความรุนแรงในพื้นที่ภาคใต้ ตนเห็นจุดอ่อนและข้อผิดพลาดที่เกิดจากกระทรวงการต่างประเทศของไทย ด้านความมั่นคง ที่ทำให้ตนไม่มั่นใจว่าจะมีความรู้และความเชี่ยวชาญเพียงพอหรือไม่




