"อุดม" ชี้ร่างรธน. ให้ความสำคัญ ปฏิรูปศึกษา-การบังคับใช้กฎหมาย แนะให้อ่านร่างรธน. จะพบจุดสำคัญคือการปฏิรูปประเทศ
ที่โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ มีงานสัมนา “สัปดาห์ส่งเสริมจริยธรรม” จัดโดยสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่ง นายอุดม รัฐอมฤต โฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ“งานจริยธรรมภายใต้รัฐธรรมนูญไทย” ตอนหนึ่งว่า สิ่งที่เราเรียกว่าศีลธรรม คือการรู้จักกำหนดตัวเองว่าอะไรดีอะไรชั่ว ซึ่งคนมักคิดว่าเรื่องนี้ต้องผูกโยงกับศาสนา แต่ในทางปฏิบัติแล้ว ศีลธรรมเป็นพื้นฐานการดำเนินชีวิต และเป็นตัวกำหนดพฤติกรรมว่าสิ่งไหนผิดหรือถูก ซึ่งถูกนำไปสู่การทำเป็นกฎหมายที่มีบทลงโทษ ทั้งนี้สังคมเรามีส่วนที่ทำให้ไม่นึกถึงศีลธรรม อย่างในเรื่องพื้นฐานที่เห็นได้ชัด ให้การศึกษาบนพื้นฐานเชื่อในตัวบุคคล ซึ่งเป็นหลักลอย ๆ ถ้าเราเจอแบบอย่างที่ดี เราก็ได้สิ่งที่ดี แต่ถ้าเจอคนอื่นทำไม่ดี และเราอ้างว่าคนอื่นก็ยังทำกัน ก็จะมีปัญหา ท้ายที่สุดเราได้ยกระดับให้ศีลธรรมเป็นจริยธรรม ที่ไม่ใช่เป็นการสำนึกในสามัญสำนึก แต่หมายถึงการระบุให้ทำอะไรที่ดีที่ชอบ เพื่อสัมฤทธิ์ผล ให้ประเทศชาติเดินหน้าได้ ซึ่งเรื่องนี้ได้ระบุงลงในร่างรัฐธรรมนูญ
“ดังนั้นในร่างรัฐธรรมนูญ จึงได้เห็นความสำคัญ 2 เรื่อง คือการปฏิรูปการศึกษา ถ้าการศึกษาไม่ดี สิ่งที่อยู่ในหัวของลูกหลานเราก็เป็นพิษ ผมคิดว่าการศึกษาจะทำให้คนมีวินัย และในเรื่องที่สอง คือการบังคับใช้กฎหมาย เพราะสังคมในปัจจุบัน ภาพลักษณ์ต่อการใช้อำนาจของตำรวจค่อนข้างชัดเจนว่า การรักษากฎหมายมีปัญหา และการปฏิรูปที่มุ่งไปยังตำรวจเป็นสิ่งที่สังคมปรารถนา ประชาชนรับรู้ว่าการทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่วสามารถจับต้องได้ ซึ่งเรื่องนี้ก็ยังได้คิดถึงส่วนราชการที่มีส่วนรับผิดชอบเรื่องนี้ด้วย วินัยของสังคมส่วนหนึ่งเกิดขึ้นจากการปลูกฝัง และอีกแบบคิดการทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง ถ้าบ้านเมืองเปลี่ยนส่วนนี้ไม่ได้ เราก็หวังความหวัง หรือความปรองดองได้ยาก” โฆษก กรธ. กล่าว
ท้ายที่สุดแล้วร่างรัฐธรรมนูญ ที่ กรธ. ร่างกันมา ผมคิดว่าในความคิดของสมาชิก กรธ. อาจจะชมตัวเอง แต่อยากจะให้ทุคนได้นำไปอ่าน เมื่ออ่านแล้วจะได้พบกับมุมมองบางเรื่องที่ได้เห็นมาบ้าง หรือไม่ได้เห็นมาก่อน แต่จุดที่น่าสนใจคือการปฏิรูปประเทศ บางคนอาจจะคิดว่าการพูดเรื่องนี้ไปสร้างความชอบธรรมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หรือไม่ แต่อยากเรียนว่าไม่ว่าฝ่ายไหนก็อยากเห็นประเทศเดินหน้า ควรจะต้องเดินไปด้วยนกัน




