วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'คณิน'ชี้ทำประชามติ เหมือนมัดมือชกประชาชน

"คณิน" ฝ่ายกม. เพื่อไทย ชี้ทำประชามติ เหมือนมัดมือชกประชาชน จี้แจงหากประชามติไม่ผ่าน-ทำอย่างไร

นายคณิน บุญสุวรรณ อดีตส.ส.ร. ปี 2540 กล่าวถึงกรณีโรดแมปไปสู่การเลือกตั้งของคสช. ซึ่งกำหนดประมาณต้นปี 2560 ว่า ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวว่าด้วยการออกเสียงประชามติก็ประกาศใช้แล้ว ร่างกฎหมายว่าด้วยการออกเสียงประชามติก็กำลังจะประกาศใช้ กำหนดการออกเสียงประชามติก็ประกาศแล้วว่าเป็นวันที่ 7 สิงหาคม 59 ร่างรัฐธรรมนูญฉบับกรธ. ร่างสุดท้ายก็จะเผยโฉมหน้าในวันที่ 29 มีนาคม นี้แล้ว หน่วยงานภาครัฐรวมทั้ง คสช. รัฐบาล และกองทัพก็ได้เดินหน้าเผยแพร่ข้อดีของร่างรัฐธรรมนูญไปจนถึงระดับตำบล หมู่บ้าน ไปล่วงหน้าแล้ว

ทั้งนี้เหลืออยู่อย่างเดียวที่ดูเหมือนทั้งรัฐบาล คสช. สนช. หรือ แม้แต่ กรธ. เองก็ยังไม่มีความชัดเจนว่า ถ้าร่างรัฐธรรมนูญฉบับ กรธ. ไม่ผ่านประชามติแล้วจะทำอย่างไรต่อไปหรือจะเอารัฐธรรมนูญฉบับไหนมาประกาศใช้ หรือจะต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาร่างใหม่ ดูเหมือนจะ อมพะนำ กันอยู่ซึ่งไม่เป็นผลดี ทั้งต่อประเทศชาติ ประชาชน หรือแม้แต่ ต่อรัฐบาล และ คสช. เอง เพราะทำให้ดูเหมือนชะตากรรมของประเทศนี้จมอยู่กับความไม่แน่นอน

ส่วนการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญนั้น เป็นกระบวนการที่จะให้ประชาชนตัดสินอนาคตชะตากรรมของตนเองและทิศทางของประเทศที่จะขับเคลื่อนไปในวันข้างหน้า ดังนั้น การให้ประชาชนไปออกเสียงประชามติว่าจะรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญโดยไม่บอกให้ประชาชนรู้ล่วงหน้าว่าถ้าร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ ประชาชนจะได้รัฐธรรมนูญแบบไหนหรือจะต้องเผชิญชะตากรรมอย่างไร จึงถือว่าไม่เป็นธรรมต่อประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของประเทศ เรียกว่าเป็นการมัดมือชกหรือคลุมถุงชน ถ้าร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านการออกเสียงประชามติแล้วประเทศจะเป็นอย่างไรต่อไปนั้น

นายคณิน กล่าวต่อว่า ตนขอเสนอให้ถามประชาชนในการออกเสียงประชามติว่าจะเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับ กรธ. หรือจะให้นำรัฐธรรมนูญปี 2540 มาประกาศใช้โดยมีบทเฉพาะกาลให้เลือกตั้ง ส.ส. และ ส.ว. ภายใน 120 วัน นับแต่วันประกาศผลการออกเสียงประชามติ ส่วน ครม. สนช. และ คสช. ก็อยู่ไปจนกว่าคณะรัฐมนตรีและรัฐสภาชุดใหม่หลังการเลือกตั้งจะเข้ารับหน้าที่

นายคณิน กล่าวว่า การออกเสียงประชามติโดยถามประชาชนว่าจะรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับกรธ. หรือจะให้นำรัฐธรรมนูญปี 2540 มาประกาศใช้ โดยมีบทเฉพาะกาลให้เลือกตั้ง ส.ส. และ ส.ว. ภายใน 120 วัน นั้น ยังจะก่อให้เกิดผลดีอีกประการหนึ่ง คือ ฝ่ายที่แสดงความคิดเห็นหรือรณรงค์ไม่รับร่างของ กรธ. ก็จะไม่ต้องวิพากษ์วิจารณ์หรือโจมตีร่างของ กรธ. เหมือนอย่างที่กลัวกันจนต้องออกกฎหมายมาควบคุมและลงโทษจำคุกถึง 10 ปี สำหรับผู้ที่รณรงค์ต่อต้าน เพราะต่างฝ่ายต่างก็ พูดสนับสนุนข้อดีของร่างที่ตนเห็นชอบไป โดยไม่ต้องไปโจมตีหรือพูดถึงจุดอ่อนของร่างที่ตน ไม่เห็นชอบ ถือว่าเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะหลีกเลี่ยงการกระทบกระทั่งกันระหว่างสองฝ่าย รวมทั้งหลีกเลี่ยงการทำผิดกฎหมายควบคุมการลงประชามติด้วย