"วิษณุ" เผย "ประยุทธ์" รับได้ข้อเสนอกรธ. ระบุหากร่างรธน.ไม่ผ่านประชามติ จะต้องแแก้รธน.ชั่วคราวผ่าทางตัน
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม กล่าวถึงความพอใจต่อร่างรัฐธรรมนูญตามที่กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เสนอมาว่า จากภาพรวมเท่าที่ตนได้รับทราบมาถือว่ารับได้จึงไม่ต้องมีอะไรพูดหรือเสนออะไรกันอีกต่อไป โดยช่วงเช้าตนได้ประชุมกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอ นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งนายกฯก็บอกในที่ประชุมว่าข้อเสนอที่ออกมาของกรธ. ถึงไม่ได้ตรงกับที่คณะรัฐมนครี (ครม.) เสนอไปทั้งหมด แต่เมื่อได้ฟังเหตุผลของกรธ.แล้วก็คิดว่าพอรับได้ จึงไม่จำเป็นต้องดำเนินการอะไรต่อไป นอกจากกรธ.จะใช้โอกาสต่อไปในการอธิบายเรื่องอื่น ทั้งนี้นายกฯ ไม่ต้องการเสนอหรือผลักดันอะไรเพิ่มเติมเพียงรอดูร่างสุดท้ายวันที่ 29 มี.ค.เท่านั้น
นายวิษณุ ยังได้กล่าวถึงการแถลงที่ผิดพลาดของกรธ.กรณีใช้เสียง 2 ใน 3 ของสภาเลือกนายกฯ นอกบัญชีรายชื่อ ว่า ความต่างระหว่างเสียงของสภา 3 ใน 5 กับ 2 ใน 3 นั้น ต่างกันเพราะส.ส.มี 500 คน ส.ว. มี 250 คน รวมเป็น 750 คน ซึ่งหากมีการโหวตตัวเลขก็จะต่างกัน หากเป็น 2 ใน 3 ตัวเลขจะออกมาประมาณ 500 เสียง ซึ่งต้องอาศัยเสียงส่วนใหญ่ การที่จะได้เสียงอีก 250 เสียงจาก ส.ส.เพื่อโหวตเลือกนายกฯ นอกบัญชีรายชื่อไม่ใช่เรื่องง่าย ส่วนการใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว รัฐบาลรับได้กับข้อเสนอดังกล่าว และเมื่อรับได้ก็ไม่ต้องต่อล้อต่อเถียงกับใครอีก แต่ถ้าทางสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เสนอทบทวนให้มีบัตรเลือกตั้ง 2 ใบก็สามารถเสนอไปยังกรธ.เองได้เลย แต่ในส่วนรัฐบาลก็จะไม่ทำอะไรเอง ซึ่งนายกฯเองก็กล่าวอีก 2-3 วันเรื่องก็จบแล้ว และนายกฯกำลังจะไปปฏิบัติภารกิจที่ประเทศสหรัฐอเมริกา หากเห็นรัฐธรรมนูญร่างสุดท้ายเมื่อใด ก็จะดำเนินการแจ้งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทันทีให้เตรียมทำประชามติต่อไป
เมื่อถามว่าหากประชามติเกิดอุบัติเหตุ จำเป็นจะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ (ชั่วคราว) 2557 เพื่อหาทางออกหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า จำเป็น เพราะขณะนี้รัฐธรรมนูญชั่วคราวไม่ได้บอกว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไป จึงต้องมีการแก้ไขอีกครั้งเพื่อกำหนดกลไกหาทางออก อีกทั้งไม่สามารถใช้มาตรา 44 หาทางออกได้ เพราะมาจากรัฐธรรมนูญชั่วคราว