วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กกต.มอบนโยบายกกต.จว. ซักซ้อมทิศทางออกเสียงประชามติ

ประธาน กกต. พร้อมคณะมอบนโยบายกกต.จว. ซักซ้อมทิศทางออกเสียงประชามติ ตั้งเป้ากระตุ้นใช้สิทธิ์ 80% เชื่อไร้คนโกง เหตุกฎหมายบังคับใช้รุนแรง

ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต.พร้อมด้วยกกต.ร่วมประชุมชี้แจงผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดและผู้เกี่ยวข้อง เพื่อซักซ้อมแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการออกเสียงประชามติ โดยนายศุภชัย มอบนโยบายตอนหนึ่งว่า การออกเสียงประชามติครั้งนี้ถือเป็นภารกิจที่สำคัญ โดยเฉพาะการดำเนินการระดับจังหวัดนั้นถือเป็นส่วนสำคัญ เพราะถือเป็นทัพหน้า อย่างไรก็ตามตอนนี้ทุกภาคส่วนคอยตรวจสอบการทำงานของกกต.มีอยู่มาก เนื่องจากเราถูกจับจ้องว่าจะใช้งบประมาณอย่างฟุ่มเฟือย หรือมีความชอบมาพากลในการใช้จ่าย ดังนั้นต้องระวัง หากไม่จำเป็นก็ไม่ต้องใช้ แม้จะตัดงบประมาณลงไปแล้ว แต่ยังมีการกระแนะกระแหนว่าจะใช้งบประมาณฟุ่มเฟือย

ด้านนายธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์ กกต.ด้านพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติกล่าวว่า ประสิทธิภาพของการทำประชามติจะเป็นการแสดงฝีมือขององค์กรเราว่าจะเป็นองค์กรที่มีประสิทธิภาพหรือไม่ กกต.ต้องการให้มีคนออกมาใช้สิทธิ์ร้อยละ 80 เพื่อไม่ให้งบประมาณกว่า 3,000 ล้านบาทถูกใช้อย่างไม่คุ้มค่า ไม่ให้ถูกมองว่าผลาญงบ แม้ในสังคมไทยจะมีไทยเฉยเยอะ แต่เราก็จะทำต่อไปให้ประชาชนมีส่วนร่วมกับการทำประชามติครั้งนี้ให้ได้ร้อยละ 80 ต้องทำให้เต็มที่ แต่หากเราทำไม่ได้ร้อยละ 80 เราก็จะได้รู้ว่าเรามีหนี้ติดค้างที่ครั้งหน้าเราจะต้องทำให้สำเร็จ อย่างไรก็ตาม การทำประชามติและการเลือกตั้งแตกต่างกัน เพราะในการเลือกตั้งเราจะต้องเป็นกลาง แต่การทำประชามตินั้นประชาชนจะต้องมีส่วนร่วม เราจะต้องทำให้ประชาชนออกมาตัดสินใจบนความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญอย่างแท้จริง ทั้งนี้ตนเชื่อ 100 เปอร์เซ็นต์ว่า การทุจริตในการทำประชามตินั้นไม่มี เพราะมีการออกกฎหมายรุนแรง และเรื่องที่ทำประชามติไม่มีใครมีส่วนได้ส่วนเสีย และในการทำประชามติที่ใช้เขตประเทศเป็นเขตเลือกตั้งนั้นไม่สามารถมีใครมาโกงได้

ขณะที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวว่า หลักการสำคัญการทำประชามติคือ หลัก 3 ป.ประกอบด้วย ป.ที่หนึ่ง ประชาชนสะดวก ป.ที่สอง ประชามติเที่ยงธรรม และ ป.ที่สาม ประชาธิปไตยคุณภาพ โดยป.ที่หนึ่ง ประชาชนสะดวก เราได้ขยายเวลาการออกเสียงจากเวลา 08.00- 15.00 น. เป็นเวลา 08.00- 16.00 น. การอำนวยความสะดวกแก่ผู้สูงอายุและผู้พิการด้านต่างๆหรือสามารถนำผู้ดูแลพาเข้าคูหาหรือช่วยลงคะแนนได้ ส่วนป.ที่สอง คือ ประชามติเที่ยงธรรม ซึ่งเป็นโจทย์ที่ยากขึ้นกว่า ป.แรก เพราะการทำประชามติที่ดีต้องให้โอกาสคนที่เห็นต่างๆทั้งสองฝ่ายที่เห็นต่างได้แสดงความเห็นต่อสาธารณะอย่างเท่าเทียมกัน ไม่เกิดการเอาเปรียบกัน โดยประชาชนสามารถตัดสินใจภายใต้ข้อมูลที่มีอยู่

นายสมชัย กล่าวต่อว่า ส่วนเอกสารบุ๊คเล็ตที่กกต.จะจัดส่งพร้อมหนังสือแจ้งเจ้าบ้านนั้น จะมีด้วยกัน 12 หน้า หน้าแรกคือปกหน้า หน้าที่ 2-3 เป็นการกล่าวถึงกระบวนและขั้นตอนการออกเสียงประชามติ หน้า 4-7 เป็นการสรุปย่อสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญโดยส่วนนี้จะมาจากคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ส่วนหน้า 8-9 เราจะให้ฝ่ายที่เห็นชอบมาเขียนเองว่าเหตุใดต้องรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ส่วนอีกสองหน้าคือ หน้า 10-11 เราก็จะให้ฝ่ายที่ไม่เห็นชอบเขียนระบุว่าเหตุใดจึงไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ และหน้าสุดท้ายคือหน้าของกกต.ซึ่งเป็นปกหลังที่จะต้องชี้แจงให้ประชาชนเกิดความเข้าใจว่าการออกเสียงเป็นเรื่องสำคัญของบ้านเมือง ประเทศไทยจะเกิดขึ้นอย่างไร รวมทั้งเชิญชวนให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิออกเสียงประชามติให้มากที่สุดตามแนวคิดยุทธศาสตร์ดอกไม้บาน

“ขอให้ กกต.จังหวัดหาแนวทางอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในวิสัยที่สามารถทำได้ แต่ไม่เป็นลักษณะการชี้นำการตัดสินใจ นอกจากนี้จะมีคำแนะนำไปยังฝ่ายต่างๆว่าสิ่งใดควรทำและไม่ควรทำ ควรหลีกเลี่ยงในการออกเสียง หากเกิดข้อร้องเรียน ก็อาจจะเป็นความผิดได้ วันนี้มีคนถามตลอดเวลาทั้งฝ่ายการเมืองประชาชนว่าอะไรทำได้หรืออะไรไม่ควรทำ หรือสิ่งใดทำแล้วผิดกฎหมายหรือไม่ผิดกฎหมาย รวมถึงกกต.รุ่นพี่คนหนึ่งก็แสดงความเป็นห่วงเป็นใยด้วยว่ากกต.ชุดผมต้องพูดให้ชัดว่าสิ่งใดทำได้หรือไม่ได้ ซึ่งกกต.รุ่นน้องพร้อมรับฟังและพร้อมดำเนินการเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบ แต่หากรุ่นพี่ไม่บอกเราก็รับฟังอยู่แล้ว” นายสมชัย กล่าวและว่า ส่วนป.ที่สาม ประชาธิปไตยคุณภาพ ถือว่ายากที่สุดเพราะจะทำอย่างไรให้การออกเสียงประชามติมีคุณภาพ ประชาชนเข้าใจสาระร่างรัฐธรรมนูญพอสมควร เราไม่ต้องการให้ประชาชนอ่านทุกมาตราหรือเข้าใจอย่างลึกซึ้ง แต่เราต้องการให้ประชาชนสามารถรู้หลักการสำคัญที่เพียงพอต่อการตัดสินใจรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญในวันที่ 7 สิงหาคมนี้ ซึ่งถือว่ายากมาก อย่างไรก็ตาม หัวใจสำคัญหลังจากประชามติเสร็จแล้วต้องทำให้ประชาชนและนานาชาติยอมรับผลและกระบวนการทำประชามติครั้งนี้ด้วย