วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สนช.เตรียมกรอง 'คำถามพ่วงประชามติ' 4เม.ย.นี้

สนช.เตรียมกรอง "คำถามพ่วงประชามติ" 4เม.ย.นี้ หวังเป็นทางออก-ผ่าตัดประเทศป่วย "นิกร จำนง"หวั่นเพิ่มปมขัดแย้งไม่จบ

เมื่อวันที่ 2 เม.ย. นายนิกร จำนง สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ให้สัมภาษณ์ทางรายการ “กรองข่าววันเสาร์” โดยทีมข่าวสำนักข่าวเนชั่น ทางคลื่น 102 เอฟเอ็ม กรณีคำถามพ่วงประชามติ ว่า ที่ตนไม่เห็นด้วยนั้นเนื่องจากไม่ใช่หน้าที่ของ สปท. เพราะถ้าส่งไปไม่รู้ว่า สนช. จะเห็นด้วยหรือไม่ แต่ความเห็นทางการเมืองมีนัยยะสำคัญที่จะเกี่ยวกับเรื่องอำนาจตามมา หากมีการลงมติผ่านก็ต้องมาเขียนรัฐธรรมนูญกันใหม่อีกหรือไม่

หรือเมื่อมีการแก้รัฐธรรมนูญแล้วประชาชนจะเข้าใจอีกหรือไม่ อาทิ คำถามที่ว่าเห็นด้วยหรือไม่จะให้รัฐสภาเป็นคนเลือกนายกฯ เรื่องนี้ถ้าไม่มีการอธิบายประชาชนก็จะไม่ทราบเลยว่า การเลือกนายกฯเป็นการร่วมกับวุฒิสภาที่มาจากการคัดสรร แต่ประชาชนก็จะเห็นว่ามาจากสภาที่มาจากการเลือกตั้งย่อมดีกว่าอยู่ ดังนั้นถ้าคำถามกำกวมประชาชนก็จะเข้าใจว่าผู้ที่มาจากการเลือกตั้งจะเลือกนายกฯได้ ประชาชนก็อาจจะขีดกาเห็นด้วย ซึ่งตนเกรงว่าจะเป็นปัญหาต่อเนื่อง และเกิดความขัดแย้งขึ้นมาอีก เผลอๆจะทำให้รัฐธรรมนูญไม่ผ่านง่ายๆ ดังนั้นในฐานะสปท.เป็นต้นทางก็ต้องเสนอเรื่องนี้ไป เพราะตนไม่อยากให้มีความขัดแย้งขึ้นมาอีกจากเรื่องนี้ จึงอยากใช้คำว่าเป็นฟางเส้นสุดท้ายบนหลังอูฐ

 นายนิกร กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ หากมีการถามแบบนี้ ตนคิดว่าคงไม่แฟร์ เพราะเป็นคำถามที่เข้าใจยาก ฝ่ายอธิบายก็อธิบายไม่ได้เพราะมุมแคบเหลือเกิน กรณีนี้จึงเป็นการเปิดประตูออกไปจากประชาธิปไตย 1 บาน เมื่อพรรคขนาดใหญ่คงไม่เสนอคนนอก แต่จะเสนอคนใน แต่พรรคขนาดกลางต้องเสนอคนนอก จึงมีโอกาสที่จะมีพรรคการเมืองเสนอคนนอกมาอีก 1 เสียงทุกอย่างก็มีความเป็นไปได้ทั้งหมด

ดังนั้นคำถามที่อาจจะไปสร้างปัญหา ก็กลายเป็นว่าสปท.เป็นหนังหน้าไฟอีก ซึ่งตนเป็นห่วงเพราะเป็นตัวแทนที่มาจากประชาชน ก็ต้องรับผิดชอบต่ออำนาจตรงนี้ ถ้าเป็นแบบนี้จะพัฒนาต่อไปไม่ได้ จะไม่เป็นผลดีกับฝ่ายใดเลย นายกฯที่มาใหม่อาจจะไม่สง่างามด้วยซ้ำ ซึ่งทางออกต้องเป็นตรงกลางแบบไม่สุดโต่ง ตนเป็นนักการเมือง เป็นนักวิชาการมา มุมมองในหลักการก็ต้องยึดเอาไว้ ถ้าเรายอมรับเหมือนกับเราเป็นอาบัติอยู่แล้ว ตนก็มีสิทธิมองการเมืองแบบนักวิเคราะห์ จึงไม่เคยมองอะไรผิด อย่างที่เคยพูดไว้ว่าถ้าฝ่ายการเมืองทะเลาะกันก็จะมีการยึดอำนาจได้

