ครม.ไฟเขียวโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ระยะ 10 ปีตั้งเป้าผลิตบรรจุครูได้ 48,374 อัตรา “ดาว์พงษ์” แจงเบื้องต้นครม.อนุมัติงบฯให้ 2 ปี
พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมครม.มีมติเห็นชอบในหลักการโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น (พ.ศ.2559-2572) ระยะเวลา 10 ปี ตามที่ ศธ.เสนอ แต่ครม.อนุมัติงบฯผูกพันแค่ 2 ปีจำนวน 700 ล้านบาท จากวงเงินงบประมาณที่ตั้งไว้สำหรับดำเนินโครงการทั้งหมดประมาณ 3,800 ล้านบาท เพราะรัฐบาลมีระยะเวลาในการบริหารประเทศอีกประมาณ 2 ปีเท่านั้นและเพื่อไม่ให้ก้าวล่วงการบริหารงานของรัฐบาลชุดใหม่ เพราะฉะนั้น ตั้งแต่รุ่นที่ 3 เป็นต้นไปรัฐบาลชุดใหม่จะดำเนินการเรื่องงบประมาณ อย่างไรก็ตาม ใน 2 ปีแรกที่ ครม.อนุมัติงบประมาณให้นั้นจะสามารถผลิตครูได้ 9,264 คน ซึ่งจากนี้จะไปหารือกับคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและอัตรากำลังคนภาครัฐ (คปร.) เพื่อกันอัตราเกษียณอายุราชการล่วงหน้าสำหรับใช้ในการบรรจุผู้ที่จบจากโครงการดังกล่าว
รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อว่า โครงการดังกล่าวจะประกันการมีงานทำจะรับนักเรียน/นักศึกษาที่มีเกรดเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 3.00 จำแนกเป็น กลุ่มนักศึกษาชั้นปีที่ 1-5 เพื่อจบปริญญาตรีในปีการศึกษา 2559-2563 จำนวน 26,732 คน และกลุ่มผู้จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 และประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือเทียบเท่า เรียนในปีการศึกษา 2559-2563 เพื่อจบปริญญาตรีในปีการศึกษา 2564-2568 จำนวน 21,651 คน ในจำนวนนี้ 5% จะเป็นการให้ทุนการศึกษาเด็กชายขอบและประกันการมีงานทำ จำนวน 5 รุ่นตั้งแต่ปีการศึกษา 2559-2563 จำนวน 1,080 คน ส่วนที่เหลืออีกร้อยละ 95 จะไม่ให้ทุน แต่สามารถกู้ยืมเงินจากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เรียนได้ 100% ในส่วนผู้ที่ไม่ได้เรียนหลักสูตรครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์โดยตรง สามารถเรียนหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพครู (ป.บัณฑิต) จากสถาบันอุดมศึกษาที่เปิดสอน ป.บัณฑิตได้
ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวกำหนดเงื่อนไขด้วยว่า เมื่อผู้เข้าร่วมโครงการจบการศึกษาจะต้องบรรจุในภูมิลำเนาที่ตนเองมีชื่อในทะเบียนบ้านไม่น้อยกว่า 2 ปี,กรณีรับทุนเด็กชายขอบ หากไม่เข้ารับราชการต้องชดใช้ทุนพร้อมเบี้ยปรับ 1 เท่า,ส่วนผู้ที่ไม่ได้รับทุนแต่ขอลาออกจากการเป็นนักศึกษา หรือไม่รับราชการต้องชดใช้เงิน 2 แสนบาท,กรณีกู้ยืมเงินกยศ.ต้องเซ็นยินยอมให้หักเงินเดือนเพื่อชำระหนี้ได้,บรรจุเป็นครู 5 ปีจึงจะมีสิทธิขอย้ายได้,รับราชการแล้ว 3 ปีจึงสามารถสอบชิงทุนเรียนในระดับปริญญาโทได้ เป็นต้น
“จากนี้สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา (สกอ.)จะต้องไปดำเนินการประกาศรับสมัครทางออนไลน์พร้อมระบุอัตราที่จะบรรจุได้ในแต่ละเขตพื้นที่การศึกษาและจัดสอบคัดเลือกกรณีที่มีผู้สมัครเกินและจัดสอบคัดเลือกกรณีที่มีผู้สมัครเกิน โดยในรุ่นแรกจะรับนักศึกษาที่จบระดับปริญญาตรีแล้วเพื่อบรรจุเข้ารับราชการครูทันทีในเดือนตุลาคม 2559 จำนวน 4,079 อัตรา แบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มที่จบหลักสูตรครู 5 ปีและกลุ่มที่จบปริญญาตรีสาขาอื่นที่ต้องไปเรียนป.บัณฑิตเพิ่มอีก 1 ปี โดยจะบรรจุในสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) 3,845 อัตรา สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) 224 อัตรา และสำนักงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) จำนวน 10 อัตรา ส่วนที่รุ่นที่ 2 จะรับนักศึกษาครูชั้นปีที่ 5 และนักเรียนที่จบม.6 และปวช.หรือเทียบเท่า เข้าโครงการต่อไป”พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าว
รมว.ศึกษาธิการ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้หน่วยงานต่างๆ ได้กำหนดแผนกันอัตราครูเกษียณที่จะสามารถบรรจุผู้เข้าโครงการดังกล่าวตั้งแต่ปีงบประมาณ 2559-2568 ดังนี้ สพฐ.กันอัตราเกษียณ ร้อยละ 25 บรรจุได้ 45,226 อัตรา สอศ.กันอัตราเกษียณร้อยละ 35 บรรจุได้ 2,453 อัตรา กรุงเทพมหานคร กันอัตราเกษียณ 595 อัตรา และกศน. กันอัตราเกษียณ 100 อัตรา รวมทั้งโครงการจะบรรจุได้ 48,374 อัตรา





