ระเบิดสองจุดในบรัสเซลส์ ตาย 23 เจ็บ 30 ขอประชาชนอยู่แต่ในที่พัก สถานเอกอัครราชทูตไทยฯ เปิดสายด่วนติดตามสถานการณ์
คณะกรรมาธิการยุโรปออก แถลงเตือนเจ้าหน้าที่สหภาพยุโรป หรืออียูที่สำนักงานใหญ่ในกรุงบรัสเซลส์ของเบลเยียมให้อยู่แต่ภายในอาคาร เช่นเดียวกับศูนย์รับมือวิกฤตในเบลเยียมที่ขอให้ประชาชนทุกคนอยู่แต่ภายในที่พักอาศัย หลังเกิดเหตุระเบิดที่สนามบินและสถานีรถไฟใต้ดินในกรุงบรัสเซลส์ซึ่งอยู่ในบริเวณใกล้กับสำนักงานใหญ่อียู
ขณะที่สภายุโรปซึ่งอยู่ใกล้เคียงกับสำนักงานใหญ่อียูระบุว่า เจ้าหน้าที่ยังคงทำงานกันตามปกติ หลังจากเหตุระเบิดที่สถานีรถไฟใต้ดินมาลบีคในช่วงเช้าของชั่วโมงเร่งด่วนตามเวลาท้องถิ่น ขณะที่ยังมีควันดำพุ่งขึ้นจากบริเวณทางเข้าสถานีห่างไปราวร้อยเมตรจากสำนักงานคณะกรรมาธิการยุโรป และเจ้าหน้าที่ได้ระงับบริการรถไฟทั้งหมดแล้ว
สื่อเบลเยียมรายงานว่า จากเหตุระเบิดที่สนามบินและสถานีรถไฟใต้ดินในกรุงบรัสเซลส์วันนี้ ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 23 คน และบาดเจ็บอีกกว่า 30 คน
เหตุการณ์ระเบิดสองครั้งซ้อนรอบนี้เกิดขึ้นหลังจากตำรวจเบลเยียมสามารถจับกุมนายซาเลห์ อับเดสลาม ผู้ต้องหาคนสำคัญในคดีก่อการร้ายที่กรุงปารีสของฝรั่งเศสเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 130 ศพ ได้ที่อพาร์ตเมนต์ในเขตโมเลนบีค ชานกรุงบรัสเซลส์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
ทางด้านสถานทูตไทย ประจำกรุงบรัสเซลส์ เบลเยี่ยม นางบุษยา มาทแล็ง เอกอัครราชทูตไทย เปิดเผย ว่า ขณะนี้ ทางสถานทูตได้ติดตามและตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยังได้ประสานไปยังเครือข่ายคนไทย โดยขอให้คนไทยที่พักอาศัยในเบลเยียมได้อยู่แต่ในเคหะสถาน และหลีกเลียงเดินทางไปอยู่ในที่ชุมนุมชน สาธารณะ กรณีที่มีความจำเป็น ขอให้ระมัดระวังตัว พร้อมกับติดตามรายงานข่าวความเคลื่อนไหว ตลอดจนคำประกาศจากทางการเบลเยี่ยมอย่างใกล้ชิด เพื่อสวัสดิภาพ และความปลอดภัยในชีวิต
สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบลัสเซลส์ ประเทศเบลเยี่ยม ได้ติดต่อประสานงานผ่านทางแอพพลิเคชั่น"ไลน์"ไปยังคนไทยและชุมชนชาวไทยในเบลเยี่ยมทั้งหมดแล้ว โดยขณะนี้ยังไม่พบว่ามีคนไทยเสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บจากเหตุระเบิดที่สนามบิน
ส่วนสถานีรถไฟใต้ดินในกรุงบลัสเซลส์ที่เกิดเหตุระเบิดด้วยนั้นอยู่ห่างจากสำนักงานของสหภาพยุโรป(อียู) เพียง 1 สถานี ซึ่งมีรายงานข่าวที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน ระบุว่ามีผู้เสียชีวิตประมาณ 10 คน ทั้งนี้เรากำลังตรวจสอบว่ามีคนไทยได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่สถานีรถไฟใต้ดินด้วยหรือไม่ แต่ขณะนี้ยังไม่ได้รับแจ้งว่ามีคนไทยเสียชีวิตหรือบาดเจ็บเช่นกัน” นางบุษยา กล่าว
สถานเอกอัครราชทูตไทยฯ ได้เปิดโทรศัพท์สายด่วนติดตามสถานการณ์ดังกล่าวได้ที่หมายเลข +32470859667 และหมายเลขโทรศัพท์ของสถานเอกอัครราชทูตไทยฯ +32 26406810 ต่อ 002, 003 ถ้าคนไทยที่ต้องการติดต่อสอบถาม สามารถโทรศัพท์มาได้ทันที