จะนำไปล้มล้างรัฐธรรมนูญชั่วคราวไม่ได้ ไม่เช่นนั้นเราก็จะใช้มาตรา 44 ในการล้มเลิกมาตราใดก็ได้ ซึ่งไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ ทั้งนี้มาตรา 44 ไม่ใช่กฎหมายแท้ตามรัฏฐาธิปัตย์ตามความหมายของนักรัฐศาสตร์ เพียงแต่เทียบเคียงว่ามีอำนาจมากเท่านั้น ตนจึงพยายามไม่ใช่คำว่ารัฏฐาธิปัตย์เพราะจะทำให้คนเข้าใจผิด โดยขณะที่คสช.เข้ามาช่วงแรกอาจจะใช่แต่หากพูดตามมาตรา 44 จริงๆ ก็ไม่ถึงขนาดนั้น เพราะไม่สามารถลบล้างมาตรการทางรัฐธรรมนูญหรือเพิ่มเติมมาตรการใดมาตรการหนึ่งในรัฐธรรมนูญ จึงจำเป็นต้องหาทางออกโดยการแก้รัฐธรรมนูญชั่วคราว ซึ่งตนคิดว่า หากรับร่างรัฐธรรมนูญให้ผ่านในขั้นประชามติจะดีกว่า เพราะจะได้ไม่ต้องยุ่งยากหลายชั้น
ส่วนกรณีที่รัฐบาลต้องรายงานผลการทำงานทุก 3 เดือน ให้ส.ว.สรรหา 250 คนรับทราบ นายวิษณุ กล่าวว่า ถือเป็นเรื่องปกติ อำนาจลักษณะนี้มีอยู่ทุกสมัยเพียงแต่เมื่อก่อน รัฐบาลต้องรายงานให้ส.ว.ทราบปีละ 1 ครั้ง ครั้งนี้เปลี่ยนเป็น 3 เดือนครั้ง จะได้ขับเคลื่อนงานได้รวดเร็ว และส.ว.จะได้เร่งรัดงานสอบถามครม.ได้ ส่วนผู้ที่จะมาเป็นคณะกรรมการสรรหาส.ว. ถ้าจะพูดถึงตอนนี้คงเร็วไป และคงไม่มีใครในโลกนี้คิดไว้ด้วยซ้ำไป อีกทั้งรัฐบาลเองยังไม่มีตุ๊กตาหรือโมเดลอะไรทั้งสิ้น ส่วนคณะกรรมการสรรหาจะเป็นคสช.หรือไม่ ตนไม่ทราบ ถามกันอย่างนี้ก็ตอบไม่ถูก ทราบแต่เพียงว่าห้ามเป็นส.ว.เท่านั้น
เมื่อถามว่าสุดท้ายคสช.ก็ต้องเป็นคนเลือกส.ว.ทั้งหมดอยู่ดี นายวิษณุ กล่าวว่า กรธ.กำหนดแบบนั้น ส่วนจะลบล้างภาพที่ทำให้ดูว่าเป็นการสืบทอดอำนาจได้หรือไม่นั้น ที่ผ่านมาเขาไม่ได้ต้องการจะลบล้างหรือสร้างภาพอะไร แต่เป็นการพูดกันตรงๆ ขอกันแบบนี้ให้ก็ให้ ไม่ให้ก็แล้วไป ซึ่งบังเอิญว่ากรธ.ตอบรับ ความจริงแล้วรัฐบาลไม่ได้ขอถึงขนาดนี้ด้วย แต่เมื่อบอกรัฐบาลพอใจ ก็หาว่าไปซูเอี๋ยกันตั้งแต่แรก มีบอกว่ารัฐบาลเสนอไปก่อนแล้วค่อยมาพบกันครึ่งทาง ไม่ว่าจะพูดอะไรรัฐบาลก็ผิด ฉะนั้นอย่าพูดเลยดีกว่า เพราะคนจะตีความ เราเองก็ไม่ว่ากัน
เมื่อถามว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะผ่านประชามติฉลุยเลยหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ตนไม่สามารถตอบแบบนั้นได้ เพราะยังไม่เห็นหน้าตาเต็มๆ ของร่างรัฐธรรมนูญ แต่ในที่สุดเมื่อถึงเวลากรธ.ก็จะต้องแสดงฝีมือ พร้อมทำคำอธิบายสรุปย่อ ชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชน ตนว่าขั้นตอนนี้ที่จะทำให้คนเข้าใจมากขึ้น เพราะที่ผ่านมาประชาชนฟังตามสื่อ จนสับสน แต่เมื่อร่างออกมาชัดเจนกรธ. พร้อมคำอธิบายว่าประชาชนและประเทศจะได้อะไรจากร่างรัฐธรรมนูญนี้ รวมถึงจะเสียอะไรบ้างเมื่อใช้ร่างรัฐธรรมนูญนี้ สุดท้ายประชาชนจะชั่งน้ำหนักเองว่ารัฐธรรมนูญควรจะผ่านประชามติหรือไม่
