วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทลายแก๊งมาเลย์จับ15คน ยึด'ไอซ์-เฮโรอีน' ค่า3พันล้าน

"สืบสวนกลาง" โชว์ผลงาน จับแก๊งมาเลย์15คน ขนยาล็อตใหญ่ทางรถไฟ ยึดไอซ์ 226 กก.-เฮโรอีน 8 กก. คาดมูลค่า3พันล้าน

ที่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 24 มีนาคม พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธนังค์ บุรานนท์ พล.ต.ต.สมหมาย กองวิสัยสุข รองผบช.ก. พ.ต.อ.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ รองผบก.รฟ. รรท.ผบก.รฟ. และเจ้าหน้าที่ตำรวจรถไฟ ร่วมกันแถลงผลการจับกุมขบวนการการค้ายาเสพติดข้ามชาติชาวมาเลเซีย จำนวน 15 คน ประกอบด้วย นายงอ เคียน ยิว สัญชาติมาเลเซีย รับเป็นหัวหน้าขบวนการ โดยยึดของกลางยาไอซ์ น้ำหนัก 226 กิโลกรัม และ เฮโรฮีน น้ำหนัก 8 กกิโลกรัม ทั้งหมดบรรจุหีบห่ออย่างดีใส่ในเป้สะพายหลัง มูลค่ากว่า 3 พันล้านล้านหากหลุดไปยังประเทศที่สาม 

พล.ต.ท.ฐิติราช เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาทั้งหมดถูกตำรวจรถไฟจับกุมได้ระหว่างโดยสารด้วยขบวนรถไฟด่วนพิเศษระหว่างประเทศที่ 35 กรุงเทพฯ - ปาดังเบซาร์ หลังรับแจ้งจากสายลับว่า จะมีขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติลักลอบลำเลียงยาเสพติดผ่านทางรถไฟ จากสถานีรถไฟหัวลำโพง ไปยังประเทศมาเลเชีย จึงกระจายกำลังเฝ้าสังเกตการณ์ กระทั่งเวลา 17.00 น.วันที่ 23 มี.ค.ที่ผ่านมา ด.ต.สันติ ปานดำรงค์ และด.ต.นุกูล ปาโต ผบ.หมู่ ส.รฟ.หาดใหญ่ กก.3 บก.รฟ. เจ้าหน้าที่คำรวจรถไฟประจำขบวนรถด่วนพิเศษระหว่างประเทศ ที่35 กรุงเทพฯ -ปาดังเดซาร์ ได้พบผู้ต้องสงสัย ทราบชื่อต่อมา คือ นายมูฮัมหมัด ไอซามุดดิน บิน อับ ราซัก (MR.Muhammad Aisamuddin Bin Abd Razak) และ นายแมซเนเเซม บิน มานัพ (MR.Mazenesam Bin Manap) ชาวมาเลเซีย มีท่าทีพิรุธ จึงขอตรวจค้นเป้สะพายหลังพบยาไอซ์ น้ำหนัก 34 กิโลกรัม และเฮโรอีน 1.5 กิโลกรัม จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาลงที่สถานีรถไฟราชบุรี จากนั้นขยายผลเข้าจับกุม ผู้ต้องหาที่เป็นเครือข่ายเดียวกัน ได้แก่ นายกามาลลูดิน บิน ซาร์จู (Mr.Kamaludin Bin Sarju) นายนาบิล ซิยาฟีก บิน คามาล (Mr.Nabil Syafiq Bin Kamal) และ นายอิดรีส ไซยารีฟ บิน ไซยารีฟอูดดิน (Mr.Idris Syarif Bin Syarifuddin )ชาวมาเลเซีย พร้อมยึดยาไอซ์ 23 กิโลกรัม จึงควบคุมตัวลงที่สถานีรถไฟหัวหิน 

พล.ต.ท.ฐิติราช กล่าวอีกว่า จากนั้นเจ้าหน้าที่ควบคุมตัว นายเคนนี ลิม เว่ย เหลียง (Mr.Kenny Lim Wei Liang) นายวูน เมิง เชง (Mr.Woon Ming Sheng) นายทัน แชท เปม ( Mr.Tan Chat Phem) นายแยบ ชุน แมน (Mr.Yap Chun Man)นายง้อ เคียน หยิว ( Mr.Ngor Kien Yew) นายเลียว ปอว์ ฉี  (Mr.Liew Pow Swee) และ นายสี่ ชิน วี (Mr.Seah Chin Wee) ชาวมาเลเซีย ยึดยาไอซ์อีก 74 กิโลกรัม ก่อนควบคุมตัวลงที่สถานีรถไฟประจวบคีรีขันธ์ จากนั้นเวลาต่อมาได้จับกุมตัว นายหว่อง ก่า เสิง (Mr.Wong Kah Seng) นายลู่ ฉี เอ็ก (Mr.Loo Chee Aik) และ นายโห เว่ย ไห่ (Mr.Ho Wai Hai) ชาวมาเลเซีย พร้อมกับยึดยาไอซ์ 44 กิโลกรัม จึงควบคุมตัวลงที่สถานีรถไฟสุราษฏร์ธานี

