วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

5ข้อพิรุธทุจริตข้าวถุง ชี้เอาคนจนบังหน้าร่วมกันโกง

"นพ.วรงค์" เผย5ข้อพิรุธทุจริตข้าวถุง ชี้เอาคนจนบังหน้าร่วมกันโกง

วานนี้ (2เม.ย.) นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีตส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ในส่วนของการทำข้าวถุงละ 5 กก. เพื่อช่วยคนจน ว่า ข้อเท็จจริงกรณีจัดทำข้าวถุงเพื่ออ้างขายคนจนสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ซึ่งได้รับการตรวจแล้วพบว่า มีข้าวถุงไปขายคนจนน้อยมาก แต่ข้าวส่วนใหญ่กลับกลายเป็นขายคืนให้กับโรงสีที่รับข้าวไปปรับปรุงเป็นข้าวถุงล่ะ5กิโลกรัม ซึ่งมีข้อที่น่าพิรุธคือ 1.สัญญาการทำข้าวถุงมีถึง 4 สัญญาใหญ่จำนวน 4 ครั้ง ครั้งแรก 100,000 ตัน  ครั้งที่สอง 100,000 ตัน, ครั้งที่สาม 500,000 ตัน, และครั้งที่สี่ จำนวน 1.8 ล้านตัน โดยสัญญาที่สี่ ให้ซอยย่อยทำ 6 เดือนๆละ 300,000 ตัน ข้อที่น่าสังเกตคือ มีการสั่งปรับปรุงข้าวเก่าไปทำข้าวถุงตลอด ขณะที่แต่ละสัญญายังทำการปรับปรุงข้าวถุงไม่เสร็จ  2.สัญญาที่ทำเป็นสัญญาปลายเปิด คือไม่มีการระบุวัน เวลา ที่ต้องปรับปรุงข้าวให้แล้วเสร็จ ทำให้รัฐเสียประโยชน์ 3.บางสัญญาไม่มีการลงนามจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายรัฐ มีแต่คู่สัญญาลงนาม เพราะเจ้าหน้าที่รัฐกลัวว่าลงนามแล้วจะมีความผิด แต่กลับมีการนำข้าวออกไปได้จากคลังของรัฐ

นพ.วรงค์ กล่าวต่ออีกว่า 4.มีการเปิดให้เอกชนนำข้าวถุงไปขาย โดยชำระเงินให้กับ องค์การคลังสินค้า (อคส.) และไปเบิกข้าวกับทางโรงสีที่ปรับปรุงข้าวถุง ในทางกลับกัน แทนที่เอกชนจะนำข้าวถุงไปขายประชาชนคนยากจนหรือใน3จังหวัดภาคใต้ แต่กลับขายคืนให้กับโรงสีที่รับข้าวสารไปปรับปรุงเป็นข้าวถุง พฤติกรรมนี้จึงกลายเป็นอ้างเพื่อทำข้าวถุงขายคนจน แต่กลายเป็นเบิกมาแล้ว ไม่ได้ทำข้าวถุงจริง

5.หนึ่งในบริษัทเอกชนที่อ้างว่า ซื้อข้าวถุง อคส. ไปขายคนจน เป็นบริษัทซึ่งมีหมอโด่ง เคยเป็นกรรมการบริษัทนี้มาก่อน และได้หนีคดีการระบายข้าวแบบจีทูจีด้วย ดังนั้น กรณีข้าวถุงจึงเป็นอีกหนึ่งกรณีที่เป็นการทุจริตที่เกี่ยวข้องโครงการรับจำนำข้าวสมัยรัฐบาลที่แล้ว แม้โครงการนี้ ช่วงหลังถูกระงับไป เพราะเรื่องแดงขึ้นมา แต่พบว่ามีปริมาณข้าวจำนวนมากที่ถูกทุจริต และความเสียหายต่อประเทศ ถือเป็นการทุจริตที่เอาคนจนมาบังหน้า