วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ชวน'ชี้บทบัญญัติ รธน. ไม่ใช่ปัญหา

“ชวน” ชี้ บทบัญญัติธรรมนูญไม่ใช่ ปัญหา ด้าน “เจษฎ์” เผย ผู้ยกร่างไม่เป็นอิสระ ขณะที่ “บรรเจิด” ชี้ร่าง รธน.เป็นความหวัง ประชาชน

สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ จัดงานสัมมนาทางวิชาการ เนื่องในวาระสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญครบรอบ 18 ปี มีการอภิปรายในหัวข้อ “ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้อะไรกับประเทศชาติและประชาชน” โดยตัวแทนนักศึกษาหลักสูตรหลักนิติธรรมเพื่อประชาธิปไตย(นธป.) รุ่นที่ 1-4 ประกอบด้วย นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี นายชัยสิทธิ์ ตราชูธรรม ประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน นายเจษฏ์ โทณะวณิก คณะบดีคณะนิติศาสตร์ปรีดี พนมยงค์มหาวิทยาลัยบัณฑิต และนายบรรเจิด สิงคะเนติ คณบดีคณะนิติศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

โดยนายเจษฏ์ กล่าวว่า ตนเห็นใจผู้ร่างรัฐธรรมนูญในประเทศไทย เพราะทุกคนมองว่าเป็นยาวิเศษที่จะแก้ปัญหาประเทศชาติได้ทั้งหมด ทั้งนี้กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กมธ.) และคณะกรรมการร่างรัฐนูญ (กรธ.)ไม่มีความเป็นอิสระในการยกร่าง เนื่องจาก มีกรอบมาตรา35ของรัฐธรรมนูญฯฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557เป็นแนวทางในการร่าง และบรรดาแม่น้ำ5สายต่างก็มีอิทธิพลที่สามารถเปลี่ยนแปลงเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญได้ และมีจดหมายมายังกรธ. ที่กำหนดชัดเจนว่า รัฐธรรมนูญ ควรมีอะไรอยู่บ้าง และกรธ.ก็นำไปใส่ไว้ในบทเฉพาะกาล และยังมีประเด็นคำถามที่จะพ่วงต่อประชามติที่มาจากสปท. ซึ่งไม่ได้มาจากการรับฟังจากประชาชน เพราะวันนี้ชาวบ้านเข้าใจว่า วุฒิสภาคือสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจะนำมาสู่การเลือกนายกรัฐมนตรี

ทั้งนี้ที่ผ่านมา รัฐธรรมนูญหลายฉบับก็มีความปรารถนาดีต่อบ้านเมือง โดยหวังว่าจะแก้ปัญหาทางการเมืองในอดีต แต่ทั้งหมดก็นำไปสู่การเกิดการยึดอำนาจ ดังนั้นตนหวังว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จะมีทางออกให้กับบ้านเมืองและมีแนวทางการปฏิรูปตามปณิธานของผู้ที่เข้ามาแก้ไขปัญหาประเทศ

ขณะที่นายชวน กล่าวว่า ตนไม่ได้มีประสบการณ์ในการร่างรัฐธรรมนูญ ตนเป็นผู้ใช้รัฐธรรมนูญมากกว่า ซึ่งวิวัฒนาการของประชาธิปไตยได้ก้าวหน้ามาโดยลำดับ จากเดิมรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้มีส.ว.แต่งตั้ง มีสิทธิเกือบเท่าส.ส. และได้เปลี่ยนแปลงก้าวหน้ามาโดยลำดับ มีการยกร่างให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น ซึ่งในทัศนของผู้ปฎิบัติอย่างตน บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญไม่ใช่ตัวปัญหาของบ้านเมือง แต่เกิดจากละเมิดบทบัญญัติของผู้ใช้กฎหมาย และเมื่อไม่ได้เกิดจากบทบัญญัติ เราก็ต้องยึดแนวทางประชาธิไตย ยึดหลักนิติธรรม ระบอบประชาธิปไตย ไม่ใช่เงื่อนไขที่ทำให้ประเทศไม่ก้าวหน้า แต่เป็นเรื่องของภาคปฎิบัติไม่ใช่ทฤษฎี เป็นเรื่องของคน

