"ป.ป.ช." เผยอยากได้ข้อมูลจาก "จตุพร-เรืองไกร" กรณีอุทยานราชภักดิ์ หวังลุยสอบเซียนอุ๊ต่อ
นายยงยุทธ มะลิทอง รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าภายหลังร่วมแถลงผลตรวจสอบโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ว่า เรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างขั้นตอนการแสวงหาข้อเท็จจริงของป.ป.ช.ขณะนี้ได้ประสานขอข้อมูลการตรวจสอบไปยังสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แล้ว และ สตง.รับปากว่าจะส่งข้อมูลมาให้ ป.ป.ช. แต่หากสัปดาห์หน้ายังไม่มีความคืบหน้า จะมีการทวงถามกลับไปอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ที่ทางป.ป.ช.ได้รับข้อมูลการตรวจสอบจากคณะกรรมการตรวจสอบที่ตั้งขึ้นโดยสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ทีมพิเศษที่ป.ป.ช.ตั้งขึ้นได้มีการเรียกเอกสารเพิ่มเติมรวมถึงเรียกเจ้าหน้าที่ทหารซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องมาสอบแล้วจำนวนหนึ่งและหากใครมีข้อมูลหลักฐานเพิ่มเติมก็สามารถส่งให้ป.ป.ช.ได้โดยตรงเช่นเดียวกัน
ทั้งนี้ ข้อมูลที่ป.ป.ช.อยากได้คือข้อมูลของนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วม นปช. และนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย ประเด็นที่ระบุว่า เซียนอุ๊ รับเงินค่าที่ปรึกษาโครงการดังกล่าวจำนวน 20 ล้านบาทก่อนนำไปบริจาค ทั้งที่ตัวเองเป็นเจ้าหน้าที่รัฐในองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) แห่งหนึ่ง เรื่องนี้ป.ป.ช.ก็จะได้ตรวจสอบต่อไปว่าเซียนอุ๊นั้นสังกัดอบต.ใด และหากเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐจริงอาจมีความผิดตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ.2542 มาตรา 103 ที่บัญญัติว่า ห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากบุคคลนอกเหนือจากทรัพย์สินหรือประโยชน์อันควรได้ตามกฎหมายหรือตามหลักเกณฑ์ที่ป.ป.ช.กำหนด ความหมายคือประโยชน์ที่เจ้าหน้าที่รัฐได้มาต้องได้มาโดยสุจริตอาจมาจากการประกอบธุรกิจส่วนตัว ไม่เช่นนั้น ถ้าไปรับทรัพย์สินจากใครเกินกว่า 3 พันบาท ถือว่ามีโทษทางอาญา





