ประธานกมธ.ประชามติ เผยเนื้อหาร่างกม.ประชามติ ไม่ปิดกั้นแสดงความเห็น แต่ต้องไม่ชี้นำ ยกประเด็นเปิดช่องนายกฯคนนอกสุ่มเสี่ยงบิดเบือนเนื้อหา
พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม สมาชิก สนช. ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า กมธ.วิสามัญฯ จะนำร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวที่พิจารณาเสร็จแล้ว เข้าสู่ที่ประชุมสนช.ในวันที่ 7 เม.ย.นี้ โดยกฎหมายฉบับนี้จะใช้เฉพาะการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.)เท่านั้น มีเจตนารมณ์สนับสนุนให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิออกเสียงประชามติให้มากที่สุด ที่สำคัญกฎหมายฉบับนี้ไม่ปิดกั้นการแสดงความคิดเห็น สามารถพูดได้ทั้งข้อดีและข้อเสียของร่างรัฐธรรมนูญ เพียงแต่ต้องไม่พูดชี้นำให้รับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ หรือจะปลุกระดมให้รับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญก็ทำไม่ได้ คนที่ไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ สามารถแสดงความเห็นได้ว่า รัฐธรรมนูญไม่ดีอย่างไร แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริง จะไปบิดเบือนเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับไม่ดีให้คนเข้าใจผิดไม่ได้ เพราะร่างรัฐธรรมนูญคงดีหรือแย่ทั้งฉบับไม่ได้ ไม่อยากให้มีการนำประเด็นร่างรัฐธรรมนูญไปปลุกกระแสเป็นประเด็นการเมืองในการทำประชามติ
“การพูดแสดงความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญจะต้องระมัดระวัง อาทิ การบอกว่า ร่างรัฐธรรมนูญนี้ไม่เป็นประชาธิปไตย ให้คนนอกมาเป็นนายกรัฐมนตรี อาจเข้าข่ายต่อการบิดเบือนเนื้อหา เพราะข้อเท็จจริงในร่างรัฐธรรมนูญระบุชัดเจนว่า ให้ส.ส.เป็นคนเลือกนายกฯ และไม่ได้กำหนดให้คนนอกมาเป็นนายกฯโดยตรงได้ ดังนั้นการพูดเช่นนี้สุ่มเสี่ยงต่อการบิดเบือนทำให้เกิดความเข้าใจผิด อาจมีผู้ไปแจ้งความ หรือยื่นเรื่องต่อกกต. ส่งให้ศาลพิจารณาดำเนินการความผิดตามพ.ร.บ.การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญได้ ซึ่งมีโทษจำคุกและปรับ แต่หากพบว่า มีการทำเป็นขบวนการตั้งแต่ 5 คน ขึ้นไปในการบิดเบือนหรือปลุกระดม จะมีโทษหนักขึ้นคือจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี และถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปีด้วย”พล.อ.สมเจตน์กล่าว





