"มีชัย" ยืนยันผู้ร่าง รธน. ไม่ได้มีอิสระเต็มที่ ไม่ใช่ถูกบังคับ แต่รับฟังความเห็นจากทุกฝ่าย หวังปฏิรูปประเทศสำเร็จใน 5 ปี
นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อมุมมองร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ว่า การร่างรัฐธรรมนูญนั้น ผู้ร่างไม่ได้มีอิสระอย่างเต็มที่ ไม่ใช่เพราะถูกบังคับ แต่เกิดจากการรับฟังความเห็นจากทุกฝ่าย เพื่อนำมาประมวลแล้วบัญญัติไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งทุกภาคส่วนต้องได้รับประโยชน์จากร่างรัฐธรรมนูญอย่างถ้วนหน้า ทั้งนี้ กรธ. ได้คำนึงถึงปัญหาที่ทำให้บ้านเมืองไม่สงบ 3 เรื่องที่จะต้องแก้ไข คือ การทุจริตและประพฤติมิชอบ ที่ปัจจุบันลุกลามไปถึงขั้นเชิงนโยบาย ซึ่งมักเรียกรับผลประโยชน์ เรื่องความไม่มีวินัยของคน ซึ่งเกิดจากการศึกษาที่ไม่ได้มุ่งให้คนเกิดวินัย และการบังคับใช้กฎหมาย ที่ไม่เข้มงวด โดยเฉพาะผู้บังคับใช้กฎหมาย ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ที่กฎหมายกำหนด แต่ปฏิบัติหน้าที่ตามที่มีผู้สั่งการ ทั้งจากผู้บังคับบัญชาและผู้มีอิทธิพล พร้อมระบุว่าร่างรัฐธรรมนูญได้กำหนดระยะเวลาการปฏิรูปประเทศ ทั้ง 6 ด้าน ต้องเริ่มภายใน 1 ปี และแล้วเสร็จภายใน 5 ปี
นายมีชัย ยังกล่าวถึงกรณีที่สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) มีมติส่งคำถามพ่วงประชามติในประเด็นให้ ส.ว. มีอำนาจโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีได้ ว่า ส่วนตัวยังไม่อยากวิพากษ์วิจารณ์ เนื่องจากยังเป็นเพียงมติของ สปท. ที่ต้องส่งให้ สนช. พิจารณาเลือก อีกทั้งยังไม่รู้ว่า สนช. จะส่งคำถามพ่วงหรือไม่ ดังนั้น จึงไม่หนักใจเพราะเรื่องยังไม่เกิด แต่เห็นว่าคำถามดังกล่าวนั้น ขัดต่อหลักการที่บัญญัติไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ หากผ่านขั้นตอนการทำประชามติไปแล้ว จะเกิดปัญหา ซึ่งจะต้องปรับแก้ภายใน 30 วัน หลังจากทำประชามติ ซึ่งหากแก้บทเฉพาะกาลสามารถทำได้ แต่หากแก้เนื้อหาสาระในบทถาวรก็จะขัดกับสิ่งที่ประชาชนลงประชามติไปแล้ว
ทั้งนี้ การเดินสายชี้เเจงร่างรัฐธรรมนูญ มีความจำเป็นที่จะต้องร่วมชี้เเจง เพราะผลสำรวจความเห็นประชาชนที่ออกมาส่วนใหญ่ยังไม่ทราบว่ารัฐธรรมนูญเผยแพร่เเล้ว อีกทั้งกรรมาธิการพิจารณาเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.ประชามติ ยอมปรับแก้ให้ กรธ. มีหน้าที่ในการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญ แต่รูปแบบและวิธีการต้องรอกฎหมายประชามติก่อน แต่ยืนยันว่าการแสดงความเห็นเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญที่ผ่านมาได้ให้อิสระอย่างเต็มที่เเละเชื่อว่าการทำประชามติจะไม่มีใครสามารถสั่งการได้ ขณะเดียวกัน พร้อมชี้แจงว่าเงื่อนเวลาในร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้ทำให้โรดแมปเลือกตั้งเปลี่ยนไปจากเดิม เนื่องจากหากกฎหมายลูก 4 ฉบับที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งแล้วเสร็จ ก็สามารถจัดให้มีการเลือกตั้งได้ โดยไม่จำเป็นต้องออกให้ครบ 10 ฉบับ