เมื่อถามถึงการที่บอกว่านายกฯ รับได้รวมถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของกลุ่มการเมืองที่จะต้องเป็นผู้ปฏิบัติตามหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า คำว่ารับได้ของรัฐบาลคือรับได้ในข้อเสนอกรธ. คนละประเด็นกัน เพราะตนได้เรียนนายกฯ ไปว่าที่บอกว่ารับได้เพราะนายกฯ ยังไม่เห็นร่างทั้งหมด นายกฯตอบกลับมาว่า แต่วันนี้ประเด็น 3 ข้อยังเป็นประเด็นในสังคม คำว่ารับได้ของรัฐบาลคือรับได้ใน 3 ข้อนี้
ในส่วนกรณีที่หลายฝ่ายมีความกังวลว่า ส.ว. ในอดีตที่มีปัญหา จะกลับมานั่งในสภาอีก นายวิษณุ กล่าวว่า ที่ผ่านมาเรามีปัญหากับ ส.ว. ทุกประเภท ทั้งแบบเลือกตั้ง และแต่งตั้งทั้งหมด รวมถึงผสมที่มาทั้งสองแบบ เราคิดว่าหนีปัญหานี้ ก็จะเจอกับอีกปัญหาโดย ส.ว. ที่มีรูปแบบต่างกัน แม้กระทั่ง ส.ส. เองก็มีปัญหาเช่นกัน ซึ่งในเรื่องนี้ก็มีข้อเสนอมากมาย เช่น ให้เลือกแบบเขตใหญ่ เขตย่อย หรือไม่ให้มีแบบบัญชีรายชื่อ ด้วยข้อเสนอที่หลากหลายแสดงว่าทุกวิธีมีข้อดีข้อเสียในตัว ไม่ว่าเราหยิบรูปแบบไหนขึ้นมา เมื่อมีคำถามว่าทำไมไม่คิดถึงข้อเสีย เราก็ต้องตอบว่าคิด แล้วจะให้ทำอย่างไร โดยส่วนใหญ่ผู้สื่อข่าวก็ไม่เคยบอกว่าควรทำอย่างไร ซึ่งต่อให้หยิบยกข้อเสนอตามที่ได้รับมา ถึงผู้เสนอจะไม่กล่าวถึงข้อเสียของวิธีนั้น ก็ต้องมีคนอื่นพูดอยู่ดี คงไม่จบง่ายๆ
เมื่อถามว่าการเลือกตั้งแบบวันแมนวันโหวตดีอยู่แล้ว ทำไมถึงไม่ใช้อย่างที่เคย นายวิษณุ กล่าวว่า ระบบนี้ก็เราก็เคยใช้วิธีนี้ซึ่งดี อีกทั้งวิธีที่มีในร่างรัฐธรรมนูญก็เป็นแบบนั้น เพียงแต่ว่านำรายชื่อของผู้แพ้แต่ละเขตมาคิดหา ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อด้วย ทั้งนี้ข้อเสนอของแม่น้ำ 4 สาย ก็เป็นวันแมนวันโหวต ไม่ได้เป็นการเลือกกลุ่มใหญ่อย่างที่เข้าใจ เพราะถึงแม้ 1 เขต จะมี ส.ส. ได้ 3 คน แต่ประชาชนก็เลือกได้เพียง 1 คน ซึ่งตนเข้าใจว่าวิธีคิดแบบนี้จะไม่สามารถเอาคะแนนแบบเขตไปคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อได้ จึงเสนอให้เลือก 2 ใบ แต่ด้าน กรธ. ให้เหตุผลว่า หากทำแบบนี้ก็จะต้องรื้อร่างรัฐธรรมนูญใหม่ อีกทั้งที่ผ่านมาพวกเขาได้เดินสายอธิบายเรื่องนี้มากมาย จนประชาชนเริ่มเข้าใจและพูดถึงข้อดี โดยเห็นได้จากโพลสำรวจออกมาในทำนองประชาชนให้ความพอใจ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ คสช. รับได้





