"พล.อ.ไพบูลย์" สั่ง อธิบดีคุมประพฤติ เรียก “แพรวา” ตกลงขั้นตอนคุมประพฤติ ให้ได้ข้อยุติ
พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีน.ส.แพรวา (นามสมมุติ) อดีตเยาวชนที่ขับรถยนต์ฮอนด้าซีวิคเฉี่ยวชนรถตู้ทำให้มีผู้เสียชีวิต 9 รายว่า ตามที่มีปัญหาเกี่ยวกับทำงานบริการสังคมของผู้ถูกคุมประพฤติรายดังกล่าว ตนได้สั่งการให้พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมคุมประพฤติ เป็นผู้พิจารณากฎเกณฑ์อย่างละเอียด เพราะเกรงว่าจะกลายเป็นตัวอย่างให้ผู้ถูกคุมประพฤติรายอื่น และกระทบกับการดูแลผู้ถูกคุมประพฤติทั้งระบบซึ่งมีนับแสนราย ขณะเดียวกันได้ขอให้ติดต่อผู้ถูกคุมประพฤติรายดังกล่าวและผู้ปกครองเข้ามาพูดคุยถึงขั้นตอนเพื่อให้ได้ข้อยุติและเข้าใจตรงกันโดยขั้นตอนดังกล่าวไม่จำเป็นต้องรอผลการวินิจฉัยของศาลในวันที่ 21 มิ.ย.
"กรมคุมประพฤติต้องตรวจสอบก่อนรายงานข้อเท็จจริงต่อศาล หากเจ้าหน้าที่ไม่ตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนนำเสนอศาล อาจถือเป็นการให้ข้อมูลเท็จต่อศาลและเจ้าหน้าที่อาจมีความผิด ส่วนกรณีที่มีการร้องไปยังสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินประเด็นถูกข่มขู่ ลวนลาม สั่งให้สอบข้อเท็จจริงแล้ว ยืนยันว่าเป็นคนละประเด็นกัน แต่สิ่งใดที่ไม่ดีก็ต้องแก้ไข ในส่วนของผู้ถูกคุมประพฤติที่ไม่ทำตามระบบ เราต้องรายงานให้ศาลทราบ ไม่แน่ใจหลังศาลสั่งคุมประพฤติแล้วเป็นหน้าที่ของกรมคุมประพฤติทั้งหมดหรือยังเกี่ยวเนื่องกับศาลอยู่ ดังนั้นขอให้กรมคุมประพฤติไปพูดคุยกับศาลให้เรียบร้อยเพื่อกำหนดบรรทัดฐานว่าอะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ เชื่อว่าศาลจะเข้าใจ”พล.อ.ไพบูลย์กล่าว
อย่างไรก็ตาม วันเดียวกันนี้ นายวิโรจน์ แซ่หว้า อดีตผู้ต้องโทษคดียาเสพติด เดินทางเข้าพบรมว.ยุติธรรม เพื่อแสดงความขอบคุณที่ได้รับโอกาสให้พักการลงโทษ โดยนายวิโรจน์ เป็นชาวเพชรบูรณ์ ต้องโทษประหารชีวิต หลังจำคุกกว่า 15 ปี ได้รับพระราชทานอภัยโทษ 6 ครั้ง ก่อนได้รับการปล่อยตัวก่อนกำหนดโดยพักการลงโทษ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 10 มี.ค. ที่ผ่านมา โดยนายวิโรจน์อยู่ในการดูแลของกรมคุมประพฤติระหว่างพักโทษจำคุก 5 ปี ซึ่งนายวิโรจน์ได้แสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้โอกาสกลับมาใช้ชีวิตข้างนอกเรือนจำ จึงตั้งใจทำภารกิจเดินเท้าจากจ.เพชรบูรณ์ เข้ากรุงเทพฯ เพื่อร่วมลงนามถวายพระพร รวมระยะทาง 635 กิโลเมตร จนสำเร็จ ทั้งนี้ระบุว่าทำให้เป็นตัวอย่างกับอดีตผู้ต้องโทษรายอื่นที่ได้รับโอกาสอภัยโทษ กลับมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ โดยขอให้กลุ่มคนเหล่านี้อย่าอายหรือกลัวถูกประณามที่จะออกมาแสดงความเคารพรักต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว




