วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สธ.จ่อเซ็ทระบบ 'ระเบียนสุขภาพส่วนบุคคล'

สธ.จ่อเซ็ทระบบ “ระเบียนสุขภาพส่วนบุคคล” ใช้บัตรประชาชนเช็คข้อมูลสุขภาพตนเองได้

ที่กระทรวงสาธารณสุข ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(รมว.สธ.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูประบบสาธารณสุขด้านการอภิบาลระบบสุขภาพว่า เป็นการประชุมครั้งแรกของคณะอนุฯ โดยเชิญหน่วยงานต่างๆ อาทิ กระทรวงมหาดไทย(มท.)และสำนักนายกรัฐมนตรีมาระบทราบข้อมูลด้วย ในเบื้องต้นแผนการปฏิรูประบบสาธารณสุข จะดำเนินการใน 4 ด้านสำคัญ

ได้แก่ ด้านที่ 1 การอภิบาลระบบสุขภาพ จะมีการตั้งองค์กรใหม่เป็นคณะกรรมการนโยบายสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งขณะนี้มีข้อเสนอรูปแบบของคณะกรรมการฯ 3 รูปแบบ คือ คณะกรรมการประสานงานด้านนโยบายสุขภาพแห่งชาติ(National Health Collaboration Board ) หรือคณะกรรมการความร่วมมือด้านสุขภาพแห่งชาติ(National Health Co-operation Board) หรือคณะกรรมการนโยบายสุขภาพแห่งชาติ(National Health Policy Board) ซึ่งแต่ละรูปแบบมีข้อดีและข้อเสีย จึงได้มีการตั้งคณะทำงานที่มีนพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ รองปลัดสธ.เป็นประธานศึกษาแต่ละรูปแบบรวมทั้งทำประชาพิจารณ์และขอความเห็นร่วมจากหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อเลือกรูปแบบที่ดีที่สุดและขัดแย้งน้อยที่สุดให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน

“ที่ต้องมีการตั้งคณะกรรมการนโยบายสุขภาพแห่งชาติในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งจาก 3 ข้อเสนอ ถือเป็นการปฏิรูปอย่างแท้จริงจะทำให้เกิดการบูรณาการงานด้านสุขภาพของทั้งประเทศ เพราะสุขภาพเป็นของทุกคน ทุกนโยบายจึงต้องคำนึงถึงเรื่องสุขภาพ ไม่ใช่แค่หน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุขเท่านั้น แต่กระทรวงอื่นๆจะดำเนินการเรื่องใดก็ต้องคำนึงถึงเรื่องสุขภาพของประชาชนด้วย จึงต้องมีคณะกรรมการระดับชาติมาดูแลทั้งระบบ ซึ่งเมื่อได้ข้อสรุปจะนำเสนอต่อคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน คณะที่ 4 คณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปด้านสาธารณสุข ที่มีพล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานต่อไป”ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกลกล่าว

ด้านที่ 2 กำลังคนด้านสุขภาพ ซึ่งมีคณะทำงานอยู่แล้วจึงได้มอบหมายให้ไปรวบรวมข้อมูลโดยมองภาพรวมกำลังคนด้านสุขภาพของชาติ ที่สังกัดอยู่หน่วยงานอื่นๆนอกเหนือจากสธ.ด้วย และดูในทุกวิชาชีพ เช่น แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และอื่นๆ มุ่งเน้นแก้ปัญหาในเรื่องการสร้างความก้าวหน้า ภาระงานที่หนัก เงินเดือน อัตราตำแหน่งรองรับ เพื่อรักษาบุคลากรเหล่านี้ไว้ในระบบ จะต้องแล้วเสร็จภายใน 3 เดือน ด้านที่ 3 ความมั่นคงด้านยาและเวชภัณฑ์ เนื่องจากปัจจุบันยาที่ประเทศไทยผลิตได้เป็นยาสามัญ จึงต้องมีแผนการพัฒนาและวิจัยยาที่จะต่อยอดออกมาสู่การผลิตให้ได้

รมว.สธ. กล่าวอีกว่า และด้านที่ 4 ระบบข้อมูลและเทคโนโลยีสารสนเทศด้านสุขภาพ จะมีการจัดทำระเบียนสุขภาพส่วนบุคคล ซึ่งจะทำให้ประชาชนแต่ละคนสามารถดูรายงานสุขภาพของตนเองได้ผ่านบัตรประชาชน เพื่อให้ประชาชนรู้ว่าจะต้องดูแลสุขภาพของตนเองอย่างไร และสามารถนำข้อมูลส่งมอบให้สถานพยาบาลต่างๆในการดูแลรักษาได้อย่างต่อเนื่อง มีคุณภาพ ประสิทธิภาพ และคุ้มค่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานงานกับกระทรวงมหาดไทย(มท.)และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ(สวทช.) ในการพิจารณาร่วมกันว่าจะดึงข้อมูลอะไรบ้างและมีระบบป้องกันข้อมูลของแต่ละคนอย่างไร คาดว่าต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง เพราะข้อมูลมีจำนวนมากและต้องดำเนินการทั้งประเทศ