“ส่วนรายชื่อที่สนับสนุนที่ใกล้ชิด คสช. หรือไม่นั้น ผมไม่อยากไปวิเคราะห์ตรงนั้น เพราะผมเป็นสปท.ที่มาจากพรรคการเมืองก็อยากทำหน้าที่เต็มที่ ใช้สายตามองในฐานะที่มาจากการเมือง เมื่อมีคนมองอีกทาง ผมก็ต้องมองอีกทางให้ปรากฏไว้” นายนิกร กล่าว

ด้านนายสมชาย แสวงการ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) กล่าวว่า ในวันจันทร์นี้จะนำคำถามของสปท.มารวมกับคำถามจากกรรมาธิการ (กมธ.) การของสนช. 16 คณะ ซึ่งตนทราบจากรายงานของเจ้าหน้าที่ว่าจะมีคำถาม 6 คำถามจากกมธ.ของสนช. และจะมี 9 กมธ.ของสนช.ไม่มีคำถาม แต่ขณะนี้ยังไม่ตัดสิทธิจากสมาชิกที่จะถามในสภา โดยในวันที่ 7 เม.ย.จะมีการพิจารณา และจะนำคำถามของสปท.มาประกอบความเห็นในที่ประชุมด้วย รวมถึงจะพิจาณาว่า 6 คำถามของกมธ. สนช.จะมีคำถามใดสามารถรวมกันได้หรือไม่

จากนั้นจะพิจารณาว่าจะมีคำถามใดหรือไม่ จากนั้นจะมีการลงมติในที่ประชุม โดยที่ประชุมใหญ่ สนช. จะเลือกเพียงคำถามเดียวเสนอต่อ กกต. แต่คำถามนี้ต้องไม่สร้างความสับสนให้ประชาชน แต่ถ้าคำถามช่วยเติมเต็มในบทเฉพาะการ ก็สามาถไปปรับปรุงได้ ทั้งนี้ ยังมีความเป็นห่วงตั้งแต่ระยะเปลี่ยนผ่านมาตั้งแต่ปี 2535 เป็นต้นมา ถึงเหตุการณ์รัฐประหาร ว่าจะทำอย่างไรให้ประเทศป่วยมีการผ่าตัด จะดีหรือไม่ดีก็ผ่าตัดมาได้ค่อนทางแล้ว แต่ถามว่าถ้าออกจากโรงพยาบาลไปป่วยตายจะทำอย่างไร แม่น้ำ 5 สายจึงเป็นห่วงตรงนี้

นายสมชาย กล่าวอีกว่า ส่วนข้อเป็นห่วงของสังคมเรื่องการสืบทอดอำนาจนั้น ก็ต้องมีความชัดเจน ไม่ว่าใครอยู่ก็ไม่ดีทั้งนั้นถ้าไม่มีการตรวจสอบ ซึ่งคำถามที่ถามต้องดูว่าประชาชนรับได้หรือไม่ เรื่องนี้ประชาชนก็ต้องตัดสินใจ แต่จะมีการชี้นำไม่ได้ เพราะก็ไม่มีใครอยากให้มีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ อยากให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว จึงอยากให้รัฐธรรมนูญมาจากการลงเสียงประชามติจริงๆ

อย่างไรก็ตาม เท่าที่รวบรวมคำถามจาก 6 คณะกรรมาธิการของสนช.นั้น ยังมีความหลากหลาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรื่องในบทเฉพาะการ คำถามอาจจะคล้ายกับสปท.ในบางท่อน หรือมีความแตกต่างไปเลยก็มี แต่ในหลักการคำถามต้องไม่มีความขัดแย้ง แต่อาจจะต้องพิจารณาว่าถ้ามีการถามแล้วฝ่ายใดได้ประโยชน์ก็อาจไม่ถาม แต่ถ้าสิ่งใดประชาชนได้ประโยชน์แต่พรรคการเมืองเสียประโยชนก็อาจจะเป็นคำถามก็ได้ ซึ่งตามหลักการคงไม่ได้ความพอใจของทุกคน แต่การทำประชามติก็แฟร์ที่สุด จากนี้ถ้าสนช.ไม่ส่งให้กกต. ก็เป็นสิทธิสนช. แต่ถ้าส่งไปแล้วไม่ดีสนช.ก็ต้องรับผิดชอบ