นอกจากนี้ยังมีการจับกุมยาไอซ์น้ำหนัก 54 กิโลกรัม และ เฮโรอีน นำหนัก 4.8 กิโลกรัม ลงที่สถานีรถไฟชุมพร เบื้องต้นแจ้งข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท1(ยาไอซ์และเฮโรอีน) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมายก่อนนำตัวผู้ต้องหาและของกลางส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส. ดำเนินคดีต่อไป 

พล.ต.ท.ฐิติราช กล่าวด้วยว่า ขบวนการค้าเสพติดรายนี้ถือเป็นขบวนการใหญ่ที่สุดที่ตำรวจสอบสวนกลางจับกุมได้ อาจเป็นการจับกุมใหญ่สุดในรอบ 3 ปี โดยจากข้อมูลการสืบสวนพบว่ากลุ่มผู้ต้องเดินทางเข้า-ออก ประเทศไทยหลายครั้ง ซึ่งครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 14 มี.ค. ที่ผ่านมา มีการลักลอบนำยาเสพติดล็อตนี้มาจากภาคเหนือ เพื่อลำเลียงมาพักที่ กทม. ก่อนลำเลียงต่อลงทางภาคใต้ โดยใช้เส้นทางขบวนรถไฟและมีจุดหมายปลายทางที่ประเทศมาเลเชีย หลังจากนี้ตำรวจจะร่วมกับตำรวจมาเลเชียในการตรวจสอบประวัติ และขยายผลจับกุมขบวนการที่เหลือ ซึ่งเชื่อว่าจะมีคนไทยเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย สำหรับของกลางยาเสพติดล็อตนี้หากหลุดรอดนอกจากจะขายในมาเลเชีย แล้วเชื่อว่าจะถูกส่งไปยังประเทศแถบยุโรปด้วย 

พล.ต.ท.ฐิติราช กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมาตำรวจปราบปรามยาเสพติดมีมาตรการสกัดกั้นยาเสพติดที่เข้มข้นตามเส้นทางหลัก มีการใช้กล้องไลเซนส์เพจตรวจสอบทะเบียนรถขบวนการลำเลียงยาเสพติด จึงได้มีการเปลี่ยนเส้นทางมาใช้รถไฟในการลำเลียงยาเสพติด ตนจึงสั่งการให้ทุกหน่วยในสังกัดบูรณาการในการสกัดกั้น ให้ตำรวจท่องเที่ยวสกัดกั้นทางอากาศ ตำรวจทางหลวงสกัดกั้นเส้นทางทางบก ส่วนทางเรือเป็นความรับผิดชอบของของตำรวจนำ้ 

มีรายงานว่าจากการสืบสวนทราบว่าผู้ต้องหาเดินทางเข้ามาประเทศไทยเมื่อวันที่ 14 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยผู้ต้องหาบางรายมีการเดินทางโดยเครื่องบินจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ บินตรงมาลงที่สนามบินนานาชาติเชียงใหม่ ขณะที่บางรายพบข้อมูลว่าเดินทางเข้ามาทางด่านสะเดา จ.สงขลา แต่ทุกคนมานัดพบกันที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน จ.เชียงใหม่ เพื่อมารับของกลาง จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การว่ามีคนไทยเป็นผู้ว่าจ้าง ขณะที่บางรายระบุว่ารับว่าได้รับการว่าจ้างจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ได้ค่าจ้างห่อละ 5,000 บาท ทั้งหมดอ้างว่าไม่รู้ว่าของที่ให้ลำเลียงเป็นยาเสพติด อย่างไรก็ตามบางคนพบตั๋วรถไฟเชียงใหม่ -กทม. จึงเชื่อว่ามีการลำเลียงยาเสพติดล็อตนี้ทางรถไฟมาจากเชียงใหม่ มาเปลี่ยนรถไฟที่ กทม. 

ทั้งนี้มีการจับกุมผู้ต้องหาค้ายาเสพติดอีกราย โดยตำรวจทางหลวงสามารถจับกุมกัญชาอัดแท่งน้ำหนัก 75 กิโลกรัม จับกุมขณะตั้งด่านตรวจบริเวณถนนมิตรภาพ จ.สระบุรี ขณะที่ทางหลวงชุมพร ตั้งด่านตรวจบนถนนเพชรเกษม สามารถจับกุมกัญชาอัดแท่งได้ดังกล่าว พร้อมผู้ต้องหาชาวไทย 1 ราย ขณะเตรียมส่งไปขายในพื้นที่ภาคใต้