วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ร่ำไห้! ญาติรับศพพลเมืองดีถูกแท็กซี่เสยดับ

เศร้า! ญาติรับศพพลเมืองดีถูกแท็กซี่เสยดับ เมียน้ำตาคลอเสียงสั่นเครือเผยทำดีจนวินาทีสุดท้ายของชีวิต

นิติเวช รพ.จุฬาฯ เมื่อเวลา 9.30 น. วันที่ 27 มีนาคม ที่นิติเวช โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ นายสม สุรินทร์ อายุ 63 ปี และ น.ส.รุ่งนภา ธนสารสกุล อายุ 34 ปี ซึ่งเป็นพ่อกับภรรยาของ นายเกียรติศักดิ์ สุรินทร์ อายุ 28 ปี พลเมืองดีที่เสียชีวิตจากเหตุรถแท็กซี่ชนกระเด็นลงมาจากสะพานตากสิน เมื่อคืนวันที่ 25 มี.ค.ที่ผ่านมา เดินทางมาติดต่อขอรับศพพร้อมบรรดาญาติๆด้วยความเศร้าโศกเสียใจที่ต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักของครอบครัวไปจากการทำดี  

น.ส.รุ่งนภา กล่าวทั้งน้ำตาคลอเสียงสั่นเครือว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยากที่จะทำใจ ตอนนี้ยังทำใจกับเหตุที่เกิดขึ้นไม่ได้ เพราะสามีเป็นคนดี นิสัยดี รักครอบครัว ปกติก็เป็นคนชอบช่วยเหลือคนอื่น เจอใครก็ช่วยหมด และสามีเป็นคนรักลูกมาก ของของลูกทุกชิ้นเขาเป็นคนซื้อให้ทุกอย่าง ก่อนเกิดเหตุตนกับสามีกำลังนอนหลับพักผ่อนอยู่ที่บ้าน กระทั่งเวลาประมาณ 22.00 น.ของวันเกิดเหตุ มีเพื่อนสามีโทรศัพท์มาหาหลายครั้ง แต่ตนไม่รู้ว่าคุยกันเรื่องอะไร จากนั้นสามีก็บอกกับตนว่า จะออกไปหาเพื่อน ซึ่งตอนนั้นได้พูดห้ามไว้ไม่ให้ออกไป เนื่องจากเห็นว่าดึกแล้วไม่อยากให้ออกไปไหน แต่สามีไม่ฟังก่อนออกจากบ้านไปหาเพื่อน 

“พอออกไปสักพักเขาก็โทรมาบอกว่าอีก 10 นาทีจะกลับ ฉันก็ตั้งตารอ เลยไปเวลาที่บอกไปสักพักก็ยังไม่เห็นกลับมา ด้วยความเป็นห่วงจึงโทรไปหาแต่ไม่มีใครรับสาย กระทั่งเวลาประมาณตี 2 ก็ยังไม่กลับและโทรไปก็ไม่มีคนรับสาย เริ่มแปลกใจ และรู้สึกใจไม่ดี จึงใช้โปรแกรม Find My Phone เพื่อหาพิกัดที่เขาอยู่ พอค้นหาจึงพบว่าพิกัดที่เขาอยู่นั้นอยู่บริเวณสะพานตากสิน จึงตัดสินใจออกไปตามกลับบ้าน พอไปถึงบริเวณจุดที่โปรแกรมบอกพิกัด ฉันก็ตกใจเพราะเห็นรถของกู้ภัยจอดเต็มไปหมด จากนั้นได้ลงไปดู พอเห็นแค่เท้าฉันก็จำได้ว่าเป็นเท้าของสามี รู้สึกตกใจมาก ไม่คิดว่าจะเป็นแบบนี้ อยากให้สิ่งที่พบเจอตอนนั้นเป็นเพียงแค่ฝันร้าย ไม่อยากให้เป็นเรื่องจริง เพราะลูกยังเล็กวัยแค่ 7 เดือน ” น.ส.รุ่งนภา พูดทั้งน้ำตา

น.ส.รุ่งนภา กล่าวด้วยว่า หลังจากนี้ไม่มีสามีอยู่แล้ว คงต้องสู้เพื่อลูก ที่ต้องเลี้ยงและดูแลกันต่อไป ส่วนเรื่องคดีความก็ให้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ในภาวะความเสียใจก็ยังภูมิใจในตัวสามีที่เขาทำความดีจนวินาทีสุดท้ายของชีวิต นึกถึงคนอื่นก่อนตัวเองเสมอ