ทั้งนี้เราผ่านมา 84 ปี เรายึดในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไม่ใช่ยึดหลักเผด็จการอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือระบอบอื่นๆ ในอดีตอุปสรรค คือ ทหารยึดอำนาจโดยไม่มีเหตุผล แต่ปัจจุบันทหารไม่ใช่เงื่อนไขและอุปสรรคต่อระบอบประชาธิปไตย แต่เป็นธุรกิจการเมือง ที่เป็นเงื่อนไขในการสร้างเงื่อนไขให้ทหารยึดอำนาจ การยึดอำนาจตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.57 ผ่านมาเกือบ 2 ปี เราเคยได้ความจริงหรือเรียนรู้จากการยึดอำนาจหรือไม่ ว่า ทำไมเหตุการณ์บ้านเมืองถึงขั้นต้องล้มล้างรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญปี 50 เลวร้ายอย่างไร ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่ประชาชนต้องรับรู้

นอกจากนี้ ตนเห็นใจผู้ร่างฯว่าไม่อิสระ เพราะรู้ว่าผู้ร่างมาจากไหน และจำเป็นต้องทำบางอย่าง การร่างรัฐธรรมนูญเพื่อป้องกันการคอร์รัปชั่นเป็นเรื่องที่ดี แต่รัฐธรรมนูญไม่ใช่กฎหมายที่จะร่างมาเพื่อปราบคอร์รัปชั่น แท้จริงแล้วรัฐธรรมนูญไม่ได้เขียนให้ปราบคอร์รัปชั่น เพราะรัฐธรรมนูญต้องกำหนดหน้าที่ บทบาท องค์กรที่เป็นกลไกของประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถค้านอำนาจซึ่งกันและกันได้ แต่ก็ถือเป็นกลยุทธที่ดี ว่า ถ้าใครคัดค้านรัฐธรรมนูญแสดงว่าเห็นด้วยกับคอรัปชั่น ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ทำให้คนยอมรับ

อย่างไรก็ตามหลักการที่จะรักษาประชาธิปไตย ที่จะทำให้บ้านเมืองไปข้างหน้า อย่าไปมุ่งตัวรัฐธรรมนูญว่าเป็นตัวชี้ชะตา รัฐธรรมนูญเป็นเครื่องมือในปกครองประเทศ การเลือกตั้งแป็นหัวใจของประชาธิปไตย ถึงว่าไม่ได้คนดีเท่าที่ควร แต่การแต่งตั้ง ก็ได้คนดีทั้งหมดหรือไม่ ระบบไม่ว่าจะแต่งตั้งหรือเลือกตั้ง มีโอกาสได้คนดีและไม่ดี อย่ากลัวและหนีการเลือกตั้ง มันไม่ดีตรงไหนแก้ไป บ้านเมือเราได้พัฒนาไปมาก ในช่วง 84 ที่ผ่านมา มีช่วงทหารปกครองจากการยึดอำนาจพอกับรัฐบาลเลือกตั้งด้วยซ้ำไป เรามาไกลแล้วเราสะดุดล้มไป ต้องลุกขึ้น ชักชะงักบ้างไม่เป็นไร อย่าถึงกับถอยหลังก็พอ รัฐธรรมนูญฉันใดก็ฉันนั้น

ด้านนายบรรเจิด กล่าวว่า ร่างรัฐธรรมนูญมีจุดเด่นเรื่องมาตรการป้องกันและการปราบทุจริต มีการวางกลไกลแก้ปัญหาเพื่อเป็นทางออกของประเทศ มีการวงกลไกลเรื่องรักษาวินัยการเงินการคลัง และมีการวางหลักเกณฑ์ปฏิรูป ส่วนประเด็นที่เป็นข้อห่วงกังวลเพราะเป็นเรื่องใหม่ที่ยังไม่เคยใช้ อาทิ เรื่องการเลือกตั้งที่ใช้บัตรใบเดียว ที่มีความกังวลเรื่องการซื้อเสียงความเป็นกลางเรื่องการนับคะแนนและผลของการนับคะแนน และระบบการได้มาของ ส.ว.ที่เป็นการเลือกกันเองก็เป็นระบบใหม่ และมีความกังวลว่าอาจจะนำไปสู่การล็อคกันได้ และประเด็นเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ที่มีการวางกลไกการแก้ไขไว้ยากมาก แต่อย่างไรก็ตามร่างรัฐธรรมนูญอาจจะมีทั้งจุดเด่นจุดอ่อนหลายประการ หากมีการใช้อาจจะมีการปรับแก้จุดอ่อนได้ อย่างไรก็ตามคิดว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้ความหวังกับประชาชน อย่างน้อยในวันลงประชามติประชาชนก็จะเลือกว่าบ้านเมืองจะเดินหน้าไปอย่